“คลัง-มหาดไทย-คมนาคม” รีบตั้งโต๊ะแจงปมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เตรียมปรับไส้ในใหม่ให้ตรงสภาพความเป็นจริง “พลพีร์” สั่ง มท.ผุดศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสรับเรื่อง พร้อมคุ้ยการถูกสวมชื่อ ส่วน คค.ชงปรับเกณฑ์รถยนต์ 4 ข้อ พ่วงการศึกษานอกระบบ “ศิริกัญญา” ขย้ำใช้เกณฑ์ที่แข็งตัวมากเกินไป แนะอยากคัดกรองจริงๆ ควรใช้ระบบคะแนนมากกว่าให้ผ่านทุกคุณสมบัติ
เมื่อวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 ยังคงมีความต่อเนื่องในการประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ผ่านเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ซึ่งมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ 9,314,253 ราย และมีการอุทธรณ์ถึง 2.9 ล้านราย โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ร่วมแถลงข่าวการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
โดยนายวินิจกล่าวว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของเกณฑ์การตรวจสอบคุณสมบัติ และระยะเวลาเปิดรับเรื่องทบทวนสิทธิในโครงการ เพื่อให้การทบทวนสิทธิสอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยจะรวบรวมประเด็นให้ครบถ้วนเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอนต่อไป โดยกระบวนการเหล่านี้ตั้งใจจะเร่งให้ทันสำหรับคนที่เข้าใหม่ให้รับบัตรสวัสดิการภายใน 1 ต.ค. ส่วนคนที่ได้รับต่อเนื่องก็ให้ต่อเนื่องไป
“ผู้ลงทะเบียนที่เห็นว่าข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ยังสามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้จนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2569 ผ่าน 4 ช่องทางหลักของโครงการ ได้แก่ เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th (หรือ https://welfare.mof.go.th), แอปพลิเคชันเป๋าตัง, แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ที่สำคัญต้องติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูลเพื่อชี้แจงหรือแก้ไขข้อมูลภายในวันที่ 16 ส.ค. 2569 โดยหน่วยงานเจ้าของข้อมูลทุกแห่งพร้อมอำนวยความสะดวก” นายวินิจระบุ
ขณะที่นายพลพีร์กล่าวว่า กระทรวงได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากภายหลังเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยยอมรับว่าหลักเกณฑ์บางประการอาจไม่สะท้อนข้อเท็จจริงของชีวิตประชาชนทั้งหมด รัฐบาลจึงไม่นิ่งนอนใจ และได้หารือร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด
“แม้ขณะนี้ยังเปิดให้ประชาชนยื่นอุทธรณ์ได้ แต่รัฐบาลรับทราบว่าประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชัน กระทรวงมหาดไทยจึงเตรียมจัดตั้ง One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นอุทธรณ์ให้ประชาชนในทุกพื้นที่ โดยใช้กลไกของนายอำเภอกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเข้าไปรับข้อมูลจากชาวบ้าน เก็บข้อมูลมาที่การปกครอง” นายพลพีร์กล่าว
รมช.มหาดไทยกล่าวอีกว่า อีกประเด็นสำคัญที่รัฐบาลเตรียมนำมาใช้ประกอบการพิจารณาอุทธรณ์ คือกรณีที่ประชาชนจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้พิการมีชื่อเป็นผู้รับจ้างงาน หรือมีชื่อเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัท ทั้งที่ไม่เคยรับรู้หรือยินยอมมาก่อน โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกนำชื่อไปสวมสิทธิเปิดบริษัท เปิดบัญชีม้า หรือใช้เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ รวมถึงอาจเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“ทุกๆ เสียงสะท้อนของประชาชนเรารับฟัง และไม่ได้มีการปรับลดจำนวนคน ส่วนที่มีการปรับเกณฑ์เนื่องจากเราใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น สิ่งที่ตนอยากสื่อสารคืออยากขออภัยพี่น้องประชาชน ที่ประกาศเกณฑ์ออกมาอาจไม่ได้เป็นที่พอใจ ตอนนี้เราเห็นรายละเอียดแล้วว่าเป็นอย่างไร และจะดูไส้ในว่าสามารถปรับปรุงอะไรได้บ้าง เพื่อจะได้ช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด” นายพลพีร์กล่าว
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือขอให้กระทรวงการคลังทบทวนแล้ว ซึ่งนายกฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยขอปรับเกณฑ์ในการพิจารณารถเก่า ดังนี้ 1.รถยนต์ต้องมีอายุใช้งานเกิน 20 ปี 2.รถมอเตอร์ไซค์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี 3.การถือครองมอเตอร์ไซค์ จะเพิ่มเกณฑ์ว่าหากมีมอเตอร์ไซค์ที่ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี 2 คัน มีภาระในการผ่อนอยู่ จะถือว่าไม่ตกเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนข้อท้วงติงว่าอายุของรถอาจไม่ถึง 15 ปี แต่สิ้นสภาพไปแล้ว ขนส่งทั่วประเทศจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบให้ประชาชน และ 4.กรณีที่ไม่เคยมีการซื้อรถ แต่ถูกแอบอ้างนำชื่อไปใช้ เรื่องนี้สามารถนำเรื่องไปอุทธรณ์กับขนส่งได้เช่นเดียวกัน ขนส่งจะทำการบันทึกให้
นายสิริพงศ์กล่าวว่า ยังมีข้อร้องเรียนกรณีเป็นนักเรียนนักศึกษานอกระบบของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และอาชีวศึกษานอกระบบ รัฐบาลเข้าใจถึงความจำเป็นนี้ ดังนั้น กลุ่มบุคคลเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วน สกร., อาชีวศึกษานอกระบบ หรือนักเรียนนักศึกษาลักษณะอื่นที่ยากจน และเข้าข่ายได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่ถูกตัดสิทธิ์ด้วยเกณฑ์ที่เป็นนักเรียนนักศึกษาแต่เพียงอย่างเดียว แต่กระทรวงการคลังจะพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ ประกอบด้วย ขอให้สบายใจได้และไม่จำเป็นต้องลาออก
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของกรมและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ออกตรวจสอบประชาชนกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ที่มีรายชื่อเป็นหุ้นส่วน กรรมการ หรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนและบริษัทอย่างเร่งด่วน และอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนทุกคน เพื่อนำไปประกอบการยื่นอุทธรณ์ต่อกระทรวงการคลังต่อไป
“จากการตรวจสอบข้อมูลจากคลังข้อมูลธุรกิจของกรม (ข้อมูล ณ วันที่ 24 มิ.ย. 2569) พบว่ามีรายชื่อผู้สมัครเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเป็นหุ้นส่วน กรรมการ หรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนและบริษัท 139,804 ราย แบ่งเป็น 1.มีรายชื่อเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน 41,007 ราย 2.มีรายชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด 98,797 รายกระจายอยู่ทั่วประเทศ”
ส่วน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า ผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ลดค่าน้ำประปาตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.เป็นต้นไป โดยผู้มีสิทธิ์ทั้งรายเดิมและรายใหม่ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน เพื่อยืนยันการใช้สิทธิ์ ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยกำหนดให้ 1 บ้าน (เลขที่บ้าน) ใช้สิทธิ์ได้ 1 สิทธิ์ หากค่าน้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิ์ชำระเฉพาะส่วนที่เกินจากวงเงินสนับสนุน ส่วนกรณีที่ค่าน้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิ์จะเป็นผู้รับภาระค่าใช้น้ำทั้งหมด
ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า การแถลงของรัฐบาลสะท้อนให้เห็นว่าระบบเละเทะมีปัญหามากจริงๆ จากการที่จะคัดคนออกให้ได้มากที่สุดตามที่ได้กำหนดงบประมาณเอาไว้ ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาจากการใช้เกณฑ์ที่แข็งตัวมากเกินไป ทำให้คนที่เดือดร้อนจริงๆ ตกหล่นจากมาตรการเหล่านี้
“สิ่งที่เราเสนอถ้าอยากจะคัดกรองคนจริงๆ ควรใช้ระบบคะแนนมากกว่าให้ผ่านทุกคุณสมบัติ แล้วตัดสินว่าเขาควรได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ ในช่วงที่รัฐบาลมีงบประมาณจำกัดมากๆ เราก็เข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบพุ่งเป้า แต่ถ้าพุ่งเป้าก็ต้องมีข้อมูลที่แม่นยำมากพอ ไม่เช่นนั้นความตั้งใจที่จะคัดคนจนจริงๆ ก็จะกลายเป็นว่าคนจนจริงไม่ได้รับ การช่วยเหลือ” น.ส.ศิริกัญญากล่าว
วันเดียวกัน ยังมีความคืบหน้ากรณีคลิปในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่หญิงชรารายหนึ่งเดินทางไปติดต่อขอใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่กลับไม่ได้รับสิทธิ เนื่องจากฐานข้อมูลระบุว่าครอบครองรถยนต์ 2 คัน โดยยายน้อย หรือ น.ส.วาสนา กาญจนารัตน์ หญิงชราอายุจริง 85 ปี แต่บัตรประจำตัวประชาชนระบุอายุ 70 ปี เนื่องจากแจ้งเกิดล่าช้า ปัจจุบันใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ไม่มีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่ง และอาศัยรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเก็บของเก่าขายเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพ
ยายน้อยเล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปตรวจสอบสิทธิที่ธนาคาร แต่ได้รับแจ้งว่าไม่มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะครอบครองรถยนต์หลายคัน เมื่อติดต่อสำนักงานขนส่งก็ได้รับคำตอบในลักษณะเดียวกัน ทำให้รู้สึกเสียใจและไม่เข้าใจ เพราะมีเพียงรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคันเดียวใช้ทำมาหากิน และบางวันไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อน้ำมันรถ ส่วนรถที่ระบุว่ามี 2 คันนั้น คันแรกเป็นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่ถูกขโมยไปเมื่อประมาณ 7 ปีก่อน โดยได้แจ้งความไว้แล้ว แต่ไม่ได้แจ้งยกเลิกทะเบียนกับสำนักงานขนส่ง จึงต้องซื้อรถพ่วงข้างอีกคันมาใช้ประกอบอาชีพแทน
ด้านนายศุภวิชญ์ มณีโชติ หรือ สท.เล็ก กล่าวว่า ปัญหาเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการตีความข้อมูล โดยระบบระบุรหัสยานพาหนะ รย.12 จำนวน 2 คัน จนเข้าใจว่าเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียดพบว่า รหัสดังกล่าวหมายถึงรถจักรยานยนต์สามล้อส่วนบุคคล หรือรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ซึ่งตรงกับรถที่ยายน้อยใช้ประกอบอาชีพ และอีกคันเป็นรถที่สูญหายไปแล้ว โดยหลังได้รับแจ้งเรื่องจากคนในพื้นที่ ก็ได้เร่งลงพื้นที่รวบรวมเอกสารและหลักฐาน เพื่อประสานหน่วยงานยื่นอุทธรณ์ให้ยายน้อยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยเร็วที่สุด และเตรียมผลักดันให้ยายน้อยได้รับสิทธิผู้พิการเพิ่มเติม เนื่องจากเคยประสบอุบัติเหตุจนกระดูกสันหลังโค้งเดินลำบาก โดยได้ประสานรองปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่และแพทย์โรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อนำตัวเข้ารับการตรวจประเมินตามขั้นตอนแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกนิติ' ยันบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเน้นช่วยคนจนตัวจริง เล็งขยายเวลาอุทธรณ์ สั่งฟันกลุ่มทุนเทาหลอกใช้ชื่อชาวบ้าน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการ
บัตรคนจนทำพิษ! 'จตุพร' สงสัยรัฐบาลถังแตก เชื่อนายกฯ-สส. เอาตัวรอด ส่อลอยแพ 'เทคโนแครต'
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน รัฐบาลชุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ อ
จีนหนุนทวิภาคี ไทยกังวลข่าว! มอบรถถังเขมร
นายกฯ ขอบคุณจีนหนุนแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ผ่านกลไกทวิภาคีบนพื้นฐานความจริงใจ
ยธ.เยียวยารายละ3แสน ดันตั้งกองทุนช่วยเหยื่อ
"รมว.ยุติธรรม" มอบเงินเยียวยาผู้เสียหายคดีไฟไหม้โรงเบียร์ฯ รายละ 3 แสนบาท
ลงMOU15ฉบับร่วมมือรอบด้าน
จัดเต็ม! "อนุทิน" เยือนจีนวันสุดท้าย หารือ "หลี่ เฉียง" นายกฯ จีน ร่วมเป็นสักขีพยานลงนาม MOU 15 ฉบับ
บทสรุปเวิลด์ คัพ 2026 'สเปน'กวาดรางวัลเพียบ
ฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อย โดยทีมที่เล่นได้คงเส้นคงวาที่สุดตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ได้แก่ ทีมชาติสเปน

