
11 ก.ค.2566 – นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจะมีการพูดคุยถึงคุณสมบัติของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ว่า วันนี้เป็นการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งพรรคแกนนำหลักคงจะเอาเรื่องเข้ามาหารือว่าจะเป็นอย่างไรต่อ เพราะจากวันนี้ไป วันที่ 13 ก.ค. จะเข้าหารือเพื่อโหวตนายกฯ แล้ว และตนคิดว่าวันนี้จะมาหารือถึงสถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร ว่านายพิธาสามารถเตรียมความพร้อมได้แค่ไหน และพรรคร่วมฯ จะทำอะไรได้บ้าง เพราะที่ผ่านมานายพิธาบอกว่ามั่นใจ ฉะนั้นเราจึงอยากจะหารือกันว่า ที่มั่นใจนั้นเราจะช่วยอะไรได้บ้าง และเราจะช่วยเท่าที่สุดความสามารถของเรา
เมื่อถามว่า มีรายงานข่าวระบุว่าทางพรรค พท. สามารถขอเสียงสนับสนุนจากส.ว. ถึง 40 เสียง ในขณะที่พรรค ก.ก. มีเพียง 20 เสียง นายภูมิธรรม ตอบว่า เดี๋ยวต้องหารือกันว่าแต่ละคนทำได้แค่ไหน เมื่อถามย้ำว่า พรรค ก.ก. มีการเปิดรายชื่อให้พรรคร่วมได้เห็นหรือไม่ว่า จริงๆ แล้วตัวเลขที่สนับสนุนจากทรงส.ว. ได้มากน้อยแค่ไหน นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้จะหารือกัน ตอนนี้เรายังไม่ทราบอะไร
ซักว่า จะมีแผนสำรองหรือไม่เพราะกรณีที่เกิดขึ้นมีความไม่แน่นอน นายภูมิธรรม กล่าวว่า แผนเดียว อย่างไรก็ต้องให้นายพิธาเข้ามามีการพิจารณากัน และอย่างไรก็ตามเราก็จะผลักดันนายพิธาอย่างสุดความสามารถ
ถามต่อว่า ต้องเลือกถึงกี่ครั้ง นายภูมิธรรม กล่าวว่า สุดความสามารถ หมายถึงว่าเราจะทำเต็มที่เท่าที่ความสามารถของเราจะมี ซึ่งเรื่องนี้คือการประกาศเจตนารมณ์ ให้เห็นว่าเราตั้งใจและพยายามจะทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่ที่สุด ส่วนจะกี่รอบนั้นคงเป็นอำนาจที่สภาจะพิจารณา และอยู่ที่ความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้น
เมื่อถามย้ำว่า แต่ทางส.ว.ระบุว่า ถ้าเป็นทางก.ก. จะไม่โหวต แต่หากเป็นพรรค พท. โดยไม่มีพรรค ก.ก. ส.ว.จะยอมโหวต นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่ความเป็นจริง เดี๋ยวรอดูว่าผลโหวตจะเป็นอย่างไรก่อน ฉะนั้นวันนี้เราไม่ควรคิดอะไรที่เกินเลยเกินไป เพราะนั่นคือการคาดเดา ซึ่งอาจจะทำให้เกิดบรรยากาศหรือความรู้สึกต่างๆ ไปมากเกิน ตนว่าวันนี้อยู่ที่ความเป็นจริง เราก็มาคุยกันว่ามีความมั่นใจมากแค่ไหน แต่ละพรรคช่วยกันทำอย่างไรให้บรรลุผลที่ได้ตั้งเป้าไว้ และหากเกิดอะไรขึ้นมาชัดเจนก็มาดูกันอีกทีว่า อะไรเป็นอะไร
ซักว่า วานนี้ (10 ก.ค.) นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ออกมาเตือนพรรคร่วมฯ ว่าถ้าเลือกคนที่ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็เสี่ยงที่จะถูยุบพรรคเอง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขอดูรายละเอียดก่อน ตอนนี้มีแต่ ถ้า ทั้งนั้น และถ้าก็เป็นความคิดเห็นของแต่ละท่าน เราก็จะรับฟังเอามาพิจารณา ทุกสิ่งมีความหมายหมด ทุกท่าทีที่แสดงออกมา เราก็ควรพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด เพราะเรากำลังทำหน้าที่เลือกนายกฯ ของประเทศไทย จะช่วยกันดูและคิดกันทั้ง 8 พรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามกฎหมายจะเป็นประเด็นดังกล่าวได้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวย้ำว่า ขอดูรายละเอียดก่อน
เมื่อถามต่อว่า ประเด็นนี้จะต้องนำมาคุยในวงประชุม 8 พรรคร่วมฯ ด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า อยู่ที่พรรคแกนนำ ทางพรรคแกนนำคงจะบอกว่ามีสภาพเป็นอย่างไร ทำอะไรแล้วและมีข้อห่วงใยอะไรที่ต้องหารือกัน ทั้ง 8 พรรคก็ต้องช่วยกันคิด
ถามว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ มองว่าควรจะรีบวินิจฉัยเพื่อให้เรื่องกระจ่างหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขอไม่ก้าวล่วง ให้ว่าไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และความเป็นจริงเป็นอย่างไรค่อยพิจารณากันอีกที.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พิธา' ปลุกเมืองหลวงพรรคส้ม ช่วยดัน 'เท้ง' เข้าทำเนียบฯ
'พิธา' ขึ้นปราศรัยใหญ่สมุทรปราการ FC เชียร์กระหึ่ม ยกเป็นเมืองหลวงพรรคส้ม ปลุกเลือกเบอร์ 46 ดัน 'เท้ง' เข้าทำเนียบฯ
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
‘ภูมิธรรม-ทวี’ ระทึกพรุ่งนี้ 21 ม.ค. ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว.
พรุ่งนี้ 21 ม.ค. “ภูมิธรรม-ทวี”ระทึก ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว. จับตา จะมีผลต่อรูปคดีในชั้นกกต.-ดีเอสไอหรือไม่ สว.สีน้ำเงิน ลุ้นหวังคดีพลิก
ศาลรธน.ชี้ชะตา"ภูมิธรรม-ทวี" คดีฮั้วสว.เดิมพันอนาคตการเมือง
ในช่วงเวลาที่การเมืองไทยยังคงร้อนระอุด้วยความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจเก่ากับขั้วอำนาจใหม่ คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะอ่านคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 21 ม.ค.2569 นี้ ถือเป็นจุดสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง และความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน

