ATP30 ร่วมโครงการ JUMP+ มั่นใจ3 ปีดันรายได้–กำไรโต

ATP30 กางแผนธุรกิจ 3 ปี เข้าร่วมโครงการ JUMP+ มุ่งเพิ่มรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายฐานลูกค้า ควบคู่การควบคุมต้นทุนและต่อยอดธุรกิจใหม่หนุนรายได้ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Green Mobility  เร่งขยายพอร์ตรถโดยสาร EV สร้างการเติบโตและความเชื่อมั่นด้าน ESG ในระยะยาว                   

17 เม.ย.2569 - นายปิยะ เตชากูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) หรือ ATP30 ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการรถรับส่งพนักงานจากแหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรม หรือสถานประกอบการโดยเฉพาะรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) และเขตอุตสาหกรรมภาคกลาง เปิดเผยว่า บริษัทเข้าร่วม JUMP+ โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน จัดตั้งโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรในทุกมิติ ตั้งเป้าหมายผลักดันกำไรสุทธิของบริษัทสู่ระดับ 120 ล้านบาท ในปี 2571 

โดยแผนการดำเนินงานเพื่อผลักดันการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม แบ่งเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย 1. การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ (Asset Optimization) เพื่อยกระดับ Utilization Rate และสร้างรายได้ประจำ 2. การขยายการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้า (EV Expansion) และสถานีชาร์จ (Solar Roof & Smart Charger) เพื่อลดต้นทุนพลังงาน ตอบโจทย์เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของลูกค้าองค์กร 3. การต่อยอดธุรกิจบริการรถโดยสารรายเที่ยว (VVS) เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ใหม่ 4.การพัฒนาธุรกิจซ่อมบำรุงครบวงจร (AQS) เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) รองรับการเติบโตในระยะยาวของบริษัท

สำหรับเป้าหมายเติบโตทางการเงินในช่วงปี 2568–2571 ภายใต้ 3 แกนหลัก : การเติบโต  ความมั่นคง และประสิทธิภาพการทำกำไร  คาดรายได้เพิ่มจาก 805.37 ล้านบาท ในปี2568 เป็น 1,150 ล้านบาท ในปี2571 ขณะที่กำไรสุทธิปรับตัวจาก 58.20 ล้านบาท เป็น 120 ล้านบาท ผลักดันอัตรากำไรสุทธิจาก 7% เป็น 11% และ EBITDA เพิ่มจาก 192.34 ล้านบาท เป็น 304.23 ล้านบาท สะท้อนแนวทางเติบโตที่เน้นทั้งการสร้างรายได้ การทำกำไร ควบคู่การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ขณะที่แผนปฏิบัติการด้านภูมิอากาศ  จัดทำฐานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO 14064 ครอบคลุม Scope 1–3 พบปริมาณการปล่อยรวมอยู่ที่ 19,524 tCO2e และมีค่า Carbon Intensity ที่ 0.615 kgCO2e/km พร้อมวางแผนลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการขอการรับรองคาร์บอนฟุตพรินท์ (CFP) และต่อยอดสู่ฉลากลดคาร์บอน (CFR) ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ควบคู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนในระยะถัดไป

“แผนดำเนินงานระยะ 3 ปีของบริษัทมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวทาง Green Mobility เป็นแกนหลัก เดินหน้าขยายกองรถพลังงานไฟฟ้า (EV) และสถานีชาร์จ ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ เพื่อบริหารจัดการต้นทุน และยกระดับความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต่อยอดธุรกิจ VVS และ AQS เพื่อสร้างรายได้ประจำและเสริมความมั่นคงของโครงสร้างรายได้ในระยะยาว โดยมีกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนและผู้ถือหุ้นสามารถติดตามผลได้” นายปิยะ กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อัสสัมชัญศรีราชา' ทวงบัลลังก์แชมป์ภาคตะวันออก ศึก'Chang Junior Cup 2026'

“น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ตอกย้ำภารกิจ ช้างเคียงข้างวงการฟุตบอล ระเบิดศึกฟุตบอลเยาวชนรุ่นอายุ 13 ปี รายการ “Chang Junior Cup 2026” ที่สุดของรายการแข่งขัน มุ่งมั่นพัฒนาเยาวชน เฟ้นหาสุดยอดทีมของประเทศไทย พร้อม "Most Talented Player" หรือ "นักเตะผู้มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม" 1 รางวัล และ “Sportsmanship Awards” หรือ "นักเตะที่มีความสามารถและเป็นผู้มีน้ำใจนักกีฬายอดเยี่ยม" 2 รางวัล ร่วมเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ระดับโลกที่ประเทศอังกฤษ

รัฐบาลหนุน B20 เพิ่มทางเลือกพลังงาน ลดต้นทุนขนส่ง

รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มทางเลือกด้านพลังงาน ส่งเสริมใช้น้ำมันดีเซล B20 ลดต้นทุนภาคขนส่ง-อุตสาหกรรม พร้อมสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยควบคู่กัน