
พิธีกรดัง อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน โพสต์โซเชียลแนะนำวิธีให้รัฐบาลนำพาประเทศไทยที่บอบช้ำมามากๆ ให้ผ่านช่วงเวลาแบบนี้ได้อย่างแตกต่าง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเรื่องที่ตนพูดนี้เป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากพอสมควร
“เรื่องที่ผมจะพูดน่าจะเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากพอสมควร แต่อยากยืนยันถึงเจตนาที่ดี มาชวนกันคิดชวนกันคุยถึงแนวทางในการเดินหน้ากันในช่วงเวลาที่ประเทศมีความบอบบางมากๆในหลายมิติแบบที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้
ในภาวะเศรษฐกิจระดับหอบหืดหายใจรวยรินแทบไม่พ้นน้ำแบบเดือนต่อเดือน 2-3 เดือนที่เหลืออยู่ตรงหน้าของปีนี้คือลมหายใจเกือบเฮือกสุดท้ายที่ทำให้หลายคน และธุรกิจยังมีหวังพอจะไปต่อได้
ผมแอบคิดว่า การไว้ทุกข์และไว้อาลัยน่าจะสามารถนำเสนออกมาได้หลากหลายอย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานของความเคารพสูงสุดเหมือนเดิม โดยไม่ต้องหยุดชะงักงันได้ไหม เช่น การแสดงออกถึงความอาลัยนั้น ความจริงมีตัวอย่างที่น่าสนใจให้เห็นมากมายว่า อาจทำออกมาในรูปแบบของการเฉลิมฉลอง อาทิ In the memories of… , Celebration the life of… , Tribute…. แค่เพียงปรับและเปลี่ยนแนวทางการนำเสนอโดยไม่ต้องใช้ความเศร้านำ แต่เป็นการใช้ความระลึกถึงโดยใช้การสร้างความทรงจำที่สวยงามร่วมกันแทน ผ่านevent concert แม้แต่งานพลุ ลอยกระทง วิจิตรเจ้าพระยา หรือDroneShow อย่างซาบซึ้ง ว่าเราโชคดีเพียงใดที่ได้เกิดในรัชสมัยของพระองค์นั้นเป็นต้น
งานEvent มหกรรมพลุ concerts เทศกาลสารพัด รวมถึงลอยกระทงในรูปแบบTribute หรือปรับconceptนี้ จะทำให้ธุรกิจทุกภาคส่วนยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ร่วมกันอย่างดีทั้งระบบ เผลอๆดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากหัวใจที่มีความรู้สึกร่วมกันของคนไทย โดยไม่ต้องใช้วิธีและวิถีแห่งความเศร้าสลดนำ
ในส่วนของพระราชพิธีและขนบอันทรงคุณค่าก็เดินหน้ารักษาส่งเสริมควบคู่ เคียงข้างกันไป ผมไม่ได้รังเกียจการต้องมีน้ำตาหรือร้องไห้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเช่นนี้ แต่ผมแค่อยากให้พวกเราลองคิดตามดู โดยเฉพาะท่านผู้นำในหลายภาคส่วนทั้ง ททท. กระทรวงท่องเที่ยว ครม. โดยเฉพาะท่านนายก อาจจะลองพิจารณาในมุมที่เปิดกว้างขึ้นอย่างสร้างสรรค์นี้ ที่อาจจะนำพาประเทศไทยที่บอบช้ำมามากๆๆๆๆ ให้ผ่านช่วงเวลาแบบนี้ได้อย่างแตกต่าง
ไม่ได้บอกว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุด แต่อยากให้พิจารณาว่ามันอาจเป็น1วิธีที่เราจะก้าวข้ามผ่านได้แบบไม่มีใครต้องร้องไห้ไปพร้อมกับต้องเสี่ยงจะจมน้ำตายจากเศรษฐกิจที่หยุดชะงักตามไปด้วย
นี่อาจเป็นจุดพิสูจน์ภาวะผู้นำที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในยามคับขันก็เป็นได้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศบก. ชี้กองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้าน ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์
ศบก. แถลงจับเพิ่มผู้ประกอบการกักตุนน้ำมัน สระบุรี 3 ราย อยุธยา 2 ราย ตีปี๊บเริ่มจำหน่าย E20 แล้ว เผยกองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้านบาท ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์ ยันพยายามดูแลเต็มที่
นายกฯ จ่อตั้ง 'โบว์ ณัฏฐา' นั่ง 'โฆษก ศบก.' เจ้าตัวโผล่สังเกตการณ์แถลงข่าวประจำวัน
ภายหลังที่นายเกษมสันต์ วีระกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ ได้กล่าวเสนอแนะแนวทางการสื่อสารของรัฐบาลต่อหน้า นายอนุทิน
ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ
ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว
'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน
ดร.เจษฎ์ จี้รัฐบาลเปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น
ดร.เจษฎ์ ชี้ประเทศยังไม่เข้าสู่ขั้นวิกฤตพลังงาน แต่หากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี อาจลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
'สนธิรัตน์' ซัดปมความโปร่งใสรัฐบาล วิกฤตกว่าราคาน้ำมัน แนะ 4 ข้อสำคัญต้องลงมือทำทันที
ในสถานการณ์ที่หลายอย่างเพิ่มขึ้น สิ่งที่ยังไม่เพิ่มและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องคือความโปร่งใสของรัฐบาลในการจัดการวิกฤต ซึ่งนำไปสู่การลดลงของความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐ

