
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสละครแนวตั้งกำลังมาแรงได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในและต่างประเทศ และถือว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่ ของสื่อบันเทิงในยุคดิจิทัล ทำให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เห็นความสำคัญ จนเป็นที่มาของโครงการประกวด “Micro Drama Master เล่าเรื่องสั้น ปั้นให้ปัง แบบมือโปร” เพื่อเป็นการตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคสื่อในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนไปจากเดิม
คอนเทนต์แนวตั้งที่มีเนื้อหาความยาวไม่เกิน 3 นาที มีจุดเด่นตรงที่เนื้อหาสั้น กระชับ เข้าใจง่าย และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว โดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้เปิดรับสมัครประชาชนทั่วไปสัญชาติไทยทุกช่วงวัยจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ภายใต้โจทย์สุดท้าทาย “เมื่อความจริง ไม่มีฟิลเตอร์” ส่งผลงานเข้ามา เพื่อเข้าโครงการอบรม การผลิตละครแนวตั้งทีมีคุณภาพ ซึ่งผลปรากฎว่า ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้สนใจส่งผลงานและสมัครเข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 421 ราย แต่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่การอบรมระดับพื้นฐาน (Basic) ในรูปแบบออนไลน์ จำนวน 287 ราย และคณะกรรมการได้ เฟ้นหาผู้ผ่านเข้ารอบสู่การอบรมเชิงปฏิบัติการระดับสูง (Advanced) ในรูปแบบออนไซต์สุดเข้มข้น จำนวน 25 ราย
ดร.อุษา รุ่งโรจน์การค้า ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาสื่อสำหรับประชาชน กล่าวถึงความสำเร็จของโครงการว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มุ่งมั่นส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสื่อดีมีคุณภาพ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางสื่อที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้คนในสังคมเสมอมา ปัจจุบัน คอนเทนต์แนวตั้งหรือ Micro Drama ได้รับความนิยมอย่างมาก ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารประเด็นสำคัญทางสังคมกับกลุ่มผู้ชมหลายช่วงวัยผ่านสื่อรูปแบบใหม่ ซึ่งโครงการ Micro Drama Master ไม่ได้เป็นเพียงการอบรมผู้ผลิต แต่ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศของครีเอเตอร์รุ่นใหม่ที่ประกอบด้วยผู้ผลิตสื่อที่เชี่ยวชาญ ทั้งด้านการเล่าเรื่อง เทคนิคการผลิต มีความรับผิดชอบต่อสังคม และผู้ชมที่บริโภคสื่อคุณภาพ โดยองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการนี้ กองทุนพัฒนาสื่อฯ จะนำไปจัดการ การเรียนรู้เพื่อต่อยอดและจะส่งเสริมการสร้างเครือข่ายผู้ผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

จากผู้ผ่านเข้ารอบสู่การอบรมเชิงปฏิบัติการระดับสูง 25 ราย ในที่สุดได้มีการคัดกรองผลงานผู้เข้าอบรมอย่างเข้มข้นจนเหลือ 10 ราย ซึ่งแต่ละผลงาน ล้วนสะท้อนมุมมองสังคมในมิติที่หลากหลาย แต่ในที่สุด คณะกรรมการได้คัดเลือกผลงานสุดยอด ชนะเลิศ และอีก 2 รองชนะเลิศเข้า จำนวนรวม 3รางวัล ซึ่งมีมูลค่ารวม 200,000 บาท
รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท ได้แก่ ผลงานเรื่อง: The Honest Glitch (หลุดปาก) โดย คุณชลชาต โพธิ์แย้ม
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัลมูลค่า 70,000 บาท ได้แก่ ผลงานเรื่อง: กล่อง (Boxes) โดย คุณหาญเศรษฐ์ ศรีเทพเอี่ยม
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท ได้แก่ ผลงานเรื่อง: ไลฟ์สุดท้ายของแม่ โดย คุณภาคภูมิ หรรนภา

นันทขว้าง สิรสุนทร นักวิจารณ์ชื่อดัง ที่เป็นทั้งกรรมการและวิทยากรในการอบรม กล่าววา ต้องขอชมเชยผลงานที่ส่งเข้าประกวด ในฐานะคนที่เคยพิจารณาภาพยนตร์มามาก ได้พบเซอร์ไพร์สในโครงการนี้ ได้เห็นศักยภาพทักษะในการผลิตผลงาน โดยเป็นการพบข้อดี 3 ข้อ และพบข้อเสีย 3ข้อ ในแง่ข้อดีคือ 1.การตั้งชื่อเรื่องผู้เข้าประกวดเกือบทั้งหมดตั้งชื่อได้ดี สามารถเรียกร้องความสนใจจากผู้ชมได้2.สไตล์ของเรื่องมีความหลากหลายมาก และ3. เนื้อหาของเรื่องสามารถสะท้อนมิติปัญหาสังคมเมือง ในยุคคิจิทัล ที่มีทั้งเรื่องการบูลลี่ และช่องว่างระหว่างวัยได้ค่อนข้างคม
ส่วนข้อด้อย พบ 3 ประเด็นได้แก่ 1.ระบบเสียงหลายเรื่องยังไม่ชัด ฟังไม่รู้เรื่อง 2. การตัดต่อ พบว่าละครที่มีเวลาดึงดูดผู้ชมเพียงแค่ 3นาที จะต้องมีการตัดต่อที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้เรื่องกระชับ ควรตัดต่อทุก 4วินาที 3 .มีการใช้AI เยอะเกินไปในละครบางเรื่อง ไม่ใช้นักแสดงจริง ทำให้ขาดแง่มุมอารมณ์ความรู้สึก ไปอย่างน่าเสียดาย

ด้านธัชชัย ณ บางช้าง ผู้บริหารworld series กรรมการและวิทยากรอบรม กล่าวว่า เพราะโลกเปลี่ยนไปทำให้ละครแนวตั้งกำลังเติบโตขึ้น ซึ่งคนเคยออกงานอีเว้นต์ พบว่าต่างประเทศให้ความสนใจละครแนวตั้งไทยมาก เพราะมีเนื้อหาหลากหลาย ไม่เหมือนของจีนที่เนื้อหาจะซ้ำๆ คล้ายๆกัน การพัฒนาผู้ผลิตละครแนวตั้งครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะพัฒนาละครแนวตั้งไทยให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน สามารถขายได้ต่อไปในอนาคต
นอกจากนี้ กระแสการเกิดของละครแนวตั้ง ยังเป็นการสร้างคนกลุ่มใหม่ในการผลิตละคร จากเดิมที่เรามีคนกลุ่มที่มีทักษะผลิตละครแนวนอนมากอยู่แล้ว แต่ยังขาดผู้ผลิตแนวตั้ง ซึ่งจะเป็นโอกาสแจ้งเกิดผู้ผลิตกลุ่มนี้ เพราะละครแนวตั้งใช้ต้นทุนและเวลาไม่มาก อีกทั้ง ยังสามารถนำเทคนิคเอไอ มาช่วยลดต้นทุนบางแง่มุมได้ ซึ่งจะลดค่าใช้จ่ายการผลิตได้อย่างดี
“ละครแนวตั้ง เป็นสิ่งที่มาพร้อมกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่เร่งรีบ ไม่ต้องการดูอะไรที่ใช้เวลานาน ดังนั้น การผลิตเปิดเรื่องปุ๊บจะต้องมีฮุก จับคนดูไว้ได้ทันที ไม่รูดผ่านไป และใน 3 นาทีนี้ก็จะต้องมีท่อนฮุกเป็นช่วงๆ ผู้ผลิตจะต้องมีการพัฒนาหลายๆด้าน เบื้องต้นมาจากบทก่อน ที่จะต้องได้พล็อตเรื่องและบทที่ดี “ธัชชัย กล่าว

ฟาโรห์ จักรภัทรานนท์ เจ้าของช่อง Common Thread หนึ่งในกรรมการ กล่าวว่า ละครแนวตั้ง จะเป็นช่องทางการส่งผ่าน ซอฟต์เพาวเวอร์ของไทยไปสู่โลกภายนอก เนื้อหาที่ดี จะได้รับความสนใจจากผู้ชมประเทศต่างๆได้ ผู้ผลิตจึงมีความสำคัญ ต้องสามารถผลิตงานที่มีคุณภาพได้

มาฟังแนวความคิดของผู้ได้รางวัลชนะเลิศ จากผลงานเรื่อง: The Honest Glitch (หลุดปาก) ของชลชาต โพธิ์แย้ม ผู้ผลิต บอกว่า แรงบันดาลใจทำเรื่องหลุดปาก ซึ่งมีเนื้อหาการบูลลี่ในครอบครัว มาจากการที่ตนเป็นครูช่วยสอนพิเศษ ทำให้มีโอกาสสัมผัสเด็ก พบว่าเด็กมีการบูลลี่ระหว่างกัน และเด็กยังบูลลี่ผู้ใหญ่ด้วย ซึ่งในมุมมองส่วนตัว มองว่าหากการบูลลี่นั้น ถ้าไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจ การขอโทษก็จะเป็นทางออกในการแก้ปัญหา ที่จะทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ไม่บาดหมางกัน นอกจากนั้น ยังมองว่าสังคมยังควรยึดโยงกับการพูดความจริง ที่ไม่ได้เป็นการทำร้ายใคร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กองทุนสื่อฯ เปิดรับสมัครเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม'Young จะเล่า'
กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดรับสมัครเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม 'Young จะเล่า' โครงการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ เฟ้นหาและสร้าง “มัคคุเทศก์น้อยแห่งสยาม” ชวนนักเรียนวั
84ปี เพลงลูกทุ่งไทย จัดคอนเสิร์ตใหญ่
ถือเป็นกิจกรรมยิ่งใหญ่ในโครงการฉลอง 84 ปี ลูกทุ่งไทยที่เหล่าแฟนคลับเตรียมไปเกาะขอบเวทีกับคอนเสิร์ตลูกทุ่งฉลอง 84 ปีลูกทุ่งไทย ซึ่งจะได้พบกับนักร้องลูกทุ่งชื่อดังร่วมโชว์ 60 คน พร้อมหางเครื่องสุดตระการตา งานนี้ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

