พาณิชย์คุมเข้มราคาสินค้าพลาสติก

พาณิชย์ประชุมติดตามสถานการณ์เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก วางแนวทางดูแลปริมาณ–ราคา–การใช้พลาสติกอย่างเหมาะสม

21 เมษายน 2569 – นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ว่า กรมการค้าภายในได้ดำเนินการตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดแนวทางบริหารจัดการเม็ดพลาสติกให้มีปริมาณเพียงพอและราคาเหมาะสม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกในชีวิตประจำวัน

 แนวทางการดำเนินงานในเรื่องนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การกำหนดกลุ่มสินค้าเป้าหมายเพื่อใช้ในการกำกับดูแล การลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็นในบรรจุภัณฑ์ และการผลักดันการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืนผ่านการคัดแยกและรีไซเคิล โดยมีแนวคิดให้จัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการให้ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม

 สำหรับการกำกับดูแลในระยะแรก ที่ประชุมได้กำหนดสินค้าเป้าหมาย 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1) กล่องพลาสติก 2) ถุงแกงและถุงร้อน–เย็น 3) ถุงหูหิ้วและถุงพลาสติกทั่วไป 4) ถุงขยะ และ 5) ถุงบรรจุสินค้าเกษตร เช่น ถุงปุ๋ยและถุงกระสอบ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนและภาคการผลิต โดยที่ประชุมเห็นพ้องว่าสินค้าทั้ง 5 กลุ่มดังกล่าวครอบคลุมสินค้าพลาสติกจำเป็นเบื้องต้นมากกว่า 40% ของการใช้งานในปัจจุบัน

 อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ กรมฯ ได้เชิญผู้ผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติก รวมถึงผู้ประกอบการที่นำเม็ดพลาสติกไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ เข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง โดยได้ร่วมกันพิจารณา 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความเหมาะสมของกลุ่มสินค้าเป้าหมาย สถานการณ์ด้านปริมาณสินค้า ระดับราคา และรูปแบบการรายงานข้อมูลให้กรมการค้าภายในใช้ประกอบการติดตามกำกับดูแล เพื่อป้องกันการบิดเบือนกลไกตลาดหรือการกักตุนสินค้า ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542

 ในด้านสถานการณ์สินค้า ภาคเอกชนให้ข้อมูลตรงกันว่า ปัจจุบันปริมาณเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติกโดยรวมยังอยู่ในระดับเพียงพอ และคาดว่าจะมีใช้ได้ต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึงช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของราคา ยังจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความผันผวนตามสถานการณ์โลกและปัจจัยด้านการขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว

 เพื่อให้การติดตามสถานการณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกันให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องรายงานข้อมูลเม็ดพลาสติกในกลุ่มสินค้าเป้าหมายทุกสัปดาห์ โดยจะรายงานทุกวันพุธ ขณะที่ข้อมูลการนำเม็ดพลาสติกไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์จะรายงานทุก 15 วัน เพื่อให้กรมการค้าภายในสามารถเห็นภาพต้นทุนและสถานการณ์สินค้าได้ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง จนถึงปลายทาง และนำไปใช้กำหนดมาตรการที่เหมาะสมต่อไป

 นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าภายในคาดว่าจะกำหนดผู้ประกอบการที่ต้องรายงานข้อมูลให้ครอบคลุมประมาณ 70% ของแต่ละกลุ่มสินค้า เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มด้านปริมาณและราคา โดยเฉพาะในส่วนของผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกซึ่งมีจำนวนมาก ขณะที่ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกมีจำนวนไม่มากนัก จึงสามารถติดตามข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น

 ทั้งนี้ หลังจากการประชุมกรมการค้าภายในจะรวบรวมผลการหารือและรายงานข้อมูลชุดแรกเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) รวมทั้งใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลให้สินค้าเพียงพอ ราคาเหมาะสม และไม่เกิดผลกระทบต่อประชาชน พร้อมทั้งเชื่อมโยงไปสู่แนวทางการใช้พลาสติกอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนในระยะต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมการปกครอง เล่าที่มา 'รถพุ่มพวง' ตลาดเคลื่อนที่ ลดค่าครองชีพ เข้าถึงปชช.พื้นที่ห่างไกล

รถเร่ขายของจะมีมานาน แต่ยุคที่รถพุ่มพวงแพร่หลายและกลายเป็นสัญลักษณ์ของสังคมไทยอย่างแท้จริง คือช่วง พ.ศ. 2531 - 2534 ในสมัยรัฐบาล พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ

‘อนุทิน’ยันมีของถูก เข้าห้างตรวจราคาสินค้าเจอตะโกนถามใครรวยไม่ไหว

“อนุทิน” เข้าห้างตรวจราคาสินค้า “โครงการไทยช่วยไทย” แนะจัดโซนเฉพาะให้หาง่าย พร้อมเชิญชวน ปชช.ซื้อสินค้าร่วมโครงการ เผยหลังแถลงนโยบายคนละครึ่งมาแน่

นายกฯ คอนเฟิร์ม 'คนละครึ่งพลัส' วงเงินเท่าเดิม 2,000 แต่ครอบคลุมมากขึ้น

นายกฯ รุดตรวจราคาสินค้า “โครงการไทยช่วยไทย” แนะจัดโซนเฉพาะให้หาง่าย พร้อมเชิญชวนปชช.ซื้อสินค้าร่วมโครงการ ขณะประชาชนปรี่ร้องช่วยหน่อยน้ำมันแพง ปล่อยแบบนี้ตายแน่ เผยหลังแถลงนโยบาย คนละครึ่งมาแน่ มากกว่าพลัส ครอบคลุมกว่าเดิม

น้ำมันพุ่งลาม 'วิกฤตปากท้อง' เมษานี้ได้เห็นของจริงแน่

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า น้ำมันดีเซลขึ้นไปแตะราคาลิตรละ 47.74 บาทแล้ว จะขึ้นต่อไป หรือจะลดลง เขียนไปเดี๋ยวจะตื่นตระหนกกัน