
4 ก.ค.2566- ที่รัฐสภาเมื่อเวลา 10.05 น. มีการประชุมสภาผู้แทนฯ เพื่อเลือกผู้มาดำรงตำแหน่งประธานสภา และรองประธานสภาผู้แทนฯ โดยพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความอาวุโสสูงสุด อายุ 89 ปี มาทำหน้าที่เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราว ในการประชุม
โดยพล.ต.ท.วิโรจน์ ได้อธิบายถึงขั้นตอนต่างๆ เริ่มตั้งการกล่าวคำปฏิญาณตนของส.ส. และเรื่องแจ้งเพื่อทราบว่า มีการถ่ายทอดเสียง ภาพ ทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ จึงให้สมาชิกระวังกล่าวกล่าวพาดพิงถึงบุคคลภายนอกด้วย เพราะจะเป็นการละเมิดในไปสู่การฟ้องร้องได้
จากนั้นเข้าสู่ระเบียบวาระการเลือกประธานและรองประธานสภาฯ พล.ต.ท.วิโรจน์ แจ้งกับที่ประชุมว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภา ให้เสนอชื่อโดยมีผู้รับรอง อย่างน้อย 20 คน และจะมีการลงคะแนนลับ โดยใช้วิธีเขียนชื่อลงในบัตร แล้วหย่อนลงหีบ จะมีคณะกรรมการนับคะแนนจากพรรคการเมือง
ต่อมาเข้าสู่การเสนอชื่อ ผู้เป็นประธานสภาฯ โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอชื่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา
ด้านนายวันนอร์ แสดงวิสัยทัศน์ว่า ขอยืนยันว่าประการแรกจะทำหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางทางการเมือง จะน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานมาเมื่อวันที่ 3 ก.ค. เป็นแนวทางการปฏิบัติของพวกเราต่อไป ประการที่สอง จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส สุจริต ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประการที่สาม จะกำหนดแนวทางกับผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นรองประธานสภาฯ ในการพิจารณากฎหมาย กระทู้ถามอย่างเป็นระบบ ประการที่สี่ จะให้ความสำคัญกับการปฏิบัติงานของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ทุกคณะ เพื่อบรรเทาแก้ไขปัญหาของประชาชน ประการที่ห้า จะร่วมกับพวกเราให้ความสำคัญกับนโยบายต่างประเทศ เน้นร่วมมืองานรัฐสภา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และประการสุดท้าย จะทำหน้าที่กำกับดูแลงานสถาบันพระปกเกล้าให้มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมงานนิติบัญญัติ รวมทั้งจะสนับสนุนทีวีและวิทยุรัฐสภา เป็นสถานีของประชาชน
เนื่องจากไม่มีการเสนอชื่อแข่ง นายวันนอร์จึงได้รับเลือกโดยอัตโนมัติ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โสภณ' เซ็นคำสั่ง สส. เข้าประชุมสภาฯ ไม่จำเป็นต้องสวมสูท เพื่อประหยัดพลังงาน
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงนามในคำสั่งประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการแต่งกายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านพลังงานและเชื้อเพลิงของประเทศ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชน
'อดิศร' กระทุ้งนายกฯ-รมต. ไม่ตอบสภาถกแก้วิกฤตน้ำมัน ระวังรัฐบาลใหม่พังเพราะประชาชนไม่ไว้ใจหมดศรัทธา
นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การอภิปรายของบรรดา สส.ทุกพรรคการเมือง กว่าร้อยขีวิตในญัตติเรื่องวิกฤติพลังงานน้ำมัน ทึ่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นการอภิปรายในทางการเมืองที่เป็นประวัติศาสตร์ จะต้องจารจารึกไว้
'ณัฐชา' อ้างชาวบ้านเห็นเรือแอบขนน้ำมันเถื่อนไปโรงกลั่น เหน็บบางปั๊มให้เติมแค่ 500 กับสมัครสมาชิก
“ณัฐชา” อ้างชาวบ้านแอบเห็นเรือขนน้ำมันเถื่อน ไปโรงกลั่น มาฟันกำไรกับปชช. เหน็บบางปั๊มให้เลือกแค่ 2 อย่าง เติม 500 กับสมัครสมาชิกปั๊ม ถ้าสมัครสมาชิกพรรคด้วยจะยุ่ง
สส.ณัฐธิดา แนะรัฐปฏิรูปพลังงาน หนุนชีวมวลจากเกษตร
สส.ณัฐธิดา แนะ รัฐบาลปรับโครงสร้างพลังงานไทย หนุนส่งเสริมพลังงานจากชีวมวลจากของเหลือใช้การเกษตร ชี้ได้ 2 เด้ง ทั้งผลิตไฟฟ้า-ลดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5
'อรรถวิชช์' แฉกลางสภา 'ไอ้โม่ง' คือ โรงกลั่น กักตุนน้ำมัน รอขายเมื่อราคาสูง
"อรรถวิชช์" แฉ "ไอ้โม่ง" คือโรงกลั่น ชี้ให้ไปถามว่าน้ำมันหน้าปั๊มไปไหน ยกปัญหากลไก 2 ราคา ค้าปลีกลดลง-ค้าส่งแพงขึ้น ทำให้หน้าปั๊มขาดแคลน แนะนายกฯ ใช้ พ.ร.ก. ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน ทุบโรงกลั่นตั้งราคาตายตัว
'อาจารย์เชน' อภิปรายครั้งแรก จี้ใช้ระบบดิจิทัลติดตามโรงกลั่น ไม่ใช่แค่ปั๊มน้ำมัน
"ยศชนัน" ลุกอภิปรายครั้งแรก แนะมอง 3 มิติแก้ปัญหาพลังงานอย่างรอบคอบ บอก วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ "ก.พลังงาน" อย่างเดียว แต่เป็นความร่วมมือทุกภาคส่วน

