
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก สำหรับกรณีที่มีการตั้งคำถามว่า ซีรีส์หงสาวดี ที่ผลิตโดยช่องวัน31 นำแสดงโดย ตรีภรภัทร รับบทพระนเรศ และ นาย ณภัทร รับบทมังจีชวา มีบางจุดที่มีความคล้ายคลึงกับ การ์ตูนวาย อโยธยาเอยาวดี โดยล่าสุด ศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ ผู้เขียนบทหงสาวดี ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงในมุมของตนเองเกี่ยวกับประเด็นดรามาที่เกิดขึ้น
“ตามที่ช่อง one31 ได้มีแถลงการณ์ชี้แจง ต่อข้อกล่าวหาบนสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับซีรีส์เรื่อง ’หงสาวดี’ ว่ามีการลอกเลียนหรือดัดแปลงเนื้อหาจากผลงานการ์ตูนเรื่อง ‘อโยธยาเอยาวดี‘ นั้น ได้มีผู้ตั้งคำถามเกี่ยวกับช่วงเวลาการพัฒนาเรื่องและจัดทำบทโทรทัศน์ ข้าพเจ้าในนามของ ผู้เขียนบทซีรีส์เรื่อง “หงสาวดี” จึงใคร่ขอเรียนชี้แจงดังนี้ หลังจากที่ซีรีส์ แม่หยัว ออกอากาศไปในปลายเดือนตุลาคม 2567 ทางช่อง one31 ก็ได้สั่งให้ข้าพเจ้าพัฒนาซีรีส์เรื่องใหม่ ที่เป็นเรื่องราวในสมัยอยุธยาต่อเนื่อง ข้าพเจ้ากับผู้ช่วยได้ช่วยกันศึกษาหาข้อมูล จึงได้ค้นพบประเด็นที่น่าสนใจ ว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น หลังจากได้ชัยชนะในกระทำยุทธหัตถีแล้ว ได้สร้างสถูปให้กับพระมหาอุปราชา (อ้างอิงจาก พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับ พันจันทนุมาศ (เจิม) และ พงศาวดารกรุงสยาม ต้นฉบับของ บริติชมิวเซียม) ซึ่งเห็นว่าดูผิดวิสัยที่จะสร้างสถูปให้ศัตรู จึงมีนักวิชาการบางท่านตั้งสมมติฐานว่าทั้งสองพระองค์อาจจะมีความเคารพรักใคร่ซึ่งกันและกัน ผนวกกับเนื้อความจากหนังสือ คำให้การขุนหลวงหาวัด ฉบับหลวง กล่าวว่า "อันพระนเรศร์กุมารกับพระประทุมราชาอันเปนที่มหาอุปราชนั้นชอบพอรักใคร่ต่อกัน สัญญาว่าพี่น้องพระครรภ์เดียวกัน มิได้มีความรังเกียจเดียดฉันต่อกัน เปนที่ปรึกษาหารือต่อกัน..."
ข้าพเจ้าจึงคิดจะทำเรื่องของพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา โดยนำมาเล่าในมุมที่ประวัติศาสตร์ไม่ค่อยได้เล่า เหมือนที่ทำในแม่หยัว ว่าหากทั้งสองพระองค์สนิทกันฉันพี่น้อง แต่สุดท้ายต้องมารบกันเพื่อแผ่นดินของตนเอง คงจะเป็น series ที่เต็มไปด้วย conflict และ drama และน่าสนใจมาก ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2567 ข้าพเจ้าได้เล่าแนวคิดนี้ ให้กับผู้บริหารช่อง one31 ซึ่งก็ได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการพัฒนาโปรเจ็คนี้ต่อไป ช่วงเดือนมกราคม 2568 ระหว่างทำการค้นคว้าข้อมูล ข้าพเจ้าได้เห็นลายเส้นการ์ตูนเรื่อง อโยธยาเอยาวดี ที่ถูกนำมาเผยแพร่ใน X พบว่าเป็นการ์ตูนที่ทำเรื่องเกี่ยวกับพระนเรศวรและพระมหาอุปราชาเช่นกัน ซึ่งการนำเสนอนั้นชัดเจนว่าเป็นชายรักชาย แต่ช่อง one31 ไม่สามารถทำเรื่องของพระนเรศวรให้เป็นชายรักชายได้ ด้วยความสนใจในชื่อ อโยธยาเอยาวดี และความชื่นชมในลายเส้นอันสวยงาม จึงได้เสนอให้ทางผู้บริหาร one 31 รับทราบ และเสนอให้ซื้อลิขสิทธิ์มาทำซีรีส์ แทนเรื่องที่ข้าพเจ้ากำลังพัฒนาอยู่ ซึ่งในขณะนั้นอยู่ในขั้นตอนพัฒนาเรื่องย่อและทรีตเมนต์ โดยจะขอคุยกับนักวาดการ์ตูนในการปรับไม่ให้เป็นแนววาย
ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าพเจ้าและผู้ช่วยจึงได้นัดพบกับนักวาดเพื่อเจรจาขอซื้อสิทธิ์ พร้อมแจ้งเงื่อนไขว่า จะนำมาทำซีรีส์โดยใช้แค่ชื่อและรายละเอียดบางอย่าง แต่จะปรับเนื้อหาให้เป็นแนวอิงประวัติ ศาสตร์ (ไม่ใช่โลกคู่ขนาน) และปรับความสัมพันธ์ให้เป็นความรักฉันพี่น้อง ตามเหตุผลข้างต้น ซึ่งนักวาดก็เข้าใจ และตกลงด้วยดี โดยการซื้อสิทธิ์ครอบคลุมภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด หลังจากนั้น นักวาดติดต่อกลับมาเพื่อขอสิทธิ์ในการทำภาพแอนิเมชั่น 2D เพื่อออกอากาศ ซึ่งทางช่อง one31 จึงได้ขอเวลาพิจารณาเพื่อปรับแก้สัญญา ระหว่างนั้น อโยธยาเอยาวดี ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ในฐานะการ์ตูนวาย โรแมนติก ทางช่อง one31 เกิดมีความกังวลว่า ถ้าซีรีย์ใช้ชื่อ อโยธยาเอยาวดี แต่เนื้อหาในซีรีส์ไม่ได้เป็นชายรักชาย และไม่ได้เน้นที่เลิฟไลน์นั้น อาจทำให้ผู้ชมที่เป็นแฟนการ์ตูนผิดหวัง จึงมอบหมายให้ข้าพเจ้าไปเจรจากับนักวาดการ์ตูนอีกครั้ง
วันที่ 19 มีนาคม 2568 เป็นการพูดคุยครั้งที่สอง เพื่อชี้แจงให้นักวาดทราบว่าช่อง one31 ไม่สะดวกจะทำซีรีส์โดยใช้ชื่อ อโยธยาเอยาวดี ด้วยเหตุผลข้างต้น แต่เนื่องจากทางช่องจะทำเรื่องพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาอยู่แล้ว ซึ่งอาจมีเรื่องราวและเหตุการณ์คล้ายคลึงกันในบางส่วน ทางช่อง one 31 จึงขออนุญาตซื้อลิขสิทธิ์จากนักวาดการ์ตูน เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง ในเงื่อนไขว่า จะไม่ใช้ชื่อ อโยธยาเอยาวดี และ ชื่อของนักวาดในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่นักวาดจะมีชื่อในเครดิตในฐานะเจ้าของบทประพันธ์ในทุก EP และมีสิทธิ์ในบทประพันธ์ตามกฏหมายทุกประการ แต่ถ้านักวาดพิจารณาว่าในขณะนั้น การ์ตูนกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และนักวาดเองก็มีโครงการที่จะนำเอาการ์ตูน อโยธยาเอยาวดี ไปหารายได้ในทางอื่นๆ หากนักวาดต้องการเปลี่ยนใจ ไม่ต้องการขายสิทธิ์ให้ในเงื่อนไขดังกล่าว ทางเราก็ยินดีจะคืนสิทธิ์ให้ ตามความต้องการ ซึ่งทางข้าพเจ้าได้บอกให้นักวาดเอาเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อนี้ กลับไปพิจารณา
คืนนั้นนักวาดได้แจ้งกลับ ผ่านผู้ช่วยของข้าพเจ้า ว่าต้องการสิทธิ์คืน โดยมีเงื่อนไขว่า ซีรีส์เรื่องพระนเรศวรมหาราชและพระมหาอุปราชาที่ข้าพเจ้าจะทำให้กับทางช่อง one31 จะไม่มีการนำ elements และเหตุการณ์ ใน อโยธยาเอยาวดี ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยนักวาดไปใช้ ตัวอย่างที่คุยกัน หมายถึงดอกกุหลาบมอญ ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของทั้งสองพระองค์ ซึ่งในซีรีย์ หงสาวดี ก็ไม่มีการกล่าวถึงกุหลาบมอญแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อที่นักวาดจะสามารถนำเรื่อง อโยธยาเอยาวดี ไปทำในแบบที่ตนต้องการได้ โดยไม่เกิดภาพทับซ้อน
วันที่ 20 มีนาคม 2568 ข้าพเจ้าเห็นว่านักวาดต้องเดินทางจากเชียงใหม่มาหารือที่กรุงเทพ จึงได้ขอเบิกค่าเสียเวลาให้นักวาด เป็นเงิน 10,000 บาท (12,000 บาทก่อนหักภาษี) โดยการลงรายละเอียดว่า เป็นค่าที่ปรึกษานั้น เป็นไปตามการบันทึกของฝ่ายบัญชีของบริษัท ซึ่งคำว่า “ที่ปรึกษา” เป็นการครอบคลุมการทำงานที่ไม่ได้มีหน้าที่ชัดเจน การพูดคุยกัน ปรึกษาหารือกัน ถือเป็นการปรึกษา ซึ่งเป็นการลงบันทึกภายในของบริษัทเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องลิขสิทธิ์ใดๆ เพราะไม่ได้มีการซื้อขายเกิดขึ้น ประเด็นนี้ต้องขอโทษเป็นอย่างมากที่ไม่ได้มีการอธิบายชัดเจน เพราะคิดว่ามันเป็นแค่การบันทึกในแผนกบัญชีของบริษัทเท่านั้น ตามความเข้าใจของข้าพเจ้า การเจรจานั้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย และจบลงด้วยความเข้าใจที่ดีต่อกัน หลังจากนั้น ข้าพเจ้าได้หยุดอ่านการ์ตูน อโยธยาเอยาวดี หลังจากอ่านไปเพียง 7 ตอน (จากทั้งหมด 60 กว่าตอน) เพื่อจะได้ไม่มีภาพซ้ำกันในหัว และได้ดำเนินการทำบทซีรีส์ หงสาวดี ต่อในแนวทางเดิมที่เคยเสนอไว้กับช่อง one31 โดยเนื้อเรื่องคือการเล่าถึงความสัมพันธ์ของพี่-น้องจาก 2 เมือง ที่ถูกหน้าที่และชาติกำเนิดบังคับให้ต้องประหัตประหารกัน
เมื่อซีรีส์ออกอากาศไป ก็มีคำวิจารณ์ว่า มีบางจุดที่มีความคล้ายคลึงกับ อโยธยาเอยาวดี ซึ่งข้าพเจ้าขอเรียนชี้แจงที่มา ดังนี้ ข้อ 1 – กลิ่นน้ำปรุงของเจ้าพี่มังจีชวาหอมวิเศษกว่าผู้ใด คล้ายคลึงกับฉากหนึ่งใน หงสาวดี ขออธิบายว่า ในเรื่อง หงสาวดี ฉากที่พูดถึงน้ำปรุงมีอยู่ฉากเดียว (ใน EP 2) ซึ่งไม่ได้ถูกใช้ในฉากที่มีความใกล้ชิดของตัวละครเหมือนในการ์ตูน แต่ใช้ในบริบทของ suspense ที่มังจีชวาใส่น้ำปรุง (ซึ่งเป็นปกติของคนในสถานะเจ้าฟ้าในสมัยนั้น) ท่ามกลางคนที่กำลังซ้อมฟันดาบในวัด กลิ่นนี้จึงทำให้พระนเรศรู้ได้ว่า เป็นมังจีชวาที่มาแอบสอดแนม แล้วเห็นพระนเรศฝึกดาบกับพระมหาเถรคันฉ่อง ส่วนประโยคที่พูดมีความคล้ายคลึงกันนั้น ข้าพเจ้ายืนยันว่าเป็นฉากที่ข้าพเจ้าไม่ได้เห็นในการ์ตูน เพราะหลังจากที่เจรจากันแล้ว ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ติดตามดู อโยธยาเอยาวดี อีกเลย
