CCP เผยทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จับมือพันธมิตรพัฒนาวัสดุทดแทนคอนกรีต-ลดคาร์บอน ทุ่มงบ 70 ล้านเสริมประสิทธิภาพการผลิต พร้อมรักษาแบ็คล็อกไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10%
25 มี.ค. 2569 -นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างในปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโต ปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชน ครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ คลังสินค้า นิคมอุตสาหกรรมโดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ขณะที่ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยแนวโน้มการก่อสร้างในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว และ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ Green Precast Concrete ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการจำนวนมากมุ่งเน้นเข้ามาทำตลาดในโครงการกลุ่มเดียวกัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างความแตกต่าง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ CCP ในปีนี้ มุ่งเน้นการยกระดับผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยมีเป้าหมายเป็นผู้นำด้าน Green Precast Concrete ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Carbon Footprint of Product (CFP) ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดกระบวนการผลิต เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้กับโครงการก่อสร้างทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน โดยร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนรายใหญ่ของประเทศ อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ในการนำวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิต และพัฒนาวัสดุทดแทน เข้ามาใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิต Precast Concrete เพื่อลดการพึ่งพาการใช้คอนกรีตในรูปแบบเดิม
นอกจากนี้ CCP ยังให้ความสำคัญกับพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต และควบคุมต้นทุนอย่างเป็นระบบ โดยจัดสรรงบลงทุนประมาณ 70 ล้านบาท สำหรับการจัดหาเครื่องจักรใหม่ การปรับปรุงไลน์การผลิต รวมถึงการเพิ่มคลังสินค้าและพื้นที่รองรับการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการและรองรับการเติบโตของตลาดในระยะยาว
ขณะเดียวกัน บริษัททยอยรับรู้รายได้จาก บริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชั่น จำกัด (CHARLIE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยให้บริการด้านการบริหารจัดการคลังสินค้า Free Zone (เขตปลอดอากร) ปัจจุบันมีพื้นที่รวมกว่า 500 ไร่ ซึ่งในปีนี้ CHARLIE มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้พื้นที่ประเภทลานอุตสาหกรรม คลังสินค้า และลานตู้คอนเทนเนอร์ ในทำเลที่มีความเสี่ยงต่ำและมีศักยภาพสูง อาทิ จังหวัดระยอง และ โซนท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมทั้งมองเห็นโอกาสจากการเติบโตของ EV Truck Ecosystem ซึ่งยังอยู่ในช่วงประเมินความคุ้มค่าและความพร้อมในระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากธุรกิจคลังสินค้าไว้ที่ 20% เมื่อเทียบกับปี 2568
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นในหลายด้าน ทั้งค่าขนส่ง ค่าพลังงาน ต้นทุนด้านวัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ที่มีความผันผวน บริษัทจึงปรับกลยุทธ์บริหารต้นทุนอย่างเข้มข้น ผ่านการกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบ การเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์ รวมถึงการทยอยปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้นบางส่วน ขณะที่การดำเนินงานของบริษัทย่อยในกลุ่มโลจิสติกส์ยังคงแข็งแกร่ง และไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยดังกล่าว และยังมีอัตราการใช้พื้นที่คลังสินค้าและลานอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการใช้พื้นที่ในทำเลศักยภาพที่ยังอยู่ในระดับสูง
“บริษัทมั่นใจว่าทิศทางการดำเนินงานจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ในทุกมิติ จะช่วยสร้างโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันบริษัทมี Backlog ไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนงานภาครัฐ 55% ภาคเอกชน 45% พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 10%” นายอาทิตย์ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อมตะ ผนึก BOI เสริมแกร่ง SMEหนุนขยายลงทุนอีอีซี
อมตะ ผนึก BOI เสริมแกร่ง SME ไทย เปิดเวทีเชื่อมโยงซัพพลายเชนสู่ตลาดโลก เจาะกลุ่ม อุตสาหกรรม EV อิเล็กทรอนิกส์ Matching หนุนขยายลงทุนพื้นที่ EEC
กนอ.คลอดมาตรการส่งเสริมเช่าที่ดิน ‘Smart Park’ดูดเม็ดเงิน FDI
กนอ. รุกหนัก! คลอดมาตรการส่งเสริมการเช่าที่ดิน ‘Smart Park’ ดูดเม็ดเงิน FDI ชูไทยเป็นฐานการผลิตที่มั่นคง-ปลอดภัย จากวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลาง
WHAUP ทุ่ม 2.9 พันล้านลงทุน 2ธุรกิจหลักน้ำ-พลังงานไฟฟ้า
WHAUP กางแผนปี 69 ทุ่ม 2.9 พันล้านบาทปั้นระบบนิเวศน้ำ–ไฟฟ้าอัจฉริยะ รับอุตสาหกรรมอนาคต จ่อปิดดีลโปรเจกต์ Data Center เพิ่มในไตรมาส 2
‘เมซง ดีเวลลอปเม้นท์’ทุ่ม1,100 ล้านผุด 3 โครงการรุกหัวหาดพระราม 3
‘เมซง ดีเวลลอปเม้นท์’ ประกาศแผนปี’69 รุกตลาดบ้านหรู ทุ่ม1,100 ล้านผุด 3 โครงการรุกหัวหาดพระราม 3 ปั้นแบรนด์ใหม่ MONÉT ปักธงอัลตร้า ลักชัวรี 2 โครงการรวด ทางเลือกใหม่มหาเศรษฐี พร้อมเปิดตัวQ2 และ Q3 นี้
LPP เดินเกมรุกธุรกิจบริการอสังหาฯ เปิดตัว มาสเตอร์ เซอร์วิส แบรนด์
LPP เปิดตัว มาสเตอร์ เซอร์วิส แบรนด์ใหม่ ‘UP’ รองรับการเติบโตของธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ มั่นใจดันรายได้ปี 2569 ทะลุ 2,200 ล้าน

