สว.ยกนิ้วผลงานมรภ.สุราษฎร์ฯสกัดน้ำมันหอมระเหยขมิ้นชันขายลิตรละ 33,000 บาท

คนไทยไม่เป็นรองใคร สว.รุดดูนวัตกรรมเปลี่ยนเศษปาล์มสู่โรงไฟฟ้าชีวมวลขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว ยกนิ้วให้งานวิจัยมรภ.สุราษฎร์ธานีสกัด”ขมิ้นชัน”จากกิโลฯละ 25บาทเป็นน้ำมันหอมระเหยลิตรละ 33,000 บาท

7 มิถุนายน 2569 – ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี คณะอนุกรรมการเสริมสร้างขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนา ในคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา เดินหน้าขับเคลื่อน “โครงการเชื่อมโยงข้อมูลผลงานด้านวิชาการและงานวิจัย” นำโดย นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ และ นายชิบ จิตนิยม ประธานอนุกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและประชุมหารือร่วมกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนรายใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อช่วง 4 – 5 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมสู่กระบวนการนิติบัญญัติระดับชาติ

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการฯได้เข้าร่วมประชุมหารือกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสน่ห์ บุญกำเนิด รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัย และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรภ.สุราษฎร์ธานี) เพื่อรับฟังบทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนงานวิจัยพัฒนาพื้นที่ ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

นายชิบ จิตนิยม ประธานอนุกรรมการฯ เปิดเผยว่า มรภ.สุราษฎร์ธานี มีผลงานวิจัยเชิงประจักษ์กว่า 300 ชิ้นในรอบ 10 ปี โดยเฉพาะนวัตกรรมการสกัดน้ำมันหอมระเหยจาก “ขมิ้นชัน” ที่ช่วยเปลี่ยนมูลค่าวัตถุดิบจากกิโลกรัมละ 25 บาท ให้กลายเป็นน้ำมันหอมระเหยมูลค่าสูงถึงลิตรละ 33,000 บาท สร้างรายได้มหาศาลแก่เกษตรกร นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอาหารแห่งอนาคต (Future Food) จาก “แมงพลัด” รวมถึงