‘แท็กซี่นอกรีต’ ขู่ผู้โดยสาร ขบ.สั่ง ‘ปรับ-ตัดแต้ม’ อบรมจิตสำนึก 3 ชม.

‘ขนส่งทางบก’ สั่งเรียกตัวโชเฟอร์แท็กซี่ดังคดีคลิปฉาว รับสารภาพกิริยาไม่เหมาะสม ปมปากเสียงผู้โดยสารเรื่องเส้นทาง ลุกลามถึงขั้นข่มขู่ทำร้ายสั่งปรับ 1,000 บาท ตัด 20 คะแนน พร้อมอบรมจิตสำนึก 3 ชั่วโมง เตือนหากทำผิดซ้ำ เจอโทษหนักสุด

22 เม.ย.2569-รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)  แจ้งว่าตามที่สื่อสังคมออนไลน์ เพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทรินส์ part 7” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 21.58 น. กรณีผู้ขับรถยนต์รับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่) แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพและข่มขู่ทำร้ายร่างกายผู้โดยสาร (ปรากฏตามลิงก์: https://www.facebook.com/reel/1278883537679847) นั้น โดยกองตรวจการขนส่งทางบก ได้ตรวจสอบข้อมูลพบดังกล่าวทันที

ทั้งนี้ พบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทอ 3529 กทม. มี บริษัท อีวีเซเว่น จำกัด เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครอง โดยในวันเกิดเหตุมี นายสรชัช เก็บประยูร เป็นผู้ขับรถ (ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ เลขที่ 67000166 สิ้นอายุวันที่ 2 มีนาคม 2570) กรมการขนส่งทางบกจึงได้เรียกตัวผู้ขับรถคันดังกล่าวให้เข้ามารายงานตัวและชี้แจงข้อเท็จจริง ณ ฝ่ายตรวจการ กองตรวจการขนส่งทางบก อาคาร 3 ชั้น 4 กรมการขนส่งทางบก

ล่าสุด วันนี้ 22 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. นายสรชัช เก็บประยูร ผู้ขับรถ ได้เดินทางมาเข้ารายงานตัวและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อผู้ตรวจการเรียบร้อยแล้ว โดยให้การว่า ในวันเกิดเหตุได้ไปรับผู้โดยสารจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อเดินทางไปยังคอนโดมิเนียม เดอะไพรเวซี่ จตุจักร แต่ระหว่างทางได้มีปากเสียงกับผู้โดยสารเรื่องเส้นทางเดินรถ ทั้งนี้ ผู้ขับรถได้รับสารภาพว่าได้แสดงกิริยาวาจาไม่เหมาะสมตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์จริง

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำความผิด จึงได้ลงโทษผู้ขับรถ ดังนี้ 1.เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) ตามมาตรา 57 ฉ (2) ประกอบมาตรา 66/2 ฐานเป็นผู้ขับรถยนต์สาธารณะแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ เสียดสี ดูหมิ่น ก้าวร้าว หรือแสดงกิริยาในลักษณะดังกล่าวต่อคนโดยสาร2. ตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ จำนวน 20 คะแนน และ3. สั่งให้เข้ารับการอบรมจิตสำนึกการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง พร้อมทั้งบันทึกประวัติการกระทำความผิดไว้ในระบบ หากพบว่ามีการกระทำความผิดในลักษณะนี้ซ้ำอีก จะพิจารณาลงโทษขั้นสูงสุดต่อไป

เพิ่มเพื่อน