กองทัพขู่ใช้ไม้แข็งสกัดข่าวปลอม ยืนยันไม่พบเขมรเคลื่อนรถถังประชิดชายแดน

ทภ.2 ย้ำชายแดนไทยยังปกติ ไม่พบเขมรเคลื่อนรถถังประชิดชายแดน สกัดข่าวลือสร้างความแตกตื่น ทหารเฝ้าระวัง 24 ชม. ชี้ แชร์ข้อมูลเท็จผิดกฎหมาย

5 มิถุนายน 2569 - แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าฝ่ายทหารกัมพูชาได้เคลื่อนย้ายรถถังจำนวนกว่า 200 คัน พร้อมอาวุธ RPG ล็อตใหม่ และกำลังพลจำนวนมากเข้าประชิดแนวชายแดนไทย ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่อย่างละเอียด ยังไม่พบความเคลื่อนไหวดังกล่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ คาดว่าการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวอาจมีเจตนาสร้างความสับสนและความตื่นตระหนกให้กับประชาชน จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เป็นหลัก

แหล่งข่าวยืนยันว่า กองทัพไทยได้ติดตามสถานการณ์ตลอดแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด มีระบบเฝ้าตรวจและติดตามความเคลื่อนไหวที่มีประสิทธิภาพ หากมีการเคลื่อนย้ายกำลังพล ยุทโธปกรณ์ หรือรถถังของฝ่ายใดในพื้นที่ชายแดน เจ้าหน้าที่จะสามารถตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ได้ทันที โดยทุกความเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงฤดูฝนเช่นปัจจุบัน การเคลื่อนย้ายรถถังจำนวนมากเป็นไปได้ยาก เนื่องจากรถถังเป็นยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก หากต้องเคลื่อนย้ายเป็นระยะทางไกลเกินกว่า 30 กิโลเมตร จำเป็นต้องใช้รถลำเลียงขนส่ง เนื่องจากการขับเคลื่อนด้วยตัวเองเป็นระยะทางยาวอาจส่งผลกระทบต่อระบบล้อ ช่วงล่าง และระบบอาวุธของรถถังได้

“ฝากถึงเพจและผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์บางรายที่นำภาพเก่าหรือภาพที่ผ่านการตัดต่อมาเผยแพร่ โดยบางกรณีพบว่าเป็นภาพรถถังของฝ่ายไทยที่ถูกนำไปสลับกับภาพของอีกฝ่าย จนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดและตื่นตระหนก ขอย้ำว่าหากพบการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือการตัดต่อภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และสร้างความเสียหายต่อธารณะ อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด“

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน โดยกำลังพลตามแนวชายแดนยังคงปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็งตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ และร่วมกันใช้วิจารณญาณก่อนแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานทางการ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สส.กังฟู ยันเดินหน้าทวงความเป็นธรรมให้เจ้าของปั๊มเหยื่อ BM-21 หลังรัฐบาลแจงไม่เข้าหลักเกณฑ์เยียวยา

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ กังฟู สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง โพสต์เฟซบุ๊กต์ชี้แจงกรณีเจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่เสียหายจากจรวด BM-21 ของกัมพูชา ออกมาร้องเรียนว่ายังไม่ได้รับเงินเยียวจากภาครัฐ ก่อนที่นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า

กองทัพภาคที่ 2 รำลึกวีรชนชายแดนไทย-กัมพูชา ครบ 1 ปี

ที่พุทธศาสนสถานค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พล.ท.ชัยรัตน์ ธรรมชาติ หัวหน้าสำนักงานคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา พล.ท.นฤดล สุขมา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน

'อนุทิน' ขอคนไทยอย่ากังวล 'จีน' ยืนยันส่งอาวุธให้กัมพูชาแค่ซื้อขาย ไม่ได้ให้มาสู้รบไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสหรัฐอเมริกา ประกาศเก็บภาษีไทย12.5% ว่า เป็นการปรับให้เข้าเกณฑ์ ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าไทยได้ 12.5% ตนเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวของไปดำเนินการแก้ไข ซึ่งมีเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานภาคบังคับอะไรสักอย่างหนึ่ง ตนยังต้องไปลงในรายละเอียดว่าทำไมไม่มีการดำเนินการด้านนี้ให้เ

เหยื่อกัมพูชายิง BM-21 ใส่ปั๊มน้ำมัน น้ำตาไหลวิงวอนรัฐเร่งเยียวยาหลังเหตุการณ์ครบ 1 ปี

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง รับยื่นหนังสือจาก นางกมนรัตน์ เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านผือ (บ้านน้ำเย็น) อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์จรวด BM-21 ตกใส่ เมื่อ 24 ก.ค. 2568 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้การเยียวยา

สร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา นำร่องหลักเขต 52-54 ระยะทาง 1.3 กม. ใกล้แล้วเสร็จ

พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดนเดินทางไปยังพื้นที่ก่อสร้างรั้วความมั่นคงชายแดนไทย–กัมพูชา

เสธ.ทบ. เผยไทยเกาะติดยุทโธปกรณ์จีนส่งให้กัมพูชาอย่างใกล้ชิด

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประเทศกัมพูชาเอามาประโคมข่าวกรณีที่ประเทศจีนส่งรถถังให้กับทางกัมพูชา โดยประเทศไทยต้องมีความกังวลหรือไม่ ว่า ไม่ต้องกังวล เราทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นข้อตกลงก่อนหน้าจะเกิดปฏิบัติการทางการทหารร