
รัฐบาลสั่ง 'สารวัตรเกษตร Cyber' เดินหน้าปราบสินค้าเกษตรผิดกฎหมายออนไลน์ ยกระดับมาตรฐานเกษตรไทย-คุ้มครองความปลอดภัยผู้บริโภคทั้งระบบ
5 มิ.ย. 2569- ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการคุ้มครองเกษตรกรและผู้บริโภคจากการลักลอบจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่ไม่ได้มาตรฐานผ่านช่องทางออนไลน์ว่า ล่าสุดการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งให้เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงานของ “สารวัตรเกษตร Cyber” เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปราบปรามการจำหน่ายปุ๋ยปลอม วัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และเมล็ดพันธุ์ควบคุมที่ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างจริงจัง
ปัจจุบัน กรมวิชาการเกษตรได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ ทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok ในการตรวจสอบและระงับการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถปิดร้านค้าออนไลน์ที่กระทำผิดกฎหมายแล้วจำนวน 94 ร้าน และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ผลิต ผู้นำเข้า และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
“รัฐบาลไม่เพียงมุ่งปราบปรามผู้กระทำผิด แต่ยังมุ่งสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการตกเป็นเหยื่อของสินค้าปลอมหรือสินค้าด้อยคุณภาพที่อาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตและรายได้” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
ทั้งนี้ ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจส่งผลให้ผลผลิตลดลง ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทยในระยะยาว ขณะเดียวกัน การใช้วัตถุอันตรายที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนยังอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านอาหาร สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนอีกด้วย ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องผ่านโครงการ Q-Shop ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร (เช่น ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ และสารเคมีทางการเกษตร) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก กรมวิชาการเกษตร เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของสินค้าและความปลอดภัยของเกษตรกร
นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนให้มีการพัฒนากรมวิชาการเกษตรสู่การเป็น “Smart Regulator” หน่วยงานที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ทันสมัย คล่องตัว และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและสร้างระบบตลาดปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่โปร่งใสและเป็นธรรม
“เป้าหมายสำคัญของรัฐบาล คือ การสร้างระบบนิเวศทางการเกษตรที่มีคุณภาพและปลอดภัย ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย แพลตฟอร์มออนไลน์ ไปจนถึงเกษตรกรผู้ใช้ เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคเกษตรไทยในตลาดโลก” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงเกษตรฯ ยกทัพผลไม้ไทย 4 ภาค บุกลานคนเมือง ดันบริโภคในประเทศ ปักหมุดไทยสู่จุดหมายผลไม้เมืองร้อนของโลก
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ เตรียมจัดมหกรรมผลไม้ไทยครั้งใหญ่ “Thailand : The Land of Tropical Fruits” ภายใต้แนวคิด Fresh From Farm มหัศจรรย์ผลไม้ 4 ภาค ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
ปลัดเกษตรฯ เปิดสัมมนาภาคเหนือ เร่งขับเคลื่อนนโยบายสู่พื้นที่ แลกเปลี่ยนต้นแบบพัฒนางาน
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดโครงการสัมมนาขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ ครั้งที่ 2 ภาคเหนือ ที่ จ.พิษณุโล
ตีปี๊บระบบ 'พม. CARE' ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง ยื่นขอรับเงินสงเคราะห์ผ่านสมาร์ตโฟนได้
รัฐบาล ยกระดับบริการสวัสดิการสังคมสู่ดิจิทัล เปิดระบบ “พม. CARE” ให้ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง ยื่นขอรับเงินสงเคราะห์ผ่านสมาร์ตโฟนได้ เชื่อมข้อมูลกับ ThaiD -แอปทางรัฐ ช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความรวดเร็ว เข้าถึงสิทธิสะดวกขึ้น
ชวนผู้ประกันตน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ภายใน15ก.ค. ย้ำโปร่งใส ตรวจสอบได้
รัฐบาลย้ำเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมชวนผู้ประกันตน 11 ล้านเสียง รีบลงทะเบียนเลือกตั้ง ภายใน 15 ก.ค.นี้ เพื่อร่วมขับเคลื่อนสิทธิประโยชน์คนทำงาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าขยายช่องทางตลาดสินค้าสหกรณ์ต่อเนื่อง ยกขบวนความอร่อยและสินค้าอัตลักษณ์จากสหกรณ์บุกรัฐสภา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าสนับสนุนและเพิ่มช่องทางตลาดให้แก่ขบนการสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยกขบวนความอร่อยและขนสินค้าอัตลักษณ์จากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมาจัดแสดงและจำหน่ายภายในรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน) ภายใต้คอนเซปต์ “ผลิตภัณฑ์และสินค้าดาวเด่นของสหกรณ์” ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2569
รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท
รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง

