
กกร.ห่วงเศรษฐกิจไทยปี 2569 อาจโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี และต่ำสุดในภูมิภาค ชี้ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกสูง
7 ม.ค. 2568 – นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่าที่ประชุมประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤต ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน และคาดว่าไทยจะโตต่ำสุดในภูมิภาค
ทั้งนี้ เนื่องจากความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิม ด้วยขนาดเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่ และหนี้ครัวเรือนสูง ขาดความสามารถทางการแข่งขันในโลกใหม่ ข้อจำกัดทางงบประมาณทางการคลัง และความท้าทายของภาครัฐที่มีกฎระเบียบจำนวนมาก ข้อมูลขาดความเชื่อมโยง กอปรกับผลกระทบจากภัยพิบัติในปีก่อนหน้า ค่าเงินบาทแข็งค่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ การเคลื่อนย้ายเงินทุนเทา และความเสี่ยงจากกระบวนการจัดทำงบประมาณที่ล่าช้า
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่า 8.2% ในปีที่ผ่านมา เป็นอันดับที่สองของภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกเสมือนการที่ภาคธุรกิจโดนเรียกเก็บภาษี (tariff) เพิ่มเติม เป็นการเซาะกร่อนภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออก
“อยากให้หน่วยงานการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่มีการแข็งค่าตามราคาทองคำ และบทบาทของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยต่อค่าเงินบาท”
โดย กกร. สนับสนุนให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ connect the dots เพิ่มการรับรู้แหล่งที่มาของเงิน ข้อมูลเชิงลึกของเงินบาทของบุคคลที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย โดยไม่ยึดติดกับกรอบการกำกับเดิมๆ และป้องกันไม่ให้ธุรกรรมดังกล่าวบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันและภาคเศรษฐกิจจริงของประเทศ
นายพจน์ กล่าวว่า ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนผ่านเหตุการณ์สหรัฐฯเข้าแทรกแซงเวเนซูเอลา เป็นการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลกชัดเจนขึ้น (New World Order) ซึ่งกระทบกับระบบเศรษฐกิจโลก ที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงจากปีก่อน อีกทั้งผลจากมาตรการภาษีของสหรัฐ จะเริ่มเห็นผลมากขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนที่สินค้าส่งออกไทย ที่ไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เริ่มหดตัว สะท้อนความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจไทยที่สูงขึ้น ดังนั้นไทยต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม กกร. มุ่งหวังให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งสานต่อแนวทางในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ผ่านการผันเศรษฐกิจเข้าสู่ในระบบและแก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อ พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคทางธุรกิจที่จะหนุนการลงทุนใหม่และสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน
ขณะเดียวกัน ยกระดับการต่อต้านคอรัปชั่น สิ่งผิดกฎหมาย เพื่อสร้าง Trust & Confidence และลดต้นทุนแฝงในการประกอบธุรกิจ ตลอดจนอาศัยการร่วมมือกันตามแนวทาง “Reinvent Thailand” เพื่อปิดจุดอ่อนในการลดความท้าทายภายในประเทศ และเสริมจุดแข็งเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
PCE เปิดงบปี 68 รายได้ทะลุ 30,550ล้าน
PCE โชว์ผลงานปี 68 รายได้รวมทะลุ 30,550.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% สร้างสถิติสูงสุด บอร์ดมีมติเสนอผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.08 บาท/หุ้น ปักธงปี 69 เดินเกมรุกดันยอดขายเติบโต 10–15%
‘เอกนิติ’ปักธงเข็นลงทุนปูพรมดันจีดีพีปี69โต3%+
‘เอกนิติ’ สุดปลื้มหลังสภาพัฒน์เผยตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 โตแรง 2.5% ฟุ้งรับบท ‘หมอเอก’ ผ่าตัดเศรษฐกิจไทยพ้น ICU ปักธงเข็นลงทุนปูพรมดันจีดีพีปี 69 วิ่งทะลุ 3%+ เตรียมพร้อมคนละครึ่ง พลัส-เที่ยวดีมีคืน บูมต่อเนื่อง
‘สภาพัฒน์‘เปิดจีดีพีปี68โต2.4%จับตาตั้งรัฐบาลใหม่ช้าหวั่นกระทบงบปี70
‘สภาพัฒน์’ เผย GDP ปี 2568 ขยายตัว 2.4% คาดการณ์ปี 2569 โต 1.5–2.5% จับตาความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังเลือกตั้ง หวั่นกระทบการจัดทำงบฯปี 2570 หากตั้งรัฐบาลล่าช้าเกินมี.ค.–ต้นเม.ย. พร้อมเตรียมใช้เม็ดเงินรัฐวิสาหกิจ 9.2 หมื่นล้านบาทพยุงเศรษฐกิจหากจำเป็น
‘ลลิล’มองเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวตั้งเป้าปี69ยอดขาย 4,200 ล้านบาท
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประเมินเศรษฐกิจโลกไทยในปี 2569 ยังขยายตัวได้ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยรอบด้าน กางแผนธุรกิจเน้นเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท พร้อมเปิดโครงการใหม่ทั้ง4 - 6 โครงการ มูลค่ารวม 3,500 – 4,500 ล้านบาท

