เปิดชีวิตสุดเหวี่ยง 'ไบร์ท นรภัทร' โดนรุมยับ 10 ต่อ 1 เย็บ 17 เข็ม!

พระเอกหนุ่มสุดฮอตจากช่องวัน31 ไบร์ท-นรภัทร ไลพันธุ์ เปิดชีวิตสุดเหวี่ยงในอดีตที่ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง เกเรขั้นสุด โดดเรียน โดนรุมกระทืบ 10 ต่อ 1 หวิดโดนไล่ออก เสี่ยงตายนับครั้งไม่ถ้วน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow

"มันเป็นแค่ช่วงวัยนึงตอนเด็กของเรา เป็นฟิลเด็กผู้ชายเลย ช่วงประถมเป็นคนเล่นแรง ขี้แกล้ง ขี้หยอก สมัยนั้นมันยังไม่มีคำว่าบูลลี่ออกมา มันไม่ดีหรอก แต่สมัยก่อนเราชอบแกล้ง ชอบหยอกคน เอาประทัดมาจุด เอาน้ำมันมาราด ตอนมัธยมแล้วครับ เด็กผู้ชายเล่นกัน เอาน้ำมันกระป๋องมาฉัดเล่น ฉีดใส่โต๊ะ ใส่เสื้อ ใส่เก้าอี้ แล้วจุดไฟใส่แล้วไฟลุก ตอนนั้นแค่เล่นกันไม่มีอะไร ประทัดคือตอนนั้นเป็นช่วง ม.ต้น ที่โดนห้องปกครอง คือโรงเรียนผมตึกนึงมี9ชั้น เราอยู่ชั้น9 แล้วจุดประทัดโยนลงไปข้างล่าง คือมันไม่โดนคนหรอก แต่คนที่อยู่หน้าห้องตกใจ

ก็มีติดทัณฑ์บน ผมว่ามันเรื่องปกตินะ เหมือนโดนตักเตือนฟิลนั้น ผมโดนครั้งแรกตอน ม.1 อันนั้นโดนเตือนรอบแรก เพิ่งเข้าโรงเรียนได้อาทิตย์แรกเอง แล้วไปทะเลาะกับใครก็ไม่รู้ แต่ถ้าเรื่องไม่ได้ใหญ่มาก พ่อแม่เราเขาก็ไม่ได้อะไร เขาก็เป็นห่วงเรานั้นแหละ ผมว่าเด็กผู้ชายช่วงอายุ 14-18 ไม่ฟังพ่อแม่หรอก วัยรุ่นอยู่แต่กับเพื่อน เป็นวัยที่คิดว่ามีความคิดเป็นของตัวเองสูง แล้วค่อนข้างดื้อ ไม่ฟังใคร เคยมีแบบว่าแม่ไปส่งที่โรงเรียนตอน 8 โมง พอ 9 โมง แม่มาห้องปกครองเลย ก็เป็นเด็กเกเรสมัยก่อน แอบสูบบุหรี่บ้าง ต่อให้ผมเละเทะเกเรแต่ว่าเรียนคนละเรื่องกัน ไม่ได้หมายความว่าผมเกเรแล้วผมไม่เรียน ผมเรียนดีมากๆ ตลอด

เรื่องชกต่อย เราเริ่มมีตอนช่วง ม.ต้นแหละครับ มันก็มีมาเรื่อยๆ แต่ไม่ถึงขั้นจะเอากันให้ตาย แต่มันก็มีความแบบเอาจริง เอาจังสูง แต่ถ้าเป็น ม.ปลาย เริ่มหนัก ม.ปลาย จะเริ่มเป็นแบบข้ามรุ่นบ้างแล้ว ตอนเด็กๆ เราอาจจะทะเลาะกันเองกับเพื่อนห้องข้างๆ แต่พอม.ปลาย มันจะเริ่มข้ามรุ่นแล้ว เริ่มข้ามไปโรงเรียนอื่น เริ่มใหญ่ขึ้น ไม่ใช่แค่เด็กต่อยกัน มันเริ่มมีมีด ปืน ระเบิดเข้ามาเกี่ยวแล้ว เมื่อก่อนผมเป็นคนค่อนข้างคิดเร็ว ทำเร็ว ใจร้อน มักจะเป็นตัวเริ่ม

