’สรรเพชญ‘ถกหน่วยงานแก้ปมถมทะเลแหลมฉบังเฟส 3

‘สรรเพชญ’นั่งหัวโต๊ะ หารือร่วม ‘กทท.-ผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรม-ที่ปรึกษากฎหมาย ’ถกปัญหางานถมทะเล แหลมฉบังเฟส 3 หลังส่งมอบงานล่าช้า ย้ำทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ยึดหลักวิชาการ สร้างความเชื่อมั่นทุกภาคส่วนพร้อมเร่งหาแนวทางแก้ไข เพื่อเดินหน้าโครงการสำคัญหนุนระบบโลจิสติกส์ประเทศ

8 พ.ค.2569-นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้แทนการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท)ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม บริษัทที่ปรึกษา และที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อหารือถึงปัญหาและอุปสรรคของงานถมทะเลในโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามแผน

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านวิศวกรรม การออกแบบ และกระบวนการควบคุมคุณภาพงานถมดินและก่อสร้างท่าเรือ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงมาตรฐานด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย และผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เข้าร่วม ได้แก่ รศ. เอนก ศิริพานิชกร นายก วสท., รศ. ดร.ภาณุวัฒน์ จ้อยกลัด ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา และ รศ. ดร.สมโพธิ อยู่ไว ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเทคนิคธรณี

นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด บริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท วีระวงศ์ ที่ปรึกษากฎหมาย เข้าร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเทคนิคและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่ประชุมได้หารือในประเด็นสำคัญ อาทิ ข้อมูลการสำรวจชั้นดินและผลการทดสอบดิน รายละเอียดแบบก่อสร้างและเกณฑ์การออกแบบท่าเรือ รูปแบบการใช้งานและน้ำหนักบรรทุกของท่าเรือ ขั้นตอนและมาตรฐานการถมดินและบดอัดดิน ตลอดจนกระบวนการควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบ และเกณฑ์การตรวจรับงาน เพื่อร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างรอบด้าน

นายสรรเพชญ กล่าวย้ำว่าให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักวิชาการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับต่อประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน พร้อมย้ำว่าการแก้ไขปัญหาของโครงการสำคัญระดับประเทศ จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าได้มอบนโยบายที่จะให้ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้เร่งเดินหน้าในโครงการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ให้เป็นไปตามกรอบที่วางไว้ที่จะต้องเปิดให้บริการได้ภายในปี 2574 นอกจากนั้นได้สั่งการให้ กทท.เร่งตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาโครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 โดยมีนายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาทั้งฝั่งเอกชนผู้รับสัมปทาน และ ทางฝั่ง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ที่ไม่สามารถผลักดันการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงานได้ โดยให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ ให้ได้ข้อสรุปภายใน 60 วัน     

สำหรับปัญหาของสัญญาร่วมลงทุนโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้กับเอกชนคู่สัญญา คือ บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด (GPC) ซึ่งเดิมครบกำหนดการส่งมอบในเดือน พ.ย.268 แต่การส่งมอบติดปัญหาตีความเรื่องการถมทะเลที่แตกต่างกัน ระหว่างเงื่อนไขการจ้างถมทะเลของ กทท. กับเงื่อนไขการประมูลพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ของ GPC    

ทั้งนี้ ปัจจุบัน กทท.ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจาร่วมกับ GPC รวมทั้งกระทรวงฯ ได้เตรียมจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาผลกระทบและแนวทางออกของปัญหานี้ โดยจะมีตัวแทนจากทางกระทรวงคมนาคม กทท. ที่ปรึกษาโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 รวมไปถึงวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เพื่อเข้ามาร่วมพิจารณาแนวทางออกประเด็นการตรวจวัดความหนาแน่นของงานถมทะเล.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สิริพงศ์' ยันแลนด์บริดจ์ใช้งบน้อย-คุ้มกว่าคอคอดกระ

'สิริพงศ์' เผย คค.พร้อมนำผลการศึกษาแลนด์บริดจ์ 'สนข.' ร่วม คกก. 'เอกนิติ' ประกอบการตัดสินใจ ระบุ ผลศึกษาใหม่รวมระบบขนส่งท่อก๊าซ-น้ำมันด้วย ยันโครงการใช้งบน้อย-คุ้มกว่าคลองไทย

'สิริพงศ์' ชี้เหตุสงครามตะวันออกกลาง ทำรัฐบาลต้องผลักดัน 'แลนด์บริดจ์'

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านมองรัฐบาลดูเร่งรีบในการดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาว่า เนื่องจากสถานการณ์การสู้ตะวันออกกลาง และการที่หลายประเทศออกมาบอกว่า

‘พิพัฒน์‘ยันแลนด์บริดจ์คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ปูพรมลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชน

‘พิพัฒน์’ปักหมุดลุยลงพื้นที่ ‘ชุมพร–ระนอง’ 8 พ.ค. นี้ สแกนความพร้อมแจ้งเกิดแลนด์บริดจ์ วงเงินลงทุน 1 ล้านล้าน พร้อมปูพรมเดินหน้ารับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่รอบด้าน ย้ำโครงการมีคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ลั่นเปิดทางเอกชนลงทุน เดินหน้าเร่งกฎหมาย SEC ขับเคลื่อนการลงทุน คาดเริ่มก่อสร้างปี 2573