'บอย ปกรณ์' คลั่งรัก ลั่นผมหวงแหนเขา รับเคยดื้อกับแม่ถึงขั้นต้องเคลียร์ใจ

สาดความหวานไม่หยุดสำหรับ พระเอกสายเกรียน "บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์" ที่ช่วงนี้อินเลิฟหนักมาก ล่าสุดเปิดใจสัมภาษณ์ในรายการ WOODY INTERVIEW ถึงความคลั่งรักครั้งนี้ ว่าเมื่อไหร่กันนะถึงจะใช้คำว่าแฟน แถมเจ้าตัวยังบอกผมหวงแหนเขามาก พร้อมเล่าถึงวีรกรรมระหว่างคุณแม่แท้จริงแล้วเป็นคนดื้อกับแม่หนักมาก ซึ่งหลายคนอาจยังไม่เคยรู้

เรื่องความรักคุยกันหรือยังว่าเมื่อไหร่จะเรียกว่าแฟน ?
บอย ปกรณ์ : ถ้า ณ วันนี้พูดแบบตรงๆ ไม่ได้ตอบแบบดารา ยังไม่ได้เป็นแฟน ยังอยู่ในฐานะคนคุยกัน สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ คำว่าแฟนมันก็เป็นคำหนึ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์มีการขยับมากขึ้น เดี๋ยวรอถึงจังหวะหรือเวลาที่มันเหมาะสม ซึ่งบางทีเราก็บอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึก และก็เป็นความรู้สึกของทั้ง 2 ฝ่ายด้วย มีความรู้สึกที่มีให้กันมากถึงจุดที่ว่าตกลงเป็นแฟนกันได้ วันนั้นก็จะเกิดขึ้นเองโดยที่เราไม่ต้องไปกะเกณฑ์มัน ถ้าเมื่อไหร่เขายอมเป็นแฟนผม ผมก็ไม่ปิด ผมไม่กั๊ก อาจจะไม่ได้ถึงป่าวประกาศแต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ผมเป็นแฟนแล้ว มีคนถามผมก็ตอบ

คุณถามเขาบ่อยไหมว่าเมื่อไหร่เราจะเป็นแฟนกัน ?
บอย ปกรณ์ : ไม่ได้ถามในแนวนั้นว่าเมื่อไหร่จะเป็นแฟน เราคุยกันยังงี้ไปสักประมาณกี่เดือนเราถึงจะขยับเป็นแฟนกันเหรอประมาณนี้ แต่ว่าไม่ได้ถามในเชิงที่ไปกดดันเขา ถามความคิดเห็นคุยกัน

โมเมนต์ไหนที่เรารู้สึกไม่เคยสัมผัสอะไรแบบนี้จากมนุษย์อีกคนหนึ่งมาก่อน แต่เราได้จากเขา ?
บอย ปกรณ์ : ความเอาใจใส่ เขาเป็นคนที่ค่อนข้างแคร์ความรู้สึกคนเยอะเหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมีให้เขามากๆ ก็คือ ผมมีความรู้สึกหวงแหนเขามาก พูดความรู้สึกยากนะ ความหวงแหนมันแสดงเป็นท่าทางคือแบบโอ๋ (ทำท่าทางกอด) ไม่ว่าเขาจะทำอะไรเราจะรู้สึกเป็นห่วงเขา เอ็นดูเขา อยากดูแลเขา สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขในการได้รู้จักเขาก็คือ เราคุยกันลงตัวมากๆ อยู่ด้วยแล้วเรามีความสุข อาจจะเป็นด้วยวัยที่เขาเด็กกว่าเรา 8 ปี เหมือนกับเราได้เจอความสดใสจากเขาด้วย แต่ในความสดใสนั้นก็มีความเป็นผู้ใหญ่ที่คุยกับเรารู้เรื่องด้วย

เขาเติมเต็มอะไรให้ตัวคุณ ?
บอย ปกรณ์ : แค่ว่านั่งอยู่ข้างๆ เรา เวลาเราขับรถ แค่ว่ามีคนที่เราโทรหาตอนกลางคืน แค่ว่ามีคนที่นั่งจับมือดูหนังกับเรา แค่นี้ก็โคตรเติมเต็มให้ผมแล้ว (ยิ้ม) เพราะผมอยู่คนเดียวมานานพี่วู้ดดี้ ผมใช้ชีวิตคนเดียวมานานเอาอย่างงี้ ผมเป็นบุคลิกของคนติดแฟน

หน้าคุณสดใสมากและมีความสุขมากคุณรู้ตัวหรือเปล่า ?
บอย ปกรณ์ : เหรอครับ (หัวเราะ) แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบเขามากๆ เลย เขาเป็นคนรักครอบครัวมากๆ

เขาบอกไหมว่าชอบอะไรในตัวคุณ ?
บอย ปกรณ์ : ผมดูแลเขาดีมากๆ เขาพูดคำนี้บ่อยๆ

สิ่งที่ทำให้เราหัวใจพองโต ?
บอย ปกรณ์ : ผมแค่ภูมิใจที่ทำให้แม่ผมสบายใจว่าผมมีวันนี้ได้เท่านั้นเอง เขาไม่ต้องห่วงผมมากละ เขารู้ว่าเราดูแลตัวเองได้ ถ้าไม่นับพ่อที่เสียไปแล้ว แม่ก็คือคนที่มีอิทธิพลในชีวิตกับผมในทุกๆ ด้าน ทุกวันนี้ผมทำงานสร้างตัวเอง เลี้ยงดูตัวเอง เลี้ยงดูครอบครัวก็อยากให้แม่สบายใจ สุขภาพเป็นสิ่งที่ห่วงแม่ที่สุด เคยเผลอไปบ้างก็คือเรื่องใจของเขา

คือยังไง ?
บอย ปกรณ์ : ผมคือลูกน้อยของเขาเสมอ เขาจะเป็นห่วงเป็นใยดูแลเรา จนบางทีเรามองข้ามจุดเล็กๆ น้อยๆ ไป ว่าสิ่งที่เขาทำให้ แล้วเราปฎิเสธไม่เอา เขาเสียใจมาก เราสนใจอยู่แค่ว่าเราทำงานเพื่อครอบครัว ทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ทำงานเพื่อให้เขารู้ว่าเราดูแลตัวเองได้ให้เขาไม่เป็นห่วง แต่ว่าเราทำงานมากเกินไปจนเราลืมดูแลใจเขาไป ว่าเขาอยู่บ้าน เขาอยู่คนเดียวนะ สิ่งหนึ่งที่จุดประกาย ทำให้ผมรู้สึกว่า หรือเป็นเพราะว่าเราเป็นเราเป็นลูกผู้ชาย เราเลยไม่เข้าใจหัวใจของผู้หญิงเลย คือมีอยู่ช่วงหนึ่งที่แม่ผมชอบทำผักปั่นให้กินมากๆ คือไม่อร่อยเลย กึ่งๆ บังคับ เราก็จะแบบโอ๊ยแม่ไม่กินได้ไหม ไม่เอา สำหรับเราก็แค่รู้สึกว่าเราดื้อในฐานะที่แบบก็แค่ไม่กินเอง เขาก็พูดขึ้นมาว่าทำไมไม่รับน้ำใจเขาไปเลย หนักมากสำหรับผม จุกนะทำไมไม่รับใจของเขาไป แล้วเราก็ค่อยๆ กลับมานั่งคิดว่าตอนที่ทำให้เขาตั้งใจทำให้ คนมักจะเห็นว่า บอย ปกรณ์ รักแม่ ผมรักแม่จริงๆ แต่ว่าสิ่งที่คนไม่เห็นอีกมุมหนึ่งคือ ผมดื้อกับแม่มาก ชอบขัดใจแม่โดยที่แบบไม่คิดถึงจิตใจแม่ในบางจังหวะที่ไม่รู้ตัว แต่ก่อนเป็นเยอะมาก ทุกวันนี้ผมแทบไม่ค่อยเถียงแม่แล้ว เรารู้แล้วว่าคือเถียงไปก็ไม่ได้เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างเรากับแม่ สุดท้ายยังไงแล้วลูกก็ไม่ควรเถียงแม่ กับแม่กับคนที่เป็นบุพการีของเราไม่ต้องมีเหตุผลกับเขาเยอะ

สตูดิโอที่สร้างเพื่อคุณแม่ กว่าจะมีวันนี้ต้องเตรียมการเยอะไหม เพราะค่อนข้างใหญ่พอสมควร ?
บอย ปกรณ์ : เยอะ หลายคนก็จะชอบถามว่าทำไมชื่อสตูดิโอคุณแม่ เพราะว่ามันคือความฝันของแม่ผม เป็นสิริมงคลของพวกผม สำหรับผมแล้วอะไรที่มีเกี่ยวกับคุณแม่เป็นเรื่องที่ดีทั้งหมดครับ

สามารถติดตาม WOODY INTERVIEW ได้ที่ช่องทาง Facebook: Woody , Youtube: Woody
คลิกชมย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=QP9RiXRmnZw

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ป้อง ณวัฒน์' แง้มหัวใจไร้คนคุย ลั่นหากมีเปิดตัวแน่นอน

ยังคงดูแลตัวเองได้ดีอยู่เสมอสำหรับนักแสดงหนุ่มชื่อดัง ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ที่ล่าสุดได้เดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี “เดอะ ทัช” (The Touch) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว โดยเจ้าตัวได้เผยถึงสถานะหัวใจตอนนี้ว่าโสดสนิท แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นใคร

'ษา วรรณษา' แชร์ความรู้การเลี้ยงลูกที่เป็นเด็กพิเศษ

นักแสดงสาวสวยอมตะ ษา-วรรณษา ทองวิเศษ แชร์โมเมนต์วันแม่สุดประทับใจ ผ่านชีวิตลูกชายน้องเซย์เดย์ หนุ่มออทิสติกวัย 16 ปี ที่ต้องผ่านมรสุมชีวิตมากกว่าเด็กทั่วไป หัวใจคนเป็นแม่จึงต้องแข็งแรงกว่าคนปกติหลายเท่า เผยเรื่องราวและมุมมองผ่านสามสาวพิธีกร แคทรียา อิงลิช, น้ำ-ชลนที อักษรสิงห์ชัย และ น้ำหวาน ซาซ่า-พิมรา เจริญภักดี ในรายการ “เดอะ เลดี้ ผู้หญิงแถวหน้า” (The Ladies) วันเสาร์นี้ (13 ส.ค.) ทางช่อง MONO29

'เชียร์ ฑิฆัมพร' ตอบกระแสหลังร่วมรายการกับอดีตคนรู้ใจ 'กอล์ฟ พิชญะ'

นักแสดงสาว เชียร์ ฑิฆัมพร ที่วันนี้ควงคุณแม่นก รัตนวรรณ เปิดวีรกรรมสุดแสบวัยเด็ก และโมเมนต์ความสนิทของแม่ลูกที่ซี้กันหนักมาก พร้อมตอบกระแสคู่จิ้นกับอดีตคนเคยสนิทวัยเด็กกอล์ฟ พิชญะ ที่ทำเอาแฟนคลับสงสัย และสงสารคู่จริง อย่าง ไฮโซบิ๊ก งานนี้สาวเชียร์กับคุณแม่นกมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีพีเคปิยะวัฒน์ และบูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

'พลอย ชิดจันทร์' เล่าอดีตที่ลำบากทั้งน้ำตา เคยเดินไปทำงานจนรองเท้าขาด

พลอย-ชิดจันทร์ ห่ง คุณแม่สวยแซ่บ ที่ใครๆ ต่างอิจฉาอยากอยากมีชีวิตแบบเธอ ด้วยความเป็นครอบครัวนักธุรกิจสุดอบอุ่น สามีชาวฮ่องกงก็รวยเป็นพันล้าน และลูกๆ ที่น่ารักทั้ง 4 คน อีกทั้งเธอยังเป็นดาวติ๊กต่อกสร้างกระแสไวรัลดัง "ฉันเป็นประธานบริษัท" จนใครๆ ก็อยากมีอาชีพแบบเธอ แต่เบื้องหลังนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด โดยสาวพลอยมาเปิดอีกมุมแบบหมดเปลือก เล่าทั้งน้ำตาย้อนอดีตที่เคยลำบาก ถึงขนาดเคยเดินไปทำงานทั้งๆ ที่รองเท้าขาด ในรายการ WOODY INTERVIEW