‘พิพัฒน์’ ลั่นได้ใช้แน่รถไฟฟ้า40บาทตลอดวัน ปักธงทุกสายทางต้นปี 70

‘พิพัฒน์’ เร่งตั๋วร่วมดันรถไฟฟ้า40 บาทตลอดวัน ลุยเปิดโต๊ะเจรจา ‘BTS–BEM’ ดึงเอกชนร่วมลดค่าโดยสาร ย้ำไม่ใช้งบรัฐ ตั้งเป้าครบทุกสายต้นปี 2570 ส่วนสายสีส้มตะวันออก มีนบุรี เร่งติดตั้งระบบ รอรับมอบรถไฟฟ้า ลุ้นเปิดใช้ปลายปี 2570 พร้อมเดินหน้ารถไฟฟ้าสายใหม่ ‘สีเทา–สีเงิน–สีฟ้า’เสริมโครงข่ายเชื่อมต่อระบบหลัก รองรับการเดินทางในอนาคต

7 พ.ค. 2569 – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว. คมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า กระทรวงคมนาคมจะเร่งรัดเดินหน้านโยบายรวมศูนย์การบริหารจัดการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership)เพื่อให้การบริหารจัดการรถไฟฟ้ามาอยู่ในความรับผิดชอบของ รฟม. เพียงรายเดียวเพื่อเดินหน้าโครงการตั๋วร่วม 40 บาท ตลอดวัน โดยกระทรวงคมนาคมจะมีหน้าที่ในการเร่งเจรจากับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวมายัง รฟม. ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมจะเร่งเจรจากับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี  (บีทีเอส)ผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BEM ผู้รับสัมปทานรถไฟฟสายสีน้ำเงิน เพื่อเจรจาให้ทั้ง 2 บริษัทเข้ามาร่วมในโครงการลดค่าครองชีพของรัฐบาบ ในนโยบายตั๋วร่วม 40 บาท  ซึ่งรูปแบบการเจรตารัฐบาลจะไม่ใช้เงินงบประมาณแต่อย่างใด โดยเป้าหมายจะให้ใช้นโยบาย 40 บาทตลอดวันทุสายทุกสีภายในต้นปี 2570

นอกจากนี้ ในส่วนของนโยบายการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ 3 สายทางที่จะมาทำหน้าที่เป็นรถไฟฟ้าสายรอง เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้า และระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ คือ รถไฟฟ้าสีเทา เส้นทาง วัชรพล-ทองหล่อ ,สายสีเงิน ช่วงบางนา-สนามบินสุวรรณภูมิทิศใต้ และ รถไฟฟ้าสีฟ้า ดินแดง-สาทร ยืนยันว่าภายในรัฐบาลนี้จะเห็นโครงการก่อสร้างเกินขึ้นแน่นอน จากที่ก่อนหน้าที่ ความเป็นไปได้จะเห็นรถไฟฟ้าสาย สีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี  เนื่องจากติดปัญหาทางด้านกายภาพที่ต้องมีการปรับแบบ เพราะเส้นทางทับซ้อนกับทางด่วน N2ขณะที่ตรงบริเวณ ม.เกษตรศาสตร์ ยังมีปัญหา

ด้านนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.1 กิโลเมตร (กม.) โดยยืนยันว่า จะเดินหน้าโครงการตามแผน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับแก้แบบก่อสร้างใน 2 จุด คือ 1.บริเวณจุดทับซ้อนกับโครงการทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ใกล้พื้นที่ตลาดหัวมุม ที่ กทพ. จะดำเนินโครงการทางพิเศษ (ทางด่วน) เชื่อมต่อโครงข่ายถนนในแนวฝั่งตะวันออก-ตะวันตก (ถนนงามวงศ์วาน-ถนนประเสริฐมนูกิจ) และ 2.บริเวณแยกเกษตร โดยผลการศึกษาเบื้องต้นระบุว่าควรให้เอกชนร่วมลงทุน

สำหรับการปรับแบบดังกล่าว จะใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน เนื่องจากจะต้องมีการทบทวนรายละเอียดโครงการโดยรวม รวมถึงการปรับปรุงผลการศึกษา (Feasibility Study) และรูปแบบการลงทุน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงแบบก่อสร้างย่อมส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนและรูปแบบทางการเงินของโครงการทั้งหมด อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับแบบของ กทพ. อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ รฟม. มีแผนจะเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในช่วงปลายปี 2568 แต่ต้องชะลอออกไปจากปัญหาการปรับแบบและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแผนการดำเนินโครงการล่าสุด คาดว่า จะเสนอเข้าสู่คณะกรรมการ (บอร์ด) ของ รฟม. ภายในปลายปี 2569 ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการอื่นๆ ต่อไป

นายกาจผจญ กล่าวต่อว่า ด้านความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา-สุวรรณภูมิ รูปแบบรถไฟฟ้าระบบรางเบา (LRT) ระยะทาง 19.7 กม. ขณะนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาและทบทวนแบบก่อสร้างให้สามารถเชื่อมต่อเข้าไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมทั้งศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ใหม่ เนื่องจากระยะเวลาล่วงเลยมาแล้วกว่า 5 ปี คาดว่าจะเริ่มศึกษาใน 2-3 เดือนนี้ และใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปี  ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา (โมโนเนล) ระยะที่ 1 ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ ระยะทาง 16.3 กม. นั้น ตอนนี้ อยู่ระหว่างศึกษาทบทวนรายละเอียดโครงการให้มีความเหมาะสม และเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม คาดว่า จะเสนอโครงการให้ที่ประชุมบอร์ด รฟม. พิจารณาในปี 2570 ขณะที่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีฟ้า ช่วงดินแดง-สาทร (โมโนเรล) ระยะทาง 6.7 กม. คาดว่า จะเริ่มการศึกษาได้ในช่วงหลังปี 2572 ตามลำดับความสำคัญในแผน M-MAP2

ขณะที่ภายใน 1-2 เดือนนี้ รฟม. จะเสนอรายงานการศึกษาวิเคราะห์โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง(ใต้) ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ(กาญจนาภิเษก) ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 (PPP) ต่อที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟม. เพื่อพิจารณา โดย รฟม. ยังคงยืนยันตามผลการศึกษาที่ได้ข้อสรุปว่า การเดินรถต่อเนื่องเป็นเส้นทางเดียวกัน ด้วยรูปแบบ PPP Gross Cost จ้างเอกชนเดินรถเหมือนสายสีม่วง(เหนือ) ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ เป็นรูปแบบการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ที่เหมาะสมที่สุด จะทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางเชื่อมต่อระบบทั้งสายสีม่วงเหนือ และม่วงใต้ โดยหากเห็นชอบจะมีการเจรจากับผู้รับจ้างสายสีม่วง(เหนือ) ต่อไป คาดว่าจะเสนอ ครม. เห็นชอบภายในปลายปี 2569 ไม่เกินต้นปี 2570 และได้ผู้เดินรถภายในปี 2570 พร้อมเปิดให้บริการในปี 2573 เบื้องต้นมีแผนจะให้นำขบวนรถของสายสีม่วง(เหนือ) ที่มีอยู่ 21 ขบวน มาให้บริการไปพลางก่อนหากได้รับมอบขบวนรถไม่ทันในปี 2573