ข้อ 2 – การเรียกพระมหาอุปราชาว่าเจ้าพี่ เป็นการเรียกที่มีมาตั้งแต่ลิลิตตะเลงพ่าย มาจนถึงตำนานพระนเรศวรมหาราช แม้จะพบข้อมูลว่าพระมหาอุปราชานั้นอายุน้อยกว่า แต่ในความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ ก็จะเรียกว่า เจ้าพี่ ในตอนแรก ก็มีการหารือว่าจะเปลี่ยนเป็น เจ้าน้อง ให้ถูกต้องตามอายุจริงหรือไม่ แต่ทางช่อง one31 เกรงว่าจะเกิดความสับสน จึงให้คงใช้ เจ้าพี่ ตามที่เรื่องอื่นๆ เคยใช้มา ข้อ 3 - ฉาก หลั่งน้ำทักษิโณทก เป็นพระราชกรณียกิจสำคัญยิ่งในพระราชประวัติ ไม่สามารถเขียนถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชโดยไม่กล่าวถึงฉากนี้ได้ ข้อ 4 - ไก่ของพระนเรศ ที่เรียกชื่อว่า เจ้าเหลือง ข้าพเจ้าเรียกเช่นนั้น เพราะเป็นที่เชื่อกันว่า ไก่ชนของพระนเรศนั้นเป็นไก่พันธุ์เหลืองหางขาว เนื่องจากไก่นั้นปรากฏตัวเพียง 2 ฉากใน EP1 ข้าพเจ้าจึงใช้ชื่อนั้นเพื่อสื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆ ในฉากสั้นๆ นั้น โดยไม่รู้ว่าซ้ำกับการเรียกชื่อไก่ใน อโยธยาเอยาวดี ซึ่งหากการใช้ชื่อไก่ซ้ำนี้ ทำให้ทางผู้อ่านไม่พอใจ ข้าพเจ้าก็ขอโทษจากใจจริงมา ณ ที่นี้
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า การสร้างสรรค์บทซีรีส์ หงสาวดี นั้น มิได้เกิดจากการลอกเลียน หากในบางฉาก จะมีเหตุการณ์ หรือภาพ หรือองค์ประกอบที่คล้ายคลึงกับการ์ตูน หรือละคร หรือหนัง เรื่องหนึ่งเรื่องใด ก็เกิดขึ้นจากความบังเอิญโดยสุจริตใจ หากทำให้เกิดความเข้าใจผิด และความไม่พอใจ ข้าพเจ้าก็ขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจ หากการโพสต์แสดงความเห็นของข้าพเจ้าในสื่อก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้ชมซีรีส์หงสาวดี ไม่สบายใจ ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว และไม่ต้องการให้เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อองค์กร นักแสดง และทีมงานที่ตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ ให้ท่านผู้ชม ขอแสดงความนับถือ ศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'แบนหงสาวดี' ร้อนฉ่า 'ช่องวัน' รีบโพสต์แถลงการณ์ ชาวเน็ตลั่นยังไม่เคลียร์!
กำลังเป็นประเด็นร้อนบน X (twitter) เลยทีเดียว หรับแฮสแท็ก #แบนหงสาวดี ที่สืบเนื่องมาจากซีรีส์เรื่อง หงสาวดี นั้นเนื้อหาคล้ายคลึงกับผลงานการ์ตูนเรื่อง #อโยธยาเอยาวดี ของนักเขียนท่านหนึ่ง ทำเอาชาวเน็ตตั้งคำถามว่าเป็นการดัดแปลงหรือลอกเลียนแบบมาหรือไม่ ทำเอาช่องวันต้องออกแถลงการณ์ด่วน
'หงสาวดี' ซีรีส์ฟอร์มยักษ์แห่งปี 'นาย-ตรี' เปิดศึกสะท้าน 2 แผ่นดิน
ช่องวัน31 ส่งซีรีส์ฟอร์มยักษ์แห่งปี “หงสาวดี” THE LAST DUEL หนึ่งในคอนเทนต์เรื่องยิ่งใหญ่จาก oneD ORIGINAL ปี2026 ที่ได้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ ไทย-พม่า “เมื่อคมดาบเพื่อประเทศชาติ จะตัดขาดสายสัมพันธ์ของพี่น้อง” ก่อเกิดเป็นสงครามยุทธหัตถีระหว่างสองแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์













