กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือเปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย และเด็กหลุดจากระบบในช่วงโควิด ทักษะการอ่านและคณิตศาสตร์ เป็นสองวิชาหลักที่ต้องเร่งแก้ไข

7ธ.ค.2564- นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า กสศ. ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และจ.สมุทรสาคร เปิดตัวโครงการวิจัยนำร่องฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย ภายในหัวข้อ “ก้าวไปด้วยกัน สู่สมุทรสาครโมเดล จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน” เนื่องจาก โควิด-19 ส่งผลให้ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาถ่างกว้างขึ้น ดังนั้น กสศ.ยูนิเซฟ และ ศธ. ได้ประเมินสถานการณ์เบื้องต้น และนำมาสู่การออกแบบโครงการเพื่อฟื้นฟูความรู้ที่ถดถอย ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบ และส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาคุณภาพให้เด็ก โครงการนี้เป็นโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Research and Development) นำร่องในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ปิดเรียนยาวนาน เพื่อหาตัวแบบก่อนขยายผลไปทั่วประเทศ โดยมีงบประมาณส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
ในการดำเนินงานจะเชิญชวนสถานศึกษาทุกสังกัด ทั้ง สพฐ. อปท. และ สช. เข้าร่วม ด้วยรูปแบบที่ให้ความสำคัญกับทักษะด้านคณิตศาสตร์และทักษะการอ่าน ซึ่งพบว่าเป็นทักษะที่มีภาวะถดถอยมากที่สุดในช่วงการปิดโรงเรียน โดยทักษะทั้งสองวิขา ที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้วิชาอื่นๆ ทักษะสังคม อารมณ์ สุขภาพกายสุขภาพใจ ก็เป็นสิ่งที่ต้องเติมเต็มและส่งเสริมพัฒนาการไปพร้อมๆ กัน สำหรับจังหวัดสมุทรสาคร เป็นพื้นที่ที่มีความร่วมมือในระดับจังหวัดที่เข้มแข็ง ซึ่งทาง กสศ. ยูนิเซฟ และกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมค้นหานวัตกรรมมาช่วย เพื่อให้ไปสู่ผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้น
“เรามีทีมวิชาการที่เข้มแข็งอย่างมูลนิธิสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ที่ทำงานด้านนวัตกรรมการศึกษาระดับสากล มาเป็นโค้ช ทำงานร่วมกับศึกษาธิการจังหวัด และสถานศึกษา และ RIPED มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เป็นเครือข่ายด้านงานวิจัย มาช่วยถอดบทเรียน วิธีการทำงานที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะนำไปใช้ขยายผลในอนาคต ดังนั้น สิ่งที่ได้จากโครงการนี้ จะไม่ได้ก่อประโยชน์เพียงกับเด็กและเยาวชนในสมุทรสาครเท่านั้น แต่จะเป็นตัวแบบสำคัญที่จะขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นๆ อีกด้วย”ผอ.สำนักนวัตกรรมฯกสศ. กล่าว
ด้านนายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงปลายปีการศึกษา 2/2562 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียนทั้งทางตรงและอ้อม ครัวเรือนยากจนลงทำให้เด็กและเยาวชนเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษามีจำนวนเพิ่มขึ้น เด็กจำนวนมากออกไปประกอบอาชีพ และหาเลี้ยงครอบครัว หรือหากยังคงอยู่ในระบบการศึกษา แต่สถานศึกษาหรือครูอาจยังไม่ได้มีความพร้อมจัดการสอนในสถานการณ์ที่วิกฤตและมีข้อจำกัด เช่น การจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ 100% การขาดอุปกรณ์สื่อกลางการเรียนรู้และหลักสูตรที่เหมาะสม ปัจจัยความพร้อมของเด็กที่แตกต่างกัน ทำให้เด็กและเยาวชนเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย และยังมีเด็กจำนวนมากที่หลุดออกจากระบบไป
ข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (iSEE) ของ กสศ. จังหวัดสมุทรสาครมีนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ จำนวน 3,189 คน ในจำนวนนี้เป็นนักเรียนยากจนพิเศษ ที่อยู่ในครัวเรือนฐานะยากจนที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศ มีรายได้เฉลี่ยสมาชิกในครัวเรือนต่อคนต่อเดือน 1,077 บาทหรือราว 36 บาทต่อวัน หรือ12,924 บาท ต่อปีเท่านั้น หากดูตัวเลขเช่นนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่มาก โดยกลุ่มที่ต้องเฝ้าจับตาคือ เด็กในวัยเรียนกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อทางการศึกษามีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้นในปี 2564-2565 และเด็กที่ไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษาตามแต่ละช่วงวัย จำนวน 10,551 คน
“การพาเด็กๆกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ในสถานการณ์ไม่ปกติ จำเป็นต้องอาศัยมาตรการ โปรแกรมฟื้นฟูที่ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางจังหวัดสมุทรสาคร กสศ. องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม สถาบัน RIPED จะเข้ามาช่วยจังหวัด ส่วนที่สำคัญขาดไม่ได้คือครอบครัว บางครอบครัวอาจมีข้อจำกัดในชีวิต ต้องช่วยกัน ทำให้การศึกษาการเรียนรู้ของเด็กในกลุ่มนี้ มีทางเลือกมากขึ้น และสมุทรสาครโมเดล จะเป็นจังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เด็ก”ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เตือนรับมือฤดูกาล 'โควิด-19' กำลังจะมาถึงหลังสงกรานต์ เริ่มเดือนพ.ค.-ก.ย. มีอุบัติการณ์สูง
'หมอยง' ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์โควิด 19 สายพันธุ์ใหม่แพร่กระจายเร็ว BA.3.2 ทำไมเรียกชื่อเล่นว่า 'จั๊กจั่น'
'หมอเอก' แฉเงื่อนงำ ทำเอกสารจัดซื้อ ATK ย้อนหลัง เกิน 2 ล้าน ไม่ส่งให้ผูัว่าฯ เรื่องถึงปปช.แล้ว
นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อดีตกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กกรณีการจัดซื้อ ATK ว่า
'ชมรมแพทย์ชนบท' วิเคราะห์ 6 ข้อ อ.ก.พ.สธ.มีมติ 4:3 ปลด 'หมอสุภัทร' เชื่อไม่จบแค่รมว.สธ.
เพจ ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความ เรื่อง ใครคือไอ้โม่งสั่งปลด หมอสุภัทร???? มีเนื้่อหาดังนี้ กรณีคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) มีมติ 4 ต่อ 3 ปลดนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

