รัฐบาลเดินหน้าทลายแหล่งผลิต นำเข้า และจำหน่ายเครื่องสำอางที่นำไปใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกาย ตรวจยึดของกลาง 35,645 ชิ้น มูลค่ากว่า 22 ล้านบาท
21 พ.ค.2569 - นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือเดินหน้าทลายแหล่งผลิต นำเข้า และจำหน่ายเครื่องสำอาง แต่นำไปใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกาย พร้อมตรวจยึดของกลางผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ยาไม่มีทะเบียน เครื่องมือแพทย์ ไม่ผ่านมาตรฐานการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รัฐบาล โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ) ร่วมลงพื้นที่เข้าตรวจค้น 3 จุด สามารถตรวจยึดของกลางเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจำนวน 20,596 ชิ้น ยาไม่มีทะเบียน จำนวน 217 ชิ้น เครื่องมือแพทย์ จำนวน 240 ชิ้น รวมถึงฉลากและแผ่นพับโฆษณา จำนวน 14,592 ชิ้น รวมจำนวน 35,645 ชิ้น มูลค่ากว่า 22,00,000 บาท
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ผลจากการปฏิบัติการในครั้งนี้ พบผู้กระทำผิดใช้ช่องทางจดแจ้งเป็นเครื่องสำอาง แทนการขึ้นทะเบียนยา เนื่องจากกระบวนการอนุญาตง่ายกว่า แล้วนำไปโฆษณาและจำหน่ายให้คลินิกเสริมความงาม โดยอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าหรือวิตามินผิวสำหรับฉีด การนำไปใช้ผิดวิธีหรือผิดวัตถุประสงค์เช่นนี้ถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะยังไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัยจากการใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกาย ขอย้ำว่า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกายถือเป็นผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงสูง ต้องผ่านการขึ้นทะเบียนและประเมินด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลจาก อย. อย่างเข้มงวด ไม่สามารถอ้างเพียงว่าผ่าน อย.ได้ เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทมีระดับการอนุญาตแตกต่างกัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่จดแจ้งเป็นเครื่องสำอาง แม้จะมีเลขจดแจ้งก็ห้ามนำไปฉีดเข้าสู่ร่างกายหรือใช้ร่วมกับเครื่องมือผลักดันเข้าสู่ชั้นผิวโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ ยาและฟิลเลอร์ที่ใช้ในคลินิกเสริมความงาม โรงพยาบาล จะต้องเป็นยาและเครื่องมือแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนแล้วเท่านั้น ก่อนใช้ให้ตรวจสอบการอนุญาตของผลิตภัณฑ์ทางเว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือแอปหมอพร้อม
รัฐบาลกำชับ อย. ประสานแพลตฟอร์มดิจิทัลทุกแห่งให้เร่งตรวจสอบและปิดกั้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายหรือไม่แสดงฉลากภาษาไทย รวมถึงไปยังแจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบและกวาดล้างแหล่งจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างเข้มงวด เนื่องจากผลิตภัณฑ์ลักลอบนำเข้าเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารอันตราย ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพมาตรฐาน และอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาล เตือนปชช. รีบยื่นขอทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการ
รัฐบาล เตือนปชช. รีบยื่นขอทบทวนสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านศูนย์ OSS
เปิดฟังความเห็นกติกาใหม่ คุมแอปเรียกรถ-ส่งอาหาร ก่อนประกาศใช้ ก.ย.
รัฐบาลเปิดรับฟังความเห็นกติกาใหม่ คุมแอปเรียกรถ–ส่งอาหาร จับตาพ่วงงานแต่ลดค่ารอบ–GPS คลาดเคลื่อน–หน้าจอชวนเข้าใจผิด ยันต้องเป็นธรรมไม่เอาเปรียบ คาดประกาศใช้ได้ภายใน ก.ย.นี้
รัฐบาลจับมือออมสินหั่นดอกเบี้ย ช่วยครู 2.8 แสนบัญชี ปลดหนี้ไวขึ้น
ศธ.–สกสค.–ออมสิน ผนึกกำลังช่วยครูแก้หนี้ กว่า 2.8 แสนบัญชี ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงิน สร้างภูมิคุ้มกันครูกลับสู่วงจรหนี้ในระยะยาว
ผู้ป่วยน่านไม่ต้องวิตก! รบ.ยัน รพ.น่านแค่ย้ายจุดรับผู้ป่วยพร้อมส่งยาให้
รัฐบาลย้ำผู้ป่วยน่านไม่ถูกตัดขาดจากการรักษา รพ.น่านย้ายจุดรับผู้ป่วยฉุกเฉิน พร้อมออกหน่วยปฐมพยาบาลเคลื่อนที่ 2 จุด ด้าน รพ.น่าน 2 จัดส่งยาให้ผู้ป่วยนัดหมายแทนการเดินทาง
รบ.ใช้ดาวเทียมจิสด้าจำลองน้ำท่วมเมืองน่านประเมินพื้นที่เสี่ยง–วางแผนอพยพ
รัฐบาลใช้ข้อมูลดาวเทียม GISTDA จำลองน้ำท่วมเมืองน่าน ช่วยประเมินพื้นที่เสี่ยง–วางแผนอพยพล่วงหน้า
เอสเอ็มอีแบงก์ออกมาตรการช่วยน่าน! พักหนี้เงินต้น-ดอกเบี้ย 12 เดือน
SME D Bank ขานรับข้อสั่งการนายกฯ ออกมาตรการด่วนช่วยเหลือเอสเอ็มอี จ.น่าน ประสบอุทกภัย ให้สิทธิ์พัก ชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน

