
รายการโหนกระแส เปิดใจ “ทราย-สิรณัฐ สก๊อต” ที่มาพร้อม “ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู” กับประเด็นถูกล่วงละเมิดทางเพศ, คุณแม่ฟ้องร้องเรียกทรัพย์สินคืน ฯลฯ
โดย “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” ออกตัวว่า เรื่องราววันนี้ที่นำเสนอเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นความรุนแรงในครอบครัว หลายคนตั้งคำถามว่าเชิญคู่กรณีสองฝั่งมาออกรายการพร้อมกันได้หรือไม่ ทำไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของความรุนแรงในครอบครัว และมีกฎของ กสทช. ที่ควบคุมอยู่ ฉะนั้นวันนี้จะสัมภาษณ์ในลักษณะที่ไม่ลงลึกมาก เพื่อไม่ให้เป็นการไปข่มขืนใจซ้ำ
สังคมส่วนนึงคงอยากรู้ว่าตลอดระยะเวลาหลายปี ทำไมเพิ่งออกมาพูด?
ทราย : เพราะคุณตาสอนให้เรารักครอบครัวครับ (ร้องไห้) ทรายโตมาในครอบครัวที่คุณตาเขาเลี้ยง พยายามเชื่อว่าสิ่งที่เขาสอน จิตวิญญาณเขาที่ยังอยู่ในครอบครัวนี้อยู่ครับ (ร้องไห้) ทรายไม่อยากออกมาพูด เพราะว่ามันคือโลกที่คุณตาสร้างให้กับเราครับ แต่เมื่อคุณตาไม่อยู่แล้ว ทรายก็เห็นว่าครอบครัวของทรายไม่ได้เก็บจิตวิญญาณของคุณตาไว้เลยครับ วันที่ทรายตื่นตัว ทรายคิดว่าคุณตาคงไม่ได้อยู่แล้วครับ เขาไม่ได้อยู่กับครอบครัวนี้แล้วครับ ทรายไม่อยากทำร้ายครอบครัวตัวเองครับ แต่ทรายคิดว่ามันหมดแล้วครับ (ร้องไห้) ทรายไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้คุณตาฟัง คุณตาเขาตายประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วครับ ทรายยังไม่ได้มีโอกาสที่จะบอกครับ
อะไรคือฟางเส้นสุดท้าย?
ทราย : ตอนแม่เขาฟ้องร้องเราครับ ผมเห็นว่ามันไม่มีจุดหยุดของผู้หญิงคนนี้ครับ ตอนที่ผมกลับมาที่หัวหิน 6 ปีที่แล้ว ผมไม่ได้กะบอกคุณแม่เรื่องพี่ชายเลย ผมยังไม่พร้อม แต่ผมบอกคุณแม่เรื่องพี่เลี้ยง วันที่พี่เลี้ยงเขาถูกไล่ออก เขาโทรไปบอกแม่ เขาขู่ว่าเขารู้เรื่องพี่ทรายครับ แม่ก็เรียกเรามาคุย และบอกว่าเรื่องนี้มันจริงมั้ย เราบอกจริง แม่บอกห้ามบอกใคร ตอนนั้นทรายไม่ได้คิดมาก ว่าเป็นเรื่องผิดปกติที่คนจะไม่แก้ไขอะไรเลย ทรายแค่คิดว่าทรายได้บอกเรื่องพี่เลี้ยงไปแล้ว ทรายปลอดภัยในครอบครัว เพราะพี่เลี้ยงก็ไม่อยู่แล้ว สักพักนึง แม่เขาก็ไล่เราออกจากบ้านหัวหิน ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้รู้ว่าเราเป็นเจ้าของบ้านด้วย เขาบอกว่าเป็นบ้านของเขา ทรายก็ได้สูญเสียครอบครัวตัวเอง ความปลอดภัยในบ้านอีกครั้งนึง ก็เก็บทุกอย่างในบ้านที่เราพอเอาไปได้ เสื้อผ้า แปรงสีฟัน แชมพู หนีไปอยู่ภาคใต้ครับ ตั้งแต่ 2020 ครับ

เรื่องราวที่ดินเกิดอะไรขึ้น?
