GC คว้าอันดับ 1 จาก S&P Global 7 ปีต่อเนื่อง

GC คว้าอันดับ 1 จาก S&P Global 7 ปีต่อเนื่อง บริษัทแรกของโลกในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ ตอกย้ำองค์กรนวัตกรรมที่สร้างความแตกต่างเพื่อความยั่งยืน

18 ก.พ.2569 - นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC  เปิดเผยว่า GCได้รับการ  จัดอันดับให้เป็นที่ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 เป็นองค์กรแรกของโลกในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์  จากการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) โดย S&P Global (DJSI เดิม) ประจำปี 2025 และ GC ยังคงได้รับคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบธุรกิจที่มีความยั่งยืน หรือ S&P Global Sustainability Yearbook Member 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 สะท้อนบทบาทของ GC ในฐานะองค์กรนวัตกรรมที่สามารถสร้างความแตกต่างอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) โดยสามารถบูรณาการมิติความยั่งยืน เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ในปี 2025 GC ได้รับคะแนนประเมินสูงสุดโดดเด่นในด้าน นโยบายและระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน การบริหารจัดการพลังงาน และกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ GC ยังมุ่งมั่นเร่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ ตอกย้ำการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน

นายณะรงค์ศักดิ์ กล่าวว่าความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GC ในการสร้างความแตกต่างผ่านการลงมือทำอย่างจริงจัง แม้ต้องเผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เราเชื่อมั่นว่า การขับเคลื่อนนวัตกรรมที่สร้างสรรค์และแตกต่าง คือกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน คือการพัฒนาน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ซึ่ง GC เลือกใช้องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่มีอยู่มาปรับกระบวนการผลิตให้สามารถรับน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil หรือ UCO) เป็นวัตถุดิบ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโรงงานใหม่ แนวทางดังกล่าวทำให้ GC สามารถผลิต SAF สำหรับอุตสาหกรรมการบินเป็นรายแรกของประเทศไทย พร้อมทั้งต่อยอดการผลิตผลิตเป็นเคมีภัณฑ์ชีวภาพและพลาสติกชีวภาพได้อีกหลากหลายชนิด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าจากการนำของเสียในประเทศกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างเป็นรูปธรรม

ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม GC มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดย GC ได้ดำเนินโครงการสำคัญที่เป็นรูปธรรมหลายโครงการ อาทิ การยกระดับประสิทธิภาพในทุกกระบวนการผลิตผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย การใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานคาร์บอนต่ำ ผลจากการดำเนินงานผ่านโครงการที่หลากหลายส่งผลให้ GC สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมในช่วงปี2564 – 2568 ได้มากกว่า 400,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นอกจากนี้แล้ว ยังเดินหน้าสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ โดยร่วมมือกับคู่ค้าและ พันธมิตร เพื่อส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนั้น GC ยังมีโครงการ GC YOUเทิร์น นวัตกรรมการบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจร ซึ่งร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรกว่า 140 องค์กร ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล และชุมชนทั่วประเทศ ส่งเสริมให้ประชาชนนำขวดพลาสติกใส PET และขวดพลาสติกขุ่น HDPE ที่ใช้แล้วมาทิ้งยังจุดทิ้งพลาสติกใช้แล้ว (Drop Point) กว่า 400 จุด เพื่อคัดแยกตั้งแต่ต้นทางก่อนนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัพไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เกิดขึ้นจริงในระดับประเทศ และสามารถนำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้กว่า 122,000 ตัน

ในมิติด้านสังคมและชุมชน GC ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและช่วยเหลือชุมชนและสังคมโดยรอบในทุกพื้นที่การดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของการดำเนินธุรกิจและคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมมุ่งส่งเสริมการสร้างงานและสร้างรายได้ให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ผ่านโครงการพัฒนาทักษะอาชีพและวิสาหกิจชุมชนต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการเติบโตของธุรกิจจะก้าวไปพร้อมกับการพัฒนาศักยภาพของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง เพื่อให้ชุมชนแข็งแกร่ง และเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) เป็นการประเมินความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดย S&P Global (DJSI เดิม) ซึ่งมีบริษัทขนาดใหญ่กว่า 9,200 แห่งทั่วโลกเข้ารับการประเมิน โดย CSA จะประเมินประสิทธิผล (Performance) ในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนครอบคลุม ESG ทั้ง 3 มิติ (Environment, Social, Governance) ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่นำมาพิจารณาประกอบควบคู่กับปัจจัยอื่นๆ ในการลงทุน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รวยไม่ไหวแล้วโว้ย' ในวันที่น้ำมันแพงกับเกมการเมืองที่คุ้นเคย

คำว่า “รวยไม่ไหวแล้วโว้ย” ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ถูกพูดบนเวทีหาเสียงเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในช่วงที่การเมืองกำลังแข่งกันสร้างความคาดหวัง คำลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นรูปแบบของการหาเสียงที่มัก “พูดเกินจ

นายกฯ หารือทูตอินเดีย เพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุน ยันไทยจัดหาแหล่งน้ำมันสำรองได้

นายนาเคศ สิงห์ (H.E. Mr. Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นหน้าที่ โดยภายหลังเสร็จสิ้น

ดร.ณัฏฐ์ ชี้น้ำมันแพงเข้าข่ายเหตุเร่งด่วน ครม.สั่งแก้ได้ทันที

นักกฎหมายมหาชน ระบุปัญหาราคาน้ำมันกระทบความมั่นคงเศรษฐกิจ เข้าข่าย “จำเป็นเร่งด่วน” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 วรรคสอง ครม.มีอำนาจดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องรอแถลงนโยบาย หวั่นปล่อยช้ากระทบทั้งเศรษฐกิจและการเมือง

นายกฯ เรียก รมต.เศรษฐกิจ ถกรื้อโครงสร้างราคานํ้ามัน ก่อนนำเข้า ครม.นัดพิเศษ คํ่านี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 14.00 น. และได้เรียกนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี