แสนสิริ รุกหนักปี 69 เตรียมเปิดโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ เศรษฐสิริ 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,500 ล้านบาท ประเดิมเปิดตัว ‘เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ’ ชี้ช่องคนซื้อบ้าน "ล็อกต้นทุนเดิม ก่อนราคาใหม่พุ่ง" พร้อมแรงหนุน LTV กู้เต็มร้อย
7 พ.ค. 2569 -นางสาว ภัคพริ้ง การุญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตอกย้ำเบอร์หนึ่งอสังหาฯ ไทย และผู้นำตลาดลักซ์ชัวรี ภายใต้แบรนด์ เศรษฐสิริตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี กับพอร์ตโฟลิโอสะสมกว่า 45 โครงการ มูลค่ารวม 98,000 ล้านบาท ดังนั้นในปี 2569 จึงวางแผนที่จะรุกตลาดแนวราบ โดยเตรียมเปิดโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์เศรษฐสิริ 2 โครงการ มูลค่ารวม 5,500 ล้านบาท ประเดิมด้วยโปรเจกต์ไฮไลต์ เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ บ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรีภายใต้ความร่วมมือกับ มิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท บนทำเลตอนเหนือของกรุงเทพฯ ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดพร้อมวิวทะเลสาบใจกลางโครงการ ในราคาที่ดีที่สุด เริ่มต้นเพียง 16.99 ล้านบาท:ซึ่งเตรียมเปิดนพรีเซล 9-10 พฤษภาคม 2569 นี้
“หัวใจสำคัญที่ทำให้เศรษฐสิริครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน เกิดจากความประณีตและการปรับตัวให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายในทุกยุคสมัย นอกจากคุณภาพและความสวยงามแล้ว ยังเป็น โอกาสทางการเงินทีโดยมองว่าปัจจุบันคือจังหวะที่ดีที่สุด ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุน ทั้งมาตรการ LTV ที่ช่วยให้กู้ได้เต็ม 100% และอัตราดอกเบี้ยต่ำแล้ว ยังเป็นการล็อกต้นทุนบ้านในราคาเดิม ก่อนที่จะมีการปรับราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงขึ้นอีก 5-10% ในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาบ้านในอนาคตพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”นางสาวภัคพริ้ง กล่าว
นายสุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุณแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า ถึงแม้ว่าตลาดบ้านจัดสรรในกรุงเทพมหานคร อาจจะอยู่ในช่วงที่เผชิญกับปัจจัยลบหลายอย่าง แต่กลุ่มของบ้านจัดสรรในระดับราคา 10 – 30 ล้านบาท ยังเป็นกลุ่มของบ้านจัดสรรที่มีกำลังซื้อหรือได้รับความสนใจต่อเนื่อง โดยบ้านในระดับราคา 10 – 30 ล้านบาทต่อยูนิต อาจจะเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มหลักของบ้านจัดสรรในระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไป เพราะมีสัดส่วนที่มากกกว่า 70% ของบ้านในระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไป โดยกลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีอายุไม่มากนัก หรือประมาณ 30 – 35 ปี ซึ่งมีรายได้สูง ประสบความสำเร็จจากการทำงานหรือธุรกิจ รวมไปถึงกลุ่มที่ขยายครอบครัว
นอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มตลาดบ้านจัดสรรที่มีการแข่งขันสูงพอสมควร เนื่องจากการสำรวจตลาดจะเห็นได้ชัดว่าการโอนกรรมสิทธิ์ของบ้านจัดสรรในระดับราคานี้มีจำนวนที่ลดลงในอัตราที่ต่ำกว่าบ้านจัดสรรที่มีราคาต่ำกว่า ผู้ประกอบการหลายรายจึงพยายามเข้ามาแย่งกำลังซื้อในกลุ่มนี้ ในด้านทำเลที่ตอนนี้มีความน่าสนใจ นอกจากจะเป็นย่านชานเมืองทางทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานครแล้ว ทำเลทางทิศเหนือของกรุงเทพมหานครอย่างย่านจตุโชติก็น่าสนใจ เพราะมีทางด่วน ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกที่ทำให้การเข้าถึงกรุงเทพมหานครชั้นในทำได้ไม่ยากนัก ไม่ไกลจากเส้นทางรถไฟฟ้า มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมรวมไปถึงศูนย์การค้า โรงพยาบาล และโรงเรียนานาชาติ ในทำเลและพื้นที่โดยรอบที่เป็นเหมือน 1 ในปัจจัยสำคัญของโครงการที่อยู่อาศัยราคาแพงไปแล้ว นอกจากนี้ การออกแบบและจัดวางผังการใช้ประโยชน์รวมไปถึงในด้านต่างๆ ของบ้านจัดสรรในระดับราคานี้ยังต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอย โดยมองว่าบ้านในระดับราคานี้ต้องตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยรวมไปถึงการลงทุนในระยะยาว
สอดคล้องกับข้อมูลจากกรมธนารักษ์ที่พบว่าราคาที่ดินในย่านนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงปีละ 8-12% ขณะที่ข้อมูลจากพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ระบุว่าราคาบ้านเดี่ยวกลุ่มรีเซล (Resale) ยังมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องถึงปีละ 7-9% ตอกย้ำว่าแบรนด์เศรษฐสิริคือ ‘A True Legacy of Wealth’ หรือ ‘มรดกแห่งความมั่งคั่ง’ ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างแท้จริง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
STELLA เดินหน้าปรับโครงสร้างการเงิน หนุนฐานะแกร่ง
STELLA เร่งเครื่องเทิร์นอะราวด์ เดินหน้าปรับโครงสร้างการเงิน หนุนฐานะแกร่ง ดันผลงานปี 69 ฟื้นชัด - ชูธุรกิจ โรงแรม-สุขภาพ เรือธง อนาคตยั่งยืน
‘บริทาเนีย’ปรับกลยุทธ์รับมือโลกยุคใหม่
‘บริทาเนีย’ เดินหน้าปรับกลยุทธ์ รับโลกยุคใหม่ พร้อมวางเกมปี 2569 ชู Crafted for Better Living ปั้นการเติบโตระยะยาว ทุ่มงบ 3,200 ล้านผุด 3โครงการใหม่
IRPC จ่อเสนอขายหุ้นกู้ อายุ 3 ปี 5 ปี และ 7 ปี
IRPC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ อายุ 3 ปี 5 ปี และ 7 ปี ให้แก่ประชาชน คาดเปิดจองซื้อ 15 – 17 มิถุนายนนี้ และหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ 'A-' แนวโน้ม 'คงที่' จากทริสเรทติ้ง

