'ชลน่าน' ไม่หวั่น 'เรืองไกร' ร้องยุบพรรคลงนามเอ็มโอยูสวนกลับระวังเจอร้องเท็จ

'ชลน่าน' มั่นใจการลง MOU 8 พรรคไม่เข้าข่ายครอบงำชี้นำให้พรรคถูกยุบ เตือน 'เรืองไกร' ระวังยื่นคำร้องอันเป็นเท็จหรือไม่

24 พ.ค.2566 - ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาลลงนาม MOU เป็นการครอบงำพรรคการเมืองหรือไม่ว่า เป็นสิทธิ์ของนายเรืองไกร ขณะเดียวกันก็จะพิจารณาว่าการยื่นร้องดังกล่าวเป็นคำร้องเท็จหรือไม่ สำหรับเรื่องจากการลงนาม MOU เป็นการทำร่วมกันอย่างเป็นอิสระภายใต้ความเห็นชอบแต่ละพรรคที่จะตกลงร่วมกัน ซึ่งไม่เห็นว่าจะเป็นการครอบงำชี้นำตรงไหน และมั่นใจว่าไม่เข้าข่ายทำให้พรรคร่วมถูกยุบพรรคแน่นอน

“ขาดความเป็นอิสระ การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุด แต่ 8 พรรคมีอิสระที่จะทำเพื่อบ้านเมือง เอาเรื่องที่ร้องให้จบก่อนอย่างเพิ่งขยับไปเรื่องอื่น และมองการยื่นร้องของนายเรืองไกรทำตามหน้าที่ แต่ต้องระมัดระวังว่าจะเข้าเงื่อนไขขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 101 หรือไม่ในการร้องเท็จ ใส่ร้ายพรรคการเมือง ต้องไปดูในรายละเอียดคำร้อง”นพ.ชลน่าน กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อดีต กกต.' เทียบชัดๆ สองอนุฯ ชุด 26 กับ 36 ในคดีฮั้ว สว.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ชื่นชม อนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. แต่ชวนให้สงสัย อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ของ กกต.

มหากาพย์ 'สว.สีน้ำเงิน' เมื่อหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ชน มติ 5 ต่อ 2 เกราะคุ้มกันจะทะลุ หรือคุกคลองเปรมจะเปิด

'อดีตผู้พิพากษา' ชี้กลุ่มผู้สมัคร สว. แฉหลักฐานมัดตัว กกต.จะ 'เป่าคดีฮั้ว สว.' เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โอกาส 1 ใน 5,567 ล้านล้านล้าน 2 คนจะเขียนโพยฃตรงกัน ปิดประตูความบังเอิญ หาก กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 'ไม่มีมูล' เข้าข่ายมาตรา 157 เต็มๆ กลายเป็น'ใบเสร็จรับเงินคุก'