
20 พ.ค.2569 - รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง ความเงียบ อำนาจครอบครัว และข้อจำกัดของกระบวนการยุติธรรม มีเนื้อหาดังนี้
กรณีที่เด็กชายถูกข่มขืนเมื่ออายุ 16 ปีทั้งจากพี่เลี้ยงและพี่ชาย แต่เก็บเรื่องทั้งหมดเงียบไว้เป็นเวลานาน ก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยทั้งน้ำตาเมื่ออายุเกือบ 30 ปี นับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะทำให้เห็นคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนของสถาบันครอบครัว อำนาจของรัฐ และบทบาทของกระบวนการยุติธรรม กรณีนี้จึงมิใช่เพียงเรื่องอาชญากรรมทางเพศ หากสะท้อนโครงสร้างอำนาจที่ทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากไม่สามารถพูดได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ตาม
ความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศ กระทำชำเราและข่มขืน มิใช่เป็นเพียงความเสียหายส่วนบุคคล หากแต่ถูกจัดให้เป็น “ความผิดอาญาแผ่นดิน” กล่าวคือ เมื่อเกิดการกระทำที่สังคมถือว่าเป็นภัยร้ายแรงต่อศีลธรรม ความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยของประชาชน รัฐจะเข้ามาถืออำนาจในการดำเนินคดีแทนสังคมโดยรวม ไม่ปล่อยให้เป็นเรื่องตกลงกันเองระหว่างผู้เสียหายกับผู้กระทำ เพื่อไม่ให้ความยุติธรรมกลายเป็นการล้างแค้นระหว่างบุคคล
หลักคิดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า การลงโทษมิใช่สิทธิส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นอำนาจที่รัฐผูกขาดไว้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันมิให้สังคมกลับไปสู่สภาพที่ผู้คนใช้กำลังตอบโต้กันเอง
ดังนั้น แม้ผู้เสียหายจะไม่ต้องการดำเนินคดีทางกฎหมาย หรือแม้จะให้อภัยผู้กระทำ รัฐก็ยังมีหน้าที่และอำนาจในการสืบสวน สอบสวน และฟ้องร้องดำเนินคดี หากเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ เพราะสิ่งที่ถูกละเมิดมิได้เป็นแค่สิทธิของผู้เสียหาย แต่รวมถึงหลักศีลธรรมและความปลอดภัยของสังคมโดยรวมด้วย
กระนั้นก็ตามแม้กฎหมายจะให้อำนาจไว้ แต่ในทางปฏิบัติ คดีล่วงละเมิดทางเพศกลับเป็นคดีที่กระบวนการยุติธรรมต้องพึ่งพาผู้เสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องพยานหลักฐาน เนื่องจากความผิดประเภทนี้มักเกิดขึ้นในพื้นที่ปิด ไม่มีพยานบุคคล และหลักฐานทางกายภาพก็อาจสูญหายไปตามกาลเวลา คำให้การของผู้เสียหายจึงถือเป็นหัวใจสำคัญของคดี
จุดนี้เองที่ทำให้คดีล่วงละเมิดทางเพศ โดยเฉพาะที่เกิดกับคนใกล้ชิดในครอบครัว ยิ่งยากและมีลักษณะพิเศษแตกต่างออกไป เพราะในหลายกรณี ผู้เสียหายอาจไม่ต้องการดำเนินคดี มิใช่เพราะไม่เจ็บปวด หากแต่อาจหมายถึงการแตกสลายของครอบครัว หรือแรงกดดันทางสังคมที่ต้องแบกรับ
เด็กจำนวนไม่น้อยเติบโตขึ้นมาพร้อมกับการถูกสอนให้ “รักษาหน้าครอบครัว” มากกว่าสอนให้ปกป้องสิทธิของตนเอง บางคนถูกขอร้องให้ “เงียบ” บางคนถูกทำให้รู้สึกว่าหากดำเนินคดี จะเป็น “ลูกอกตัญญู” “เนรคุณ” เท่ากับเป็นต้นเหตุของความแตกแยกในบ้าน เมื่อเวลาผ่านไป ความเงียบจึงไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดการกระทำผิด แต่กลับสะท้อนถึงอำนาจบางอย่างที่กดทับผู้เสียหายเอาไว้จนไม่สามารถพูดได้ต่างหาก
ส่วนของรัฐ ปัญหาอยู่ที่ว่ามีความสามารถมากเพียงใดในการทำให้ผู้เสียหายรู้สึกปลอดภัย ในหลายครั้ง กระบวนการยุติธรรมกลับกลายเป็นพื้นที่ที่สร้างความหวาดกลัวเสียเอง ตั้งแต่การสอบปากคำที่ทำให้ผู้เสียหายต้องเล่าความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และการตั้งคำถามเชิงกล่าวโทษในบางครั้ง คดีล่วงละเมิดทางเพศจึงมิใช่เพียงปัญหาของตัวบทกฎหมาย แต่เป็นบททดสอบของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ว่ารัฐจะสามารถใช้อำนาจของตนเพื่อปกป้องผู้เปราะบางได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อผู้กระทำผิดมิใช่คนแปลกหน้า หากคือคนที่อยู่ใกล้ชิดที่สุดในชีวิตของผู้เสียหายเอง
ในท้ายที่สุด คำถามที่สำคัญอาจไม่ใช่ว่า “รัฐมีอำนาจฟ้องหรือไม่” แต่คือรัฐจะขยับตัวอย่างรู้หน้าที่และมีจิตสำนึกรับผิดชอบได้เมื่อไหร่มากกว่า รัฐที่ทิ้งให้ผู้เสียหายต้องเลือกระหว่างความยุติธรรมกับการรักษาครอบครัว ย่อมไม่อาจอ้างได้ว่าตนได้ปกป้องผู้เปราะบางอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ.บุญส่ง' ค้าน ยุบ อบต. ชี้เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ หลีกหนีการปฏิรูปราชการไทย
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง ยุบ อบต.: แก้ปัญหาปลายเหตุ หรือหลีกหนีการปฏิรูปราชการไทย มีเนื้อหาดังนี้
'อ.บุญส่ง' ชี้ข้อโต้แย้งดุษฎีนิพนธ์ 'ณัฐพล' ต้องปกป้องมาตรฐานทางวิชาการ ไม่ใช่ปกป้องตัวบุคคล
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธรคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง ต้องปกป้องมาตรฐานทางวิชาการ ไม่ใช่ปกป้องตัวบุคคล มีเนื้อหาดังนี้
'แม่ทราย สก๊อต' แถลงเปิดใจ! หลังถอนฟ้องลูกแล้ว
นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี มารดาของนายสิรณัฐ สก๊อต หรือทราย ได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งพระโขนง เพื่อขอถอนฟ้องคดีความกับทราย เรื่องเพิกถอนการให้แล้ว
กฎหมายนิรโทษกรรม จุดเริ่มต้นของการเยียวยา ไม่ใช่จุดจบของความยุติธรรม
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง กฎหมายนิรโทษกรรม : จุดเริ่มต้นของการเยียวยา ไม่ใช่จุดจบของความยุติธรรม มีเนื้อหาดังนี้
'ทราย สก๊อต-แม่' ไกล่เกลี่ยนัดแรกไม่สำเร็จ ศาลนัดอีกครั้ง 16 มิ.ย.
ที่ศาลแพ่งพระโขนง ภายหลังจากศาลแพ่งพระโขนงมีคำสั่งให้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีหมายเลขดำที่ พ.101/2569 ระหว่าง นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี โจทก์ กับ นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ ทราย สก๊อต จำเลย เรื่อง เพิกถอนการให้ ซึ่งโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2569 และจำเลยยื่นคำให้การแล้ว
เมื่อรัฐ 'บังคับ' ให้พ่อแม่ต้องบอกว่า 'ลูกไม่ได้เลี้ยงดู' เลิกมองความยากจนแบบ 'ขาว-ดำ'
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง เมื่อรัฐ “บังคับ” ให้พ่อแม่ต้องบอกว่า “ลูกไม่ได้เลี้ยงดู” มี่เนื้อหาดังนี้

