‘คลัง’คอนเฟิร์มศก.ไทยเดือนมี.ค.69ฉลุย อานิสงส์ส่งออกโตรวด21เดือน จับตาราน้ำมัน

‘คลัง’ คอนเฟิร์มเศรษฐกิจไทยเดือน มี.ค. 69 ยังฉลุย รับอานิสงส์ส่งออกขยายตัวรวด 21 เดือนติด สอดคล้องการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น รับท่องเที่ยวแผ่ว ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคชะลอ จากความกังวลภาวะสงครามกระทบราคาน้ำมันพุ่ง ป่วนค่าครองชีพ พร้อมจับตาสถานการณ์ความขัดแย้ง-ราคาพลังงาน กังวลกระทบห่วงโซ่การผลิตสินค้าไทย

29 เม.ย. 2569 – นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน มี.ค. 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 โดยมูลค่าการส่งออก อยู่ที่ 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 18.7% โดยการส่งออกไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ น้ำตาลทราย และทุเรียน ยังขยายตัวได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับการปรับตัวดีขึ้นของการบริโภคภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทน ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนก็มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเช่นกัน

ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนมี.ค. 2569 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 51.8 จากระดับ 53.7 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยกดดันจากความกังวลของผู้บริโภคต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา – อิสราเอล และอิหร่าน รวมถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค ส่วนรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนมีนาคม 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -4.1%

ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย ขยายตัวในอัตราชะลอลง อยู่ที่ 2.78 ล้านคน ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ในเดือนมี.ค. 2569 จำนวน 22.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 0.4% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่วนภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนมี.ค. 2569 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 0.8% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ยางพารา ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน และหมวดไม้ผล

สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนมี.ค. 2569 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 88.6 จากระดับ 90.0 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานและราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานในภาคอุตสาหกรรม

นายวินิจ กล่าวอีกว่า ในส่วนของเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.57% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2569 อยู่ที่ 66.1% ต่อจีดีพีซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 280.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ดี ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้าของไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘แบงก์ชาติ’ยันเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี69ยังฉลุย

‘แบงก์ชาติ’ ยันเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังฉลุย อานิสงส์มาตรการรัฐ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ – ฤดูกาลท่องเที่ยวช่วยหนุนเต็มสูบ พร้อมจับตาสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการภาษีรอบใหม่ พุ่งเป้าประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน ชี้บาทไทยแข็งค่าจากปัจจัยนอกประเทศเป็นหลัก

ลุ้น ‘ไทยพลัสเฟส2’

"เอกนิติ" ชี้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. 2 แสนล้านหลัง ใช้เปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นหลัก ทั้งอุดหนุนติดแผงโซลาร์-เปลี่ยนผ่านรถโดยสารเป็น EV ส่วนเงินกู้ 2 แสนล้านแรกเหลือ 4 หมื่นล้าน พร้อมให้ใช้กับไทยเที่ยวไทยพลัส ส่วนไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 รอประเมินความเหมาะสม นายกฯ เผยจะพยายาม