ทราย : ต้องเล่าว่าทรายเพิ่งมารู้ว่าทรายเป็นเจ้าของ หนึ่งในเจ้าของที่ดินในหัวหิน 2 ปีที่แล้ว เพราะว่าตลอดมา คุณแม่บอกว่าเป็นที่ของเขา นั่นคือข้อความที่เขาส่งมา ทะเบียนบ้านหมด ต้องไปต่อทะเบียน เขาต้องการลายเซ็นของเรา นั่นคือจุดที่เรารู้ว่าเราคือผู้ถือกรรมสิทธิ์ หลังจากนั้น 2 ปีนั้น ทรายจ่ายภาษีในที่ดินส่วนของทรายและพายเองครับ แปลงนั้นคุณตามอบให้สองคน เขาโอนให้แม่ก่อนเพื่อลดหย่อนภาษี แม่ก็โอนมาให้เราภายใน 4 เดือนนั้น ไม่ได้ทิ้งไว้นานครับ เขาฟ้องเราครับ อยากเอาที่ดินตรงนั้นคืนครับ ในคดีฟ้องเขาก็ใส่ชื่อพี่ชายเป็นพยาน ที่หาว่าเราเป็นลูกเนรคุณ
แม่เราอ้างว่าเราเนรคุณเขาเรื่องอะไร?
ทราย : ในคำฟ้องเขาบอกว่า..จริงๆ เรื่องใหญ่มันเกิดขึ้นตั้งแต่รายการตีท้ายครัวครับ เพราะในรายการนั้น มีช่วงนึงทรายบอกว่าเขาจ้างพี่เลี้ยงที่ข่มขืนเรากลับมาทำงาน เขาหาว่าทรายไปพูดอย่างนั้นทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ซึ่งตั้งแต่รายการตีท้ายครัวมา คนอื่นในครอบครัวก็เริ่มหนาวๆ กับทราย มีแชตอันนึงที่ทรายปริ้นต์ออกมาให้ มีน้าส่งมาให้ทราย หลังตีท้ายครัวออกนะครับ เขาเขียนมาว่า ทรายครับ ทรายต้องไม่พูดเรื่องแม่หรือพายอีกแล้วนะครับ ตอนนี้ทุกคนรู้เรื่องราวอยู่แล้ว ควรจบตามสัญญาที่เซ็นตอนตกลงจะให้เงินเราทุกปี ตอนนี้คนในตระกูลภิรมย์ภักดีไม่ค่อยแฮปปี้สักเท่าไหร่ เขากำลังจะฟ้องเรา ว่าเราเป็นลูกทรพี ซึ่งตรงนี้ทรายควรปรึกษาทนายของทรายนะว่ามันเป็นไปได้มั้ย

ในตระกูลจะมี 3 สาย จากท่านเจ้าพระยาภิรมย์ภักดี มีทายาทออกมา 3 สาย ของทรายอยู่สายที่ 3 คือมีคุณตั๊น อยู่ทางคุณตาทราย คุณต๊อดอยู่อีกสายนึง คือสายคุณสันติ และอีกสายคือพี่จ๊ะอยู่ตรงกลาง สายนี้ที่ส่งข้อความมาหาทราย?
ทราย : ใช่ครับ แต่ทรายขอความช่วยเหลือสายอื่นด้วยครับ ลุงสันติทรายก็เคยขอความช่วยเหลือ จริงๆ ลุงสันติได้ฟังเทปของพี่ชาย ขอความช่วยเหลือเขามา 4 เดือนแล้วครับ ตั้งแต่รู้ว่าเขาจะฟ้องเรา ก็ไม่ได้มีอะไรมา ลุงก็บอกให้ทรายไปขอโทษแม่ครับ แล้วพี่ต๊อด ทรายก็เคยขอความช่วยเหลือ 3 ปีที่แล้วครับ ทรายเคยส่งภาพรถทรายมีแต่สัมภาระของทราย บอกว่าแม่ทรายทำแบบนี้ ครอบครัวทรายไม่ได้ช่วยทราย จริงๆ ทรายมีแชตหมดนะครับ ที่ทรายขอความช่วยเหลือ ลุงสันติ พี่ต๊อด น้าต่างๆ
ก่อนฟ้องร้อง มีการคุยกันก่อนมั้ยว่าให้เอาที่ดินโอนกลับคืนมาก่อน?
ทราย : ทรายพยายามนัดคุยกับเขา ก่อนงานแต่งงาน ตอนนั้นที่ทุกคนเห็น ก็ไม่มีการตอบรับอะไรเลยครับ ไม่มีการคุยก่อนหน้านี้ อยู่ดีๆ ก็ได้รับหมายเลย เขาให้ใครไม่รู้ ไปแขวนหมายเรียกศาลหน้าประตูรั้วที่บ้านครับ
เรื่องที่ดินจุดประกายทำให้ทรายรู้สึกว่าเป็นฟางเส้นสุดท้าย ที่มีการฟ้องร้องทราย?
ทราย : คุณยังไม่ช่วยจัดการเรื่องพี่ชายที่ข่มขืนผมเลย แล้วคุณจะมาเอาเรื่องนี้กลับ มันวิปริตครับ

ล่าสุดมีประเด็น คนไปกดไลก์ให้กำลังใจอีกฝั่งนึง ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์
ทราย : วันที่พายเขาปล่อยคลิปผ่านบัญชีภรรยาเขา แก้ตัวครับ โชคดีทรายไม่ได้เห็น เนื่องจากออกตอนกลางคืน ตอนเช้าที่ทรายมาเห็นเป็นวันที่เครียดที่สุดในชีวิตทราย เป็นเพราะว่าคนอาจไม่ได้นึก แต่เราโดนเขาทำร้ายมาทั้งชีวิตครับ เราไม่นึกเลยว่าเขาจะออกมาหลอก พูดสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้คนฟัง ทำให้เราดูเหมือนคนบ้า เช้าวันนั้นเป็นวันที่ทรายเครียดที่สุด ทรายแทบลุกออกจากเตียงไม่ได้เลย เพราะรู้สึกว่าเรากำลังโดนเขาทำร้ายอีกแล้ว ต่อหน้าคนอื่นด้วย ตอนนั้นทรายรู้เลย แค่คิดขยับนิ้วให้ตัดคลิปเสียง ใส่คำบรรยายให้คนเข้าใจว่าเราเจออะไร ทรายมีแรงสมาธิแค่นั้นแล้วกดปล่อย ตอนนั้นทรายยังไม่ได้เห็นเรื่องดารา เห็นโน่นนี่นั่น แต่ทรายตกใจตอนเห็นทีหลังว่าเขาเอาเรื่องที่จริงๆ แล้วเกี่ยวกับการทำร้ายเด็กภายในครอบครัว การข่มขืนจากพี่ชายไปถึงน้องชาย เอามาทำให้เกี่ยวกับเรื่องที่ดิน

คนอื่นๆ ที่มีการให้กำลังใจ อีกฝั่งนึง มองยังไง เขาออกมาขอโทษทราย?
ทราย : (ถอนใจ) บางคนเขาถามทรายว่าทรายจะไปฟ้องร้องคนอื่นหรือเปล่า ที่เขาเอาเรื่องนี้ออกมานินทา ไม่ครับ เพราะประเทศเรามีปัญหาเรื่องกฎหมายที่ฟ้องเพื่อปิดปาก มันอาจไม่มีเหตุผล ทรายเคยโดนขู่เรื่องนี้มาแล้ว ทรายไม่มีทางเป็นบุคคลที่ใช้อำนาจทางกฎหมายมาข่มขู่คนอื่น ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูด คุณจะพูดอะไร ก็อยู่ที่การวิจัยและจรรยาบรรณของคุณแล้ว
วิจารณญาณ?
ทราย : ใช่ครับ สำหรับดาราที่เขากดไลก์ เอาจริงๆ ผมไม่ได้โฟกัสตรงนั้น เพราะผมโฟกัสแค่เพื่อนๆ กับคนที่เชียร์เราครับ แต่ทรายก็คิดว่าเป็นบทเรียนดีเกี่ยวกับอำนาจที่ดาราหลายคนเขามี ที่ควรพิจารณา คุณไม่สามารถคิดว่าเสียงคุณไม่มีน้ำหนักได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องซีเรียส ผมเข้าใจว่าการที่คุณเข้าไปกดไลก์เรื่องของที่ดิน แทนที่จะโฟกัสเรื่องซีเรียสมากกว่านั้นคือการข่มขืน มันก็สะท้อนให้เห็นว่า ณ ตอนนั้นเขาให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร เรื่องทรัพย์สินมากกว่าความถูกต้อง มันก็ต้องเป็นเรื่องที่เขาต้องไปพิจารณาเอง

ล่าสุดมายด์โพสต์ขอโทษ บอไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อน และให้กำลังใจทราย?
ทราย : ขอตอบตรงๆ นะครับ ทรายไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย ทรายขอดูจากการกระทำดีกว่า เรื่องแบบนี้มันพูดกันไม่ค่อยได้ ขอดูจากการกระทำหน่อย จะมีการช่วยเหลือให้เรื่องนี้มีความยุติธรรมหรือเปล่า มันต้องมีการพูดคุยกันครับ
จริงๆ มันไม่ใช่ปัญหาที่มายด์เขาสร้างครับ เขาเป็นคนที่แต่งงานเข้ามา เขามีสิทธิ์ที่อาจจะไม่ได้รู้เรื่องนี้จริงๆ ไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะไปบอกว่าเขาทำแบบนั้น ทรายเดานะ คนที่ควรออกมารับผิดชอบคือพี่ชายกับแม่และผู้ใหญ่ในครอบครัวที่รู้เรื่องนี้หมดเขาไม่ได้ทำอะไร เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สิน แต่เกี่ยวกับความยุติธรรม
ตอนนี้ทรายคิดว่าทรายอยากเปลี่ยนนามสกุลทรายเป็นสมุทรครับ เขาเป็นสิ่งที่ดูแลเรามาตลอด เราก็อยากอยู่กับเขาทั้งชีวิตครับ ทรายคิดว่าถ้าชื่อทรายเป็น ทราย สมุทร มันอิสระดี และนี่คือสิ่งที่ทรายอยากได้มากที่สุดในชีวิต คือความอิสระครับ ปลอดจากคนพวกนี้ ปลอดจากเรื่องนี้ ปลอดจากตระกูลนี้ครับ

ทั้งหมดทั้งมวล ธงของทรายต้องการอะไร?
ทราย : ความยุติธรรมครับ ไม่ว่าจะออกมาเป็นเรื่องทรัพย์สิน เวลา การชดเชย มันไม่มีอะไรที่มันสามารถชดเชยชีวิตของเราที่เกิดมาได้ครับ 20 ปีมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะชดเชยครับ แต่มันสามารถจบได้ครับ ต้องคุยกันครับ แน่นอนทรายบล็อกพวกเขาบนไลน์หมดแล้ว ทรายไม่มีการคุยกับเขาโดยตรง แต่คุณเป็นคนรวย มีเลขาฯ มีผู้ช่วย ให้เขาติดต่อมาสิครับ แล้วเรามานั่งคุยกัน ถ้าเกิดกล้านะครับ
เอาไงดีเรื่องคดีความ?
ทนายสายหยุด : น้องเขาก็พร้อมเจรจา ทรัพย์สินก็ตามสิทธิ์ของเขาที่คุณตาให้ไว้ เรื่องเยียวยาต้องเป็นครอบครัว ต้องถามน้องว่าต้องการให้เยียวยาอย่างไร เพราะพี่เขาก็พูดกึ่งรับข้อเท็จจริงบางอย่าง แค่ปฏิเสธว่าเขาก็แค่เด็กคนนึงเล่นไปเหมือนแกล้งน้อง เขาพยายามเบี่ยงเบนไปแบบนั้น ยิ่งเรียนต่างชาติยิ่งโตกว่าเด็กไทย 15 ก็รู้เรื่องแล้ว อยู่ที่เขากล้ายอมรับผิดมั้ย กล้าเยียวยาขอโทษน้องหรือเปล่า
หนุม กรรชัย : ผมคงลงลึกอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ คงทำได้เท่านี้ ต้องกราบขออภัยด้วย จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่ไม่อยากทำนะ ผมคุยกับทรายตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เพียงแต่ว่าผมยังติดเคสอยู่คือวันพฤหัสฯ กับวันศุกร์ ตอนแรกจะให้ทรายมาออกหน่วง วันพุธ แต่ตอนหลังโอเคออกตอนนี้เลยแล้วกัน เพราะกสทช.ออกหนังสือเตือนมาแล้วต่างๆ นานา
ทราย : ทรายขอขอบคุณ ทรายยังไม่มีโอกาสขอบคุณทุกคน ทรายอยากตอบทุกคนจริงๆ ครับ ทรายต้องเล่าว่าตั้งแต่ทรายพูดเรื่องนี้ออกมา มีเด็กคนนึงที่ทรายไม่นึกว่าจะได้กลับคืนมา เขากลับมาในชีวิตทรายแล้วครับ นั่นคือความเป็นเด็กที่เรานึกว่าเขาหายไปกับสิ่งที่เขาโดนกระทำจากพี่ชาย วันนี้ตั้งแต่ทรายพูดแล้วเขาได้กลับคืนมาครับ ทรายขอบคุณมากที่ทุกคนดูแลเด็กคนนี้นะครับ ทรายไปต่อได้ครับ (เสียงสั่นเครือ) และทรายอยากทำต่อ จะได้กลับมาทำหน้าที่ที่ทรายเกิดมาทำให้กับทุกคนครับ ขอบคุณมากครับ (ยกมือไหว้)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'KARNFOEI' แถลงหลัง 'กาน ชัชนันท์' ออกมาขอโทษ ด้านชาวเน็ตแซะกลับฉ่ำ!
ยูทูบชาแนล “KARNFOEI” โพสต์ใบแถลงการณ์ หลัง กาน-ชัชนันท์ ฉันทจินดา ออกมาขอโทษเหตุโพสต์ข้อความด่าชาวเน็ตที่ตามล่าแม่มด คนที่กดไลก์และให้กำลังใจในโพสต์ของ มายด์-ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล
คนบันเทิงกลับลำแทบไม่ทัน หลัง 'ทราย สก๊อต' ปล่อยคลิปเสียง
จากประเด็นดราม่าความขัดแย้งภายในครอบครัว แต่ล่าสุดดูเหมือนจะลุกลามกลายเป็นประเด็นสังคมที่ถูกจับตามองอย่างหนัก โดยดราม่าครั้งนี้เริ่มจากที่ ทราย-สิรณัฐ สก๊อต ได้ออกมาอัดคลิปเปิดใจว่าถูกพี่ชายแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่เด็ก แถมตอนนี้ยังถูกคุณแม่แท้ๆ ฟ้องร้องเพื่อเอาทรัพย์สินคืน ต่อมา พาย-สุนิษฐ์ สก๊อต พี่ชาย ก็ได้อกมาปฏิเสธในสิ่งที่ถูกกล่าวหา ส่วนทางภรรยา มายด์-ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมเพื่อซัพพอร์ตสามี
ไม่หยุดแค่นี้ 'ทราย สก๊อต' ขู่! มีคลิปเสียงอีกเพียบ
ปมปัญหาระหว่าง 2 พี่น้องตระกลูดัง ทราย-สิรณัฐ สก๊อต กับ พาย-สุนิษฐ์ สก๊อต ดูท่าจะลุกลามใหญ่โตจนกู่ไม่กลับแล้ว หลังจากมีประเด็นช็อกสังคมว่า ทราย สิรณัฐ โดนพี่ชายแท้ๆ อย่าง พาย สุนิษฐ์ ล่วงละเมิดทางเพศ ไม่นานพี่ชายก็ได้ออกมาแก้ต่างว่าไม่เป็นความจริง แต่ยอมรับว่าในวัยเด็กมีการทะเลาะและกลั่นแกล้งกัน และมีการขอโทษกันไปแล้ว
เหล่าผู้ประกาศ 'ช่อง3' เสิร์ฟฉ่ำ ทำถึง ปฏิทินครอบครัวข่าว 'มุ่งมั่น มั่นคง มั่งมี'
ปฏิทินครอบครัวข่าว ประจำปี 2569 ปีนี้ มาในรูปแบบแขวน ซึ่งได้จัดทำกันต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 14 แล้ว และยังคงคอนเซปต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยการรวมตัวกันของทีมผู้ประกาศข่าวคุณภาพของทางช่อง 3 นำทีมโดย สรยุทธ สุทัศนะจินดา - พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ จากรายการเรื่องเล่าเช้านี้ กรรชัย กำเนิดพลอย - อริสรา กำธรเจริญ จากรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์
ปรากฎการณ์แฟชั่นโชว์ระดับโลก 'EM DISTRICT' เปิดรันเวย์รับเดือน PRIDE
เอ็ม ดิสทริค (เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์) สร้างปรากฎการณ์อีเวนต์แฟชั่นสุดยิ่งใหญ่ จัดแฟชั่นโชว์ระดับโลก “EMFASHIONICON EDGE”
'อาร์ต พศุตม์' ฟาดยับ ท้าไปโหนกระแสมั้ย 'อั้ม อิราวัต' ลั่นไม่อยากรบกวนพี่หนุ่ม
เปิดสงครามโซเชียลกันข้ามวันข้ามคืนเลยทีเดียว สำหรับพระเอกกล้ามโต อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม กับอดีตนักร้องค่ายดัง หมออั้ม-อิราวัต อารีกิจ ที่ฟาดกันยับในเฟซบุ๊ก ซึ่งเรื่องเริ่มมาจากที่หมออั้มโพสต์ถึง “พระเอกกล้ามโต” ว่าเนรคุณคนที่เคยช่วยเหลือกันมา

