‘ภัทรพงศ์‘หนุนเพิ่มเที่ยวบิน-เปิดเส้นทางใหม่ทั่วภูมิภาคกระจายรายได้สู่เมืองรอง

‘ภัทรพงศ์’นั่งหัวโต๊ะถก ’ทย.-CAAT-บวท.-สมาคมสายการบิน‘ หนุนเปิดเส้นทางบินใหม่ทั้งในและต่างประเทศ หวังกระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจภูมิภาค ด้าน ทย.ออกมาตรการลดค่าบริการจอดอากาศยาน 50% นาน 6 เดือน บรรเทาผลกระทบต้นทุนน้ำมันพุ่งจากวิกฤตตะวันออกกลาง ส่วน ‘CAAT’ชงตั้งกองทุน PSO หนุนเส้นทางบินเมืองรองเติบโตยั่งยืน

19 พ.ค.2569-นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าได้หารือร่วมกับหน่วยงานด้านการบินประกอบด้วย กรมท่าอากาศยาน,สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย( CAAT) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) คณะผู้บริหาร และตัวแทนจากสมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้ใช้ประโยชน์จากขีดความสามารถขท่าอากาศยานภูมิภาคของกรมท่าอากาศยาน (ทย.)  ทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้  ซึ่งปัจจุบันมีศักยภาพพร้อมรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น การมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ จะไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนให้กับสายการบินเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสในการเดินทางที่สะดวกและเข้าถึงง่ายให้กับประชาชน ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อการกระจายรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากในระดับภูมิภาคอีกด้วย

นอกจากนี้ยัง ขอให้สายการบินพิจารณาการเปิดเส้นทางบินใหม่ ทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ ขยายจำนวนเที่ยวบินเข้าสู่จุดหมายปลายทางเมืองหลักและเมืองรองทั้งเที่ยวบินแบบประจำ (Regular fight) และเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ (Charter Flight) สร้างทางเลือกให้ผู้โดยสารและกระตุ้นเศรษฐกิจการเดินทางทางอากาศ

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา ทย. มีมาตรการส่งเสริมการเปิดเส้นทางบินภายในประเทศ ปี 2568 อาทิเช่น การลดค่าบริการ สำหรับเส้นทางบินใหม่และสายการบินใหม่ ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้มีสายการบินเปิดเส้นทางบินใหม่ อาทิ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ในเส้นทางดอนเมือง – นครพนม สายการบินไทยเวียตเจ็ทแอร์ ในเส้นทางสุวรรณภูมิ – นครศรีธรรมราช และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ในเส้นทางจากสุวรรณภูมิไปยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ นราธิวาส เป็นต้น ซึ่ง ทย. จะพิจารณาขยายนำมาตรการดังกล่าวมาใช้อีกครั้ง รวมถึงพิจารณามาตรการส่งเสริมเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะ ให้เพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวก กระตุ้นความต้องการในการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ และลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้เกิดการเดินทางที่มากขึ้น รวมทั้งได้หารือถึง มาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพื่อลดภาระต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการสายการบินในช่วงวิกฤต โดยในเบื้องต้น ทย. จะให้ส่วนลดค่าบริการที่เก็บอากาศยาน แก่สายการบินที่ทำการบินมาลงและจอด ณ ท่าอากาศยานในสังกัด ทย. ในอัตรา 50% เป็นระยะเวลา 6 เดือน เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569

พล.อ.อ. มนัท ชวนะประยูร. ผู้อำนวยการCAAT กล่าวว่า CAAT พร้อมสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือสายการบินและส่งเสริมการเปิดเส้นทางบินสู่เมืองรอง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภูมิภาค รวมถึงเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินไทยในระยะยาว โดยได้เสนอแนวทางดำเนินการระยะสั้น มุ่งลดภาระต้นทุนและสร้างแรงจูงใจในการเปิดเส้นทางบินใหม่ เช่น การผ่อนคลายหลักเกณฑ์การจัดสรรเส้นทางบิน ประสานหน่วยงานเพื่อกำหนดมาตรการจูงใจ (Incentive) สำหรับสายการบินในช่วงที่มีการเพิ่มเที่ยวบินหรือเปิดเส้นทางบินใหม่ไปยังเมืองรอง

สำหรับมาตรการระยะกลาง CAAT เห็นควรส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว สายการบิน และภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนากิจกรรมและเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดและภูมิภาค อันจะช่วยสนับสนุนการเปิดเส้นทางบินอย่างยั่งยืน และมาตรการระยะยาวเห็นควรศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนเงินอุดหนุนสาธารณะเส้นทางบิน (Public Service Obligation : PSO) เพื่อสนับสนุนการให้บริการเส้นทางบินรองหรือพื้นที่ที่มีความจำเป็นด้านการคมนาคมทางอากาศให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและครอบคลุมการให้บริการประชาชนมากที่สุด

นอกจากนี้เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านต้นทุนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนเชื้อเพลิงอากาศยานและการดำเนินงานของสายการบินในปัจจุบัน CAAT ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานกับ ทย.,บวท. และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เพื่อดำเนินมาตรการช่วยเหลือด้านส่วนลดค่าบริการการบินและการขยายระยะเวลาชำระหนี้ค่าบริการฯ  ในส่วนปัญหาราคาน้ำมันอากาศยานในประเทศที่มีราคาสูง CAAT จะประสานหารือกับผู้ให้บริการน้ำมัน เพื่อหาแนวทางลดภาระต้นทุนให้แก่สายการบินในช่วงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บขส.เข้มสั่งตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

บขส.ขานรับนโยบาย ‘สิริพงศ์’สั่งตรวจเข้มสารเสพติดพนักงานขับรถโดยสารบริษัท และรถร่วมฯ ณ หมอชิต 2 สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ยกระดับความปลอดภัยขนส่งสาธารณะ

‘คมนาคม’ สั่งเข้มปูพรมตรวจสารเสพติด ‘รฟท.-ขสมก.-บขส’ยกระดับคัดกรองทุกวัน

‘สิริพงศ์’ เผยผลตรวจสารเสพติด ‘พนักงานขับรถไฟชนรถเมล์’ พบเป็นบวกหลายชนิด สั่งปูพรมตรวจทั้ง รฟท.-ขสมก.-บขส. ยกระดับคัดกรองเข้มทุกวัน สั่งให้ออกไว้ก่อน ‘พนักงานขับ-ผู้ควบคุมไม้กั้น’ ตั้งกรรมการสอบทันที เร่งสอบเหตุสรุปผลภายใน 20 พ.ค.นี้ เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่-ตำรวจ-ผู้ตรวจการคุมจุดเสี่ยง ลุยหารือ กทม. ปรับปรุงจุดตัดยกระดับความปลอดภัยทั่วเมือง

“พิพัฒน์” สั่งสอบด่วนปมสินบน โยง 3 กรมใหญ่ “เจ้าท่า-ทางหลวง-ขนส่ง” มีชื่อเอี่ยว

“พิพัฒน์ ” สั่งปลัดคมนาคมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังผลสำรวจภาคเอกชนชี้ 3 หน่วยงานสังกัดคมนาคมติดโผมูลค่าสินบนสูง ย้ำหากพบมีมูลตั้งกรรมการสอบทันที ด้าน “สรรเพชญ-สิริพงศ์” เร่งอุดช่องโหว่ ดันระบบออนไลน์ ตัดวงจรเรียกรับผลประโยชน์ ขณะที่อธิบดีกรมเจ้าท่าประกาศกร้าว พบโกงไล่ออกสถานเดียว

’สรรเพชญ’เร่ง SRTA พัฒนาที่ดินรถไฟทั่วไทยปั้นรายได้3.3พันล้าน

‘สรรเพชญ‘มอบนโยบายเร่งด่วนให้ ’SRTA‘พัฒนาที่ดินรถไฟทั่วประเทศกว่า 3.9 หมื่นไร่ เร่งปั้นพื้นที่ศักยภาพกว่า 1,200 ไร่ ตั้งเป้าปี 69 ปั๊มรายได้ 3,335 ล้าน เปิดทางเอกชนร่วมลงทุน ทั้งบางซื่อ -มักกะสัน -RCA และหัวหิน ดันโมเดล ‘TOD’ เชื่อมระบบรางกับเศรษฐกิจเมือง ปักธงผลตอบแทนทรัพย์สินจากเป็น 4% ภายในรัฐบาลชุดนี้

’สรรเพชญ‘ถกหน่วยงานแก้ปมถมทะเลแหลมฉบังเฟส 3

‘สรรเพชญ’นั่งหัวโต๊ะ หารือร่วม กทท.-ผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรม-ที่ปรึกษากฎหมาย ถกปัญหางานถมทะเล แหลมฉบังเฟส 3 หลังส่งมอบงานล่าช้า ย้ำทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ยึดหลักวิชาการ สร้างความเชื่อมั่นทุกภาคส่วนพร้อมเร่งหาแนวทางแก้ไข เพื่อเดินหน้าโครงการสำคัญหนุนระบบโลจิสติกส์ประเทศ

'สิริพงศ์' ยันแลนด์บริดจ์ใช้งบน้อย-คุ้มกว่าคอคอดกระ

'สิริพงศ์' เผย คค.พร้อมนำผลการศึกษาแลนด์บริดจ์ 'สนข.' ร่วม คกก. 'เอกนิติ' ประกอบการตัดสินใจ ระบุ ผลศึกษาใหม่รวมระบบขนส่งท่อก๊าซ-น้ำมันด้วย ยันโครงการใช้งบน้อย-คุ้มกว่าคลองไทย