หนักสุดในชีวิต คือเราห้าวไปหน่อย เราผิดอย่างนึงด้วย เพราะว่าเราเป็นเด็กเราไม่ควรไปที่แบบนั้น ฟิลแบบร้านเหล้ามหาวิทยาลัย เพราะว่าไปงานรับปริญญารุ่นพี่ เป็นปัญหาของผู้หญิงแล้วมีผู้ชายมาเคลียร์ แล้วผมเป็นผู้ชายคนเดียวก็ต้องไปเคลียร์ด้วย ก็จบๆ เดินออกจากร้านแล้วเขามาต่อยผมจากข้างหลัง ผมก็เลยต่อยเขาคืนทีนึง แล้วเขาก็ล้มลงไป หลังจากนั้นอีกไม่กี่นาทีพนักงานผู้ชายก็มารุมกระทืบผม หัวผมโขกกับขอบน้ำตกที่มันติดผนัง แตก เย็บ 17 เข็มบนหน้า ตอนนั้นไม่สลบ แต่ล้ม จำได้ว่าเลือดอาบเลย ตอนนั้นมันไม่เจ็บ เจ็บสุดคือโดนเย็บ ผมว่าตอนนั้นผมคุ้มแล้ว 10 ต่อ 1 ผมต่อยมั่วๆ ต้องโดนอยู่แล้วแหละ คิดว่ายังไงเราก็คุ้ม มัน 10 คนเป้ามันเล็กเราคนเดียวเป้ามันใหญ่ แต่ตอนนี้ไม่ใจร้อนแล้ว ตอนนี้คือคนละคน เป็นเด็กดื้อ แต่เรื่องเรียนก็เรียนดีมาตลอดไม่มีติดศูนย์หรืออะไร ผมสอบติดมหาวิทยาลัยตอนจบ ม.5 ขึ้น ม.6 ผมติดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิศวะอินเตอร์

เข้าวงการตอนไบร์ทเรียนไปได้ปีนึงครับ ออกงานนั้นงานนี้ เริ่มถ่ายละครนิดหน่อยแล้ว พอขึ้นปี2 เราเลยไม่ไหว มันหนัก คนทำได้มันมี แต่เรารู้ว่าเราทำไม่ได้ เราต้องเลือก เป็นช็อตที่ลำบากใจมากๆ เรามั่นใจในตัวเองว่าเราเรียนจบได้ด้วยถ้าแค่เรียนนะ แต่วงการบันเทิงไม่รู้อะไรกับมันเลย มันเสี่ยงมากแต่สุดท้ายผมก็เลือกไปอันนู้น เพราะผมรู้สึกว่าเพดานมันสูงดี แล้วเราก็ย้ายไปเรียนนิเทศ ม.กรุงเทพ ซึ่ง ม.กรุงเทพเขาก็ช่วยเหลือ มีทุนศิลปินให้ด้วย อีกอย่างที่เราอยากได้ทุนคือเรารู้สึกผิดกับพ่อแม่ เพราะค่าเทอมวิศวะอินเตอร์แพงมาก ซึ่งตอนนั้นพ่อ แม่ เขาตามใจเรายิ่งเขาตามใจผมก็ยิ่งรู้สึกผิด เราเลยคิดว่าออกจากธรรมศาสตร์ไปจะไปเอาทุนเรียนฟรี แล้วจะไม่ขอเงินพ่อแม่อีกแล้วชีวิตนี้ นี่คือจุดเริ่มต้นแรกตอนอายุประมาณ 19 ปี แต่ 2 ปีแรกผมจะตายแบบมีเงิน 50 บาท แต่บอกแม่ว่าอิ่มมากเลย

ตอนเล่นละครเรื่องแรกผมไม่กลับไปดูเลย เห็นแค่โปสเตอร์ก็ปัดหนีแล้ว มันอาย ไม่ใช่แค่กับเรื่องแรก กับทุกเรื่องที่ันผ่านมาแล้ว รู้สึกว่ามันอ่อน อยากเห็นตัวเองเก่งขึ้นเรื่อยๆ ตอนเราเข้ามาแรกๆ ช่วงปี1 มีโดนเตือนเรื่องคาแร็คเตอร์ ผมโดนทุกอย่าง อะไรที่เขาโดนกัน ผมโดนมาหมดแล้ว อย่างเช่น ท่าทางการเดิน สีหน้า แต่งตัว วิธีการพูด ไม่ยิ้ม ไหว้ไม่ดี ไม่สวย มือหนัก ทุกอย่าง นี่ยังไม่เข้าไปถึงเรื่องการแสดงเลยนะ เราเลยตั้งเป้าหมายไว้ว่าใน 3 ปีนี้ เราอยากได้รางวัลสาขาการแสดงสักอันนึง เราจะได้เรียกว่าเก่งโดยที่ไม่ต้องคิดไปเองแล้วนะ มีรางวัลการันตี"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดใจว่าที่เจ้าสาวป้ายแดง 'ณัฐ ณิชชา' หวานใจ 'อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม'

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้โซเชียลต่างชื่นมื่นไปกับข่าวประกาศขอแฟนสาวแต่งงานของพระเอกหนุ่มอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม กับสาวนอกวงการที่คบหาดูใจกันมากว่า 5 ปี ณัฐ-ณิชชา ธนาลงกรณ์ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง ‘NICHA’ และเป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ฝีมือเฉียบที่โลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นมากว่า 10 ปี ซึ่งหลังจากปลุกปั้นแบรนด์ ‘NICHA’ จนประสบความสำเร็จในวงการแฟชั่นไทยและสากลแล้ว ล่าสุดเธอยังได้หันมาออกแบบบีชแวร์แบรนด์ยูนิเซ็กส์ที่ชื่อว่า ‘My only sunshine’ ที่เพิ่งเปิดตัวไปได้เพียงประมาณ 2 ปีเท่านั้น แต่ก็ได้การตอบรับจากเหล่าแฟนคลับแบรนด์เป็นอย่างดี

'ป้อง ณวัฒน์' แง้มหัวใจไร้คนคุย ลั่นหากมีเปิดตัวแน่นอน

ยังคงดูแลตัวเองได้ดีอยู่เสมอสำหรับนักแสดงหนุ่มชื่อดัง ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ที่ล่าสุดได้เดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี “เดอะ ทัช” (The Touch) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว โดยเจ้าตัวได้เผยถึงสถานะหัวใจตอนนี้ว่าโสดสนิท แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นใคร

'สิงโต ปราชญา' เผยความลับกับรักครั้งแรก ถึงขั้นวางแผนจะแต่งงาน

เป็นอีกหนึ่งคนที่งานแน่นรัดตัวแบบขั้นสุด ไม่ว่าจะเป็นงานละคร รวมไปถึงงานพบเจอแฟนคลับต่างประเทศ หลังจากที่สถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย และเมื่อมีโอกาส ก็เลยจับตัวจ้าวป่า อย่าง “สิงโต-ปราชญา เรืองโรจน์” มานั่งพูดคุยถึงความลับ ในเรื่องความรักที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ซึ่งเจ้าตัวถึงขั้นเอ่ยปากว่า เป็นรักแรกที่อยากจะแต่งงานด้วย

'เก้า จิรายุ' ปลื้ม 'แม่ก้อย' มอบรถบ้านเป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้า

เป็นคู่แม่ลูกที่ผูกพันห่วงใยและไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด สำหรับ เก้า จิรายุ กับ แม่ก้อย-วรณัชชา ละอองมณี ที่ล่าสุดแม่ก้อยแอบทำเซอร์ไพรส์ลูกชายสุดที่รักมอบของขวัญวันเกิดล่วงหน้าให้เป็นรถบ้านคันโต

'แหม่ม ธิติมา' ขยี้หลังกล้องเม้าท์ 'เจมส์ จิรายุ-จีน่า ญีนา'

เตรียมนับถอยหลังการประชันบทบาทสุดเข้มข้นของพระนางเคมีใหม่ อย่าง เจมส์ จิรายุ ปะทะ จีน่า ญีนา และนักแสดงอีกคับคั่ง ใน “พิศวาสฆาตเกมส์” จากค่าย Feel Good ของผู้จัดคนเก่ง แหม่ม-ธิติมา สังขพิทักษ์ และผู้กำกับ จอร์จ-วิศเวศ บูรณวิทยวุฒิ ที่งานนี้ทุกคนถึงกับเอ่ยปากเป็นเสียงเดียวกันว่าเตรียมรับแรงกระแทก เพราะแต่ละคนก็ได้รับศึกหนักและต้องทำการบ้านกันหนักมาก งานนี้ “เปิดกองวิก 3 Online” ไม่พลาดขอตามเกาะเบื้องหลัง พร้อมทีมร่วมเผา อย่าง เอ็ม อภินันท์, น้ำหวาน ภูริตา, ป๊อป ธัชทร และ เอนจอย ธิดารัตน์

'ฌอห์ณ' ขึ้นแท่นผู้กำกับครั้งแรก กับโปรเจกต์สารคดีกึ่งการเดินทาง

ถือเป็นนักแสดงคุณภาพที่มีผลงานมาอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น นักแสดง หรือ นักเขียน แต่ล่าสุดในครั้งนี้ ฌอห์ณ จินดาโชติ ขอลุยงานเบื้องหลังแบบเต็มตัว เผยบทบาทใหม่ในฐานะผู้กำกับ พร้อมทั้งเปิดโปรเจกต์ “The Journal List (เข็มทิศ/ หัวใจ/ จุดหมาย/ ผู้คน)” สารคดีกึ่งการเดินทาง 6 เส้นทาง 6 บุคคล ซึ่งรวมกับทีมงานนักเขียนจากทีม Apollo และกลุ่มคนชอบเล่าภาพอย่าง Mad Mood Production