
‘ภัทรพงศ์’ ย้ำกรมท่าอากาศยานประชาสัมพันธ์ผู้โดยสาร ระมัดระวังการกล่าวข้อความเท็จเกี่ยวกับภัยคุกคามการบิน ฝ่าฝืนระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
28 เม.ย. 2569-นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่าได้เน้นย้ำให้กรมท่าอากาศยานเร่งประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานในสังกัด ถึงการพูดหรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับภัยคุกคามการบิน แม้จะเป็นการพูดเล่นหรือไม่มีเจตนาก็ตาม ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 ดังนี้ ผู้ใดแจ้งข้อความซึ่งเป็นเท็จจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นที่อยู่ในท่าอากาศยานหรือผู้ที่อยู่ในอากาศยานในระหว่างบริการตื่นตกใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างบริการ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 – 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยความปลอดภัยเป็นหัวใจหลักของการบิน ทุกคำพูดที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามจะถูกตรวจสอบอย่างจริงจัง เนื่องจากอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของนักบินและเจ้าหน้าที่ควบคุมการบิน ทำให้เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติการการบิน เช่น เที่ยวบินต้องยกเลิก เกิดความล่าช้า และสร้างความเสียหายต่อระบบการบินโดยรวม
นายภัทรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เน้นย้ำให้กรมท่าอากาศยานต้องสื่อสารให้ผู้โดยสารทุกคนเข้าใจว่าเรื่องความปลอดภัยในการบินไม่ใช่เรื่องล้อเล่น การใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายและกระทบต่อความปลอดภัยของทุกคนบนเครื่องบิน” จึงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนให้ใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวังในสนามบินและบนเครื่องบิน เพื่อร่วมกันรักษาความปลอดภัยของผู้โดยสารและการเดินอากาศของประเทศ
ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ได้สั่งการให้ท่าอากาศยานในสังกัด ดำเนินการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศในจุดที่เห็นชัดเจน เช่น เคาน์เตอร์เช็คอินและจุดตรวจค้นประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงประกาศภายในอาคารผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประชาสัมพันธ์ทางโซเชียลมีเดียของหน่วยงาน ทั้งนี้ ทย. ขอความร่วมมือผู้โดยสารปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเดินทางเป็นไปด้วยความราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง
ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ
เปิดเบื้องลึก! ทำไมรัฐบาลล้ม 'รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน'
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ฝันค้างทั้งเมือง! รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน “สะดุด” รัฐพับแผนซื้อคืนสัมปทาน
'สกลธี' ทวงเงินเยียวยา 'แท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์' กลางสภา!
'สกลธี' จี้คมนาคมเร่งจ่ายเงินเยียวยาแท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์ หวั่นตกหล่นทำคนรากหญ้าหนีซบเงินกู้นอกระบบ