ทั้งนี้ ในส่วนของระบบขนส่งมวลชนในภูมิภาค 3 จังหวัด ได้แก่ 1.โครงการรถไฟฟ้ารางเบา (แทรม) จ.ภูเก็ต กระทรวงคมนาคมมีนโยบายปรับให้กรมทางหลวง (ทล.) เร่งดำเนินการปรับปรุงถนนทางหลวงหมายเลข 4027 ให้แล้วเสร็จก่อน เพื่อบรรเทาการจราจรในระหว่างการก่อสร้างแทรม โดยคาดว่าจะเสนอ ครม. ได้ในช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 และเปิดใช้ปี 2575 ตามแผน 2.โครงการแทรม จ.เชียงใหม่ รฟม. ได้ดำเนินการศึกษาการส่วนขยายไปทางสวนราชพฤกษ์เสร็จสิ้นแล้ว และจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครบ 2 ครั้ง คาดว่า จะเปิดบริการได้ในช่วงปี 2575 ตามแผน และ 3.โครงการแทรม จ.นครราชสีมา มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางตามความต้องการของคนในพื้นที่จากสายสีเขียวเป็นสายสีส้ม ซึ่งปรับเส้นทางไปจากแผนเดิมประมาณ 30-40% คาดว่า จะเปิดให้บริการได้ในปี 2575 ตามแผน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ประเมินว่า โครงการแทรม จ.เชียงใหม่ และ จ.นครราชสีมา น่าจะสามารถดำเนินโครงการได้ก่อน

นายกาจผจญ กล่าวถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี ระยะทาง 22.5 กม. ขณะนี้ อยู่ระหว่างการติดตั้งระบบรถไฟฟ้าและระบบอาณัติสัญญาณ มีความคืบหน้าแล้วกว่า 50% และอยู่ระหว่างการรอส่งมอบขบวนรถไฟจำนวน 32 ขบวนคาดว่า จะรับมอบขบวนรถไฟขบวนแรก ภายใน ต.ค.นี้  และทยอยส่งมอบครบทุกขบวนภายในปลายปี 2570 จากนั้นจะเริ่มทดสอบระบบและการเดินรถ ทั้งนี้ ตามแผนจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2571 แต่ผู้รับจ้างได้ยืนยันมายัง รฟม. ว่า จะเร่งรัดให้สามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายปี 2570

นายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและก่อสร้าง) รฟม. กล่าวว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้สรุปผลการตรวจสอบเหตุความเสียหายในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ขณะนี้ ได้ส่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังกระทรวงคมนาคมแล้ว โดยยืนยันสาเหตุ เกิดจากหลายปัจจัยนอกเหนือการควบคุม โดยเฉพาะสภาพกายภาพของพื้นที่ โครงสร้างเดิม และน้ำใต้ดินที่ส่งผลต่อเสถียรภาพของดิน จนทำให้อุโมงค์เกิดการเคลื่อนตัวและทรุดตัว ขณะที่การรั่วไหลของท่อประปาขนาดใหญ่ในภายหลังยิ่งซ้ำเติมให้ความเสียหายขยายวงกว้างมากขึ้น

ทั้งนี้ รฟม.อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการกู้โครงสร้างและเชื่อมต่ออุโมงค์ในส่วนที่ไม่ได้รับความเสียหาย คาดว่า จะใช้เวลาอีกประมาณ 6 เดือน ก่อนทยอยคืนผิวจราจรให้ประชาชน โดยมีเป้าหมายเปิดใช้ถนนบางส่วนได้ภายใน พ.ค. 2570 และเปิดใช้ถนนแบบถาวรใน ต.ค. 2570 ขณะที่ผู้รับจ้าง ยืนยันเดินหน้างานควบคู่การซ่อมแซม เพื่อคุมกรอบระยะเวลาสัญญาเดิม ปัจจุบันภาพรวมมีความคืบหน้า 70 กว่า % โดยประเมินว่า เหตุการณ์ดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการเปิดให้บริการ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ได้ภายในปี 2573 ต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กู้ 4 แสนล้านบาท! โจทย์ของชาติ ต้องไม่ถูกลากเป็นเกมการเมือง

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่ขยับขึ้น และราคาพลังงานที่กดทับต้นทุนของแทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงร้านค้ารายย่อยในชุมชน