
นุ่น-รมิดา ประภาสโนบล พร้อมด้วยสามี หลุยส์ สก็อต และ พญ.ปานวาด หาญอมร สูตินรีแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลสมิติเวช , นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จาก PWS CLINIC BANGKOK ร่วมแถลงข่าวถึงการสูญเสียลูกคนแรกจากภาวะมดลูกแตก
โดย นุ่น รมิดา ซึ่งมีอาการร้องไห้ตลอดเวลา เผยว่าได้วางแผนกับสมิติเวชว่าจะผ่าคลอดวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา แต่ตนเองนั้นไม่ได้ฝากครรภ์ที่สมิติเวช สุขุมวิท เพราะมีคลินิกเป็นของตัวเอง ที่ดูแลตั้งแต่ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ปรึกษาผู้มีบุตรยาก รวมไปถึงการฝากครรภ์ เลยเลือกฝากครรภ์กับคลินิกตัวเอง โดยมีคุณหมอณัฏฐ์เป็นผู้ดูแลตั้งแต่เริ่มต้น
ซึ่งคุณหมอณัฏฐ์ ได้เผยว่า “ในช่วงเวลาการฝากครรภ์ เราจะมุ่งเน้นดูแลเรื่องของชีพจร ความดัน และประเมินสุขภาพของทารก ซึ่งการประเมินทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติมาโดยตลอด แต่อย่างที่ทุกคนทราบพี่นุ่นเคยมีประวัติมีเนื้องอกในมดลูกมาก่อนและเคยผ่าตัดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทางทีมแพทย์เองเฝ้าระวังและติดตามความเสี่ยงนี้มาโดยตลอด
จนเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ที่ใกล้คลอดแล้ว เราติดตามถี่ขึ้นทุกสัปดาห์ โดยการประเมินน้ำหนักทารก ประเมินทารก และการบีบรัดตัวของมดลูก ซึ่งการบีบตัวของภาวะมดลูกไตรมาสสุดท้ายไม่มีการพบความผิดปกติใดๆ ในระหว่างนั้นได้มีการประสานงานกับโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อวางแผนการคลอด และเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน เช่นเจ็บครรภ์ คลอดก่อนกำหนด พี่นุ่นจะได้เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งได้รับการตอบรับจากโรงพยาบาลสมิตเวช สุขุมวิช เป็นอย่างดี จนกระทั่งวันเกิดเหตุ 10 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นอายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนด พี่นุ่นมีอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดและปวดท้องรุนแรง จนวูบเกือบหมดสติ ก็ประสานกับโรงพยาบาล.สมิติเวช เพื่อให้มารับตัว”

โดยพญ.ปานวาด ซึ่งได้เข้ามารับช่วงต่อในการรับตัว นุ่น มริดา ไปดูแล เผยว่า “วันที่ 10 มกราคม ช่วงสายๆ คุณหมอณัฏฐ์แจ้งว่าคุณนุ่นมีอาการปวดท้อง จุกแน่นทั่วท้อง พร้อมกับมีอาการวูบ ทางโรงพยาบาลได้ประสานให้รถฉุกเฉินรวมทั้งคุณหมอฉุกเฉินไปรับคุณนุ่นที่บ้าน โดยหมอฉุกเฉินแจ้งว่า ขณะนั้นคุณนุ่นมีภาวะความดันโลหิตที่ต่ำมาก มีหัวใจเต้นเร็วมากๆ เริ่มมีอาการหายใจเร็ว คุณนุ่นเคยผ่าตัดก้อนเนื้อที่มดลูกออกทำให้มีแผลที่ตัวมดลูก เมื่อรวมกับประวัติที่ได้ทั้งหมด ทีมสงสัยว่าน่าจะมีภาวะมดลูกแตก ซึ่งทำให้เสียเลือดในช่องท้องมากและทำให้ความดันต่ำลง
ทางทีมได้เตรียมผ่าตัดฉุกเฉิน เตรียมทีมคุณหมอผ่าตัด เตรียมหมอเด็ก หมอดมยาเพื่อให้รักษาได้ทันท่วงที เมื่อคุณนุ่นมาถึงที่โรงพยาบาลก็ได้พาไปห้องผ่าตัดเลยเพราะต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน และตอนนั้นได้ทำอัลตร้าซาวด์ เพื่อประเมินสัญญาณชีพของทารกในครรภ์ เราตรวจไม่พบสัญญาณชีพทารกในครรภ์แล้ว แต่เราจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อให้การรักษาเพื่อเซฟชีวิตคุณแม่ เราผ่าคลอดทารกออกมาพบมีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก เมื่อตรวจมดลูกพบว่ามีแผลขนาดใหญ่ เป็นแผลปริแตกที่บริเวณด้านหลังมดลูก อันนี้น่าจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดเลือดในช่องท้องปริมาณมากและทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ
ทีมได้เย็บซ่อมมดลูกที่ฉีกขาด ใช้เวลาในห้องผ่าตัด 3 ชั่วโมง ก็หยุดเลือดได้ หมอดมยาก็ให้เลือดปริมาณมาก เพื่อรักษาสัญญาณชีพให้คงที่ ทุกอย่างก็พ้นวิกฤต แต่เนื่องจากว่ามีการเสียเลือดในปริมาณมาก คุณนุ่นยังคงต้องรักษาต่อในห้องไอซียู เพื่อให้เลือดอย่างต่อเนื่องและเพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน โดยหลังจากนั้นพบว่าคุณนุ่นมีอาการน้ำท่วมปอด ทำให้ไม่สามารถถอดท่อช่วยหายใจได้ ใช้เวลารักษาในไอซียู 4 วัน หลังจากนั้นก็ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูร่างกาย”

นุ่น รมิดา กล่าวปิดท้ายว่า “เกือบไม่ได้มีโอกาสมานั่งคุยกับพี่ๆแบบนี้แล้ว สาเหตุและเหตุผลก็มาจากมดลูกแตก จากที่เคยผ่าตัดมาค่ะ วันนี้ก็ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่ให้กำลังใจ ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทุกคนส่งกำลังใจมาให้เรา ไม่รู้จะตอบแทนทุกคนยังไง แล้วขอโทษที่ไม่สามารถตอบไลน์ ตอบดีเอ็มขอบคุณ แต่เราเห็นทุกอย่าง นุ่นไม่อยากให้ทุกคนเศร้าไปกับข่าวนี้ เพราะมันผ่านมาแล้ว ที่ผ่านมาเศร้ามาพอแล้ว วันนี้ที่เราแถลงข่าวจริงๆ อยากให้ทุกคนได้ฟังความจริงที่เกิดกับนุ่น มันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเรา มันไม่ได้หมายความว่าจะเกิดกับคนตั้งครรภ์ในภาวะสุดท้ายไตรมาส 3 ทุกคน มันแค่แจ็กพอตที่เรา ก็ถือว่าเป็นอุทาหรณ์เรื่องหนึ่ง สัญญาณเตือนให้คนที่เคยผ่าตัดแบบนุ่นได้ระวังตัวมากขึ้น
สุดท้ายพี่ๆ คงอยากถามว่าแล้วนุ่นกับหลุยส์จะยังไงต่อ คือตอนนี้เราโฟกัสเรื่องสุขภาพนุ่นมากกว่า จากที่เสียเลือดไปเยอะ นุ่นต้องฟื้นฟูร่างกาย ถ้าถามว่าอยากมีลูกอีกไหม มันยังมีความหวังค่ะ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีลูกอีกแล้ว แต่อยากโฟกัสที่ชีวิตคู่ของเรา ตอนนี้ยังให้คำตอบไม่ได้ รู้แค่ว่าวันนั้นคนที่อยู่และรักนุ่นที่สุดคือหลุยส์ เขาต้องผ่านการรับรู้ข้อมูลที่ไม่รู้จะเป็นยังไง ฉะนั้นให้เวลาเรา เราให้กำลังใจเราผ่านจุดนี้ไปให้ได้ นุ่นว่ามันไม่นานหรอกค่ะ นุ่นเคยสูญเสียมาเยอะนุ่นว่าชีวิตเราต้องไปต่อได้ เราจะกลับมามีรอยยิ้ม มีความสุขอีกครั้งแน่นอน“
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หลุยส์-นุ่น' แพลนมีลูกให้ทันในปีนี้ เผยหากไม่สำเร็จก็ยังมีกันและกัน
หลุยส์ สก๊อต นักร้อง-นักแสดง สุดฮอต ที่วันนี้ควงภรรยาคนสวย นุ่น รมิดา มาอัปเดตชีวิตหลังแต่งงาน 4 ปี พร้อมเผยความหวังเรื่องลูกหลังแพลนอยากมีให้ทันภายในปีนี้ ในรายการ คุยแซ่บShow Special ที่มี เป็กกี้ ศรีธัญญา และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกร
'หลุยส์-นุ่น' จากลูกค้าสู่หุ้นส่วน ลงทุนเปิดธุรกิจ
จากลูกค้าที่เข้าไปปรึกษาเพราะอยากมีลูก แต่สุดท้ายคู่สามีภรรยา หลุยส์ สก๊อต และ นุ่น-รมิดา ประภาสโนบล ก็ตัดสินใจขอเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ เลยเข้าเป็นหุ้นส่วนคลินิก PWS Clinic Bangkok ที่เมืองทองธานี รับอาชีพนักแสดงไม่ยั่งยืนอยากหาธุรกิจทำเพื่อความมั่นคงในระยะยาว
'นุ่น รมิดา' เผยวินาทีสูญเสียคุณพ่อ พร้อมความตั้งใจอยากท้อง
หลังจากที่เมื่อกลางเดือนที่แล้ว ต้องสูญเสียคุณพ่ออย่างกะทันหัน หลังจากที่ได้เข้ารับการผ่าตัด โดย “นุ่น-รมิดา ประภาสโนบล” ได้เปิดเผยความรู้สึกพร้อมน้ำตาผ่านรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องOne 31 กับการสูญเสียแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งได้เผยสาเหตุของการที่คุณพ่อจากไป รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆ จนทำให้ตัวเองเสียศูนย์ไปมาก พร้อมกับเรื่องไม่น่าเชื่อกับการคุณพ่อมาหาหลังเสียไป และคำสั่งสุดท้ายที่อยากให้ลูกสาวคนนี้ท้องไวๆ
'มาตาลดา' เรตติ้งสูงทำลายสถิติ ถูกยกเป็นเซฟโซนขึ้นแท่นละครฟีลกู๊ดในใจคนดู!
เดินทางมากันเกือบครึ่งเรื่องแล้วสำหรับละครน้ำดีอย่าง “มาตาลดา” กระแสความนิยมยังคงล้นหลาม ติดอันดับหนึ่งละครฮีลใจของใครหลายคน ล่าสุดในเรื่องของเรตติ้งก็พุ่งกระฉูดสูงขึ้นไม่หยุด ใน “มาตาลดา EP.10” ทำตัวเลขเรตติ้ง Bangkok พุ่งสูงถึง 6.49 เรตติ้งในกลุ่ม (Bangkok and Urban) หรือ 15+ BU ได้ไป 4.78 เรตติ้ง Nationwide ทำได้ถึง 3.01 และยอดดูสดออนไลน์ได้ไป 6.5 แสนคน

