ส่งออก ม.ค.ยังสดใสบวก 8% มูลค่าทะลัก 2.1 หมื่นล้านเหรียญ

“จุรินทร์”เผยส่งออกม.ค.65 ประเดิมเดือนแรกของปี มีมูลค่า 21,258.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8% ชี้ประกาศตัวเลขช้า เหตุกรมศุลกากรอยู่ระหว่างปรับระบบพิกัดศุลกากรทุก 5 ปี ยันสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ประเมินเบื้องต้น ยังไม่มีผลกระทบ แต่ต้องจับตาเรื่องน้ำมัน การขนส่ง วัตถุดิบอาหารสัตว์ ระบุเตรียมแผนรับมือแล้ว ลุยเจาะตลาดอื่นเพิ่ม ส่งสินค้าไทยไปแทนสินค้ารัสเซีย-ยูเครน

3 มี.ค. 2565- นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกเดือนม.ค.2565 มีมูลค่า 21,258.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8% คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 708,312 ล้านบาท ซึ่งถือว่ายังขยายตัวได้ดี เมื่อเทียบกับม.ค.2564 ที่ขยายตัวแค่ 0.1% ส่วนตัวเลขที่ออกมาล่าช้า เพราะเป็นช่วงเวลาที่กรมศุลกากรปรับระบบพิกัดศุลกากรทุก 5 ปี การประมวลรายละเอียดสินค้ายังดำเนินการไม่ครบถ้วน จึงไม่มีรายละเอียดสินค้า แต่มีตัวเลขรวมตรงตามข้อเท็จจริงตามที่ได้แจ้งไว้

สำหรับปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนให้การส่งออกเดือนม.ค.2565 เป็นบวกถึง 8% เพราะมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน ที่เดินหน้าต่อไปอย่างเข้มข้น ภาคการผลิตทั่วโลกยังขยายตัว ดูได้จากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโลก (Global Manufacturing : PMI) ที่ยืนเหนือระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 สะท้อนว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวต่อเนื่อง และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือกรุงเทพ และยังได้รับผลดีจากสหรัฐฯ ที่ขยายเวลาทำการในวันหยุด และเพิ่มการทำงานในช่วงกลางคืน ทำให้คล่องตัวขึ้นและตู้คงค้างลดลง

ทั้งนี้ การส่งออกในเดือนม.ค.2565 ตลาดที่ขยายตัวสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.อินเดีย เพิ่ม 31.9% 2.รัสเซีย เพิ่ม 31.9% 3.สหราชอาณาจักร เพิ่ม 29.7% 4.เกาหลีใต้ เพิ่ม 26.8% 5.สหรัฐฯ เพิ่ม 24.1% 6.แคนาดา เพิ่ม 13.6% 7.อาเซียน 5 ประเทศ เพิ่ม 13.2% 8.จีน เพิ่ม 6.8% 9.ลาตินอเมริกา เพิ่ม 5.0% 10.สหภาพยุโรป เพิ่ม 1.4%

ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 23,785 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.5% ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเข้าวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิต และการนำเข้าน้ำมันที่ราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยขาดดุลการค้ามูลค่า 2,526.4 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายจุรินทร์กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ประชุมร่วมกับภาคเอกชน ทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาพันธ์ SMEs และสมาคมอื่นที่เกี่ยวข้อง ประเมินร่วมกันว่ายังไม่มีผลกระทบทางตรง หรือถ้าจะมีก็ยังไม่มาก เพราะรัสเซียเป็นตลาดส่งออกของไทยสัดส่วน 0.38% และยูเครนสัดส่วน 0.04% ยังเป็นสัดส่วนที่ไม่มาก แต่เมื่อเจาะเป็นรายสินค้า มีผลกระทบต่อยางรถยนตร์ อาหารแปรรูป อัญมณี และเครื่องสำอาง ที่ส่งออกไปยังรัสเซียและยูเครน

ส่วนในอนาคต ประเมินว่า อาจจะมีผลกระทบต่อต้นทุนทำธุรกรรมทางการเงิน แต่ตอนนี้ยังไม่มี และจะมีผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งสินค้าทางเรือ หากน้ำมันสูงขึ้นเรื่อย ๆ และมีการปิดท่าเรือบางแห่งในรัสเซียหรือยูเครน การส่งสินค้าของไทยอาจต้องเปลี่ยนท่าเรือ จะมีผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งได้

สำหรับผลกระทบทางอ้อม อาจมีเรื่องราคาพลังงาน ราคาเหล็กนำเข้าที่นำมาผลิตสินค้าต่อเนื่อง เช่น กระป๋อง หรือก่อสร้าง ที่จะได้รับผลกระทบ รวมถึงธัญพืชนำเข้าเพื่อทำอาหารสัตว์ เช่น ข้าวสาลีและข้าวโพด เพราะเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะยูเครน

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการรับมือ กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการต่าง ๆ รองรับร่วมกัน หากเกิดปัญหา โดยจะบุกตลาดทดแทน เช่น ตะวันออกกลาง แอฟริกา ลาตินอเมริกา เตรียมบุกตลาดทดแทนสินค้าของรัสเซียหรือยูเครนที่ไม่สามารถส่งออกไปตลาดสำคัญในโลกได้ จะถือเป็นโอกาสเข้าไปทดแทนตลาดรัสเซียกับยูเครน เช่น มันสำปะหลัง อาจส่งไปจีน แทนข้าวโพดของยูเครน หรือผลิตภัณฑ์ยางในสหรัฐฯ อาหารสำเร็จรูปส่งออกไปทดแทนสินค้าจากรัสเซียยูเครน เป็นต้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พาณิชย์' เผยเงินเฟ้อม.ค. 66 เพิ่มขึ้น 5.02% ชะลอตัวลงต่ำสุดในรอบ 9 เดือน

“พาณิชย์”เผยเงินเฟ้อม.ค.66 เพิ่มขึ้น 5.02% ชะลอตัวลงต่ำสุดในรอบ 9 เดือน หลังสินค้าทั้งกลุ่มน้ำมัน อาหาร เพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง คาดแนวโน้มเงินเฟ้อจะลดลงต่อเนื่อง หากไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติมากดดัน ทั้งปีตั้งเป้า 2-3% ค่ากลาง 2.5%

'จุรินทร์' ปักหมุดเยือนยูเออี 6-7 ขับเคลื่อนการค้า -การส่งออก

“จุรินทร์” ปักหมุดวันที่ 6-7 ก.พ. นี้ เตรียมนำคณะผู้แทนการค้าภาครัฐ-เอกชน เยือนตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาง 5 กิจกรรม ขับเคลื่อนเพิ่มยอดการค้า การส่งออก ตั้งเป้าหมายตีตลาดยูเออี หนุนส่งออกไทยเพิ่มไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท

นับหนึ่ง พาณิชย์เดินหน้าเจรจา FTA ไทย-อียู

“จุรินทร์”บันทึกประวัติศาสตร์ ประกาศเจตจำนงร่วมกันกับสหภาพยุโรป (อียู) เริ่มต้นให้แต่ละฝ่ายดำเนินกระบวนการภายใน เพื่อนำไปสู่การเปิดเจรจา FTA ไทย-อียู เผยในส่วนของไทย เตรียมเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบ ส่วนอียู ขอคำรับรองจาก 27 สมาชิก คาดเสร็จในไตรมาสแรกปีนี้ ระบุจะช่วยสร้างแต้มต่อให้กับไทยในตลาดใหม่ 27 ประเทศ ช่วยเพิ่มรายได้ และทำอนาคตดีขึ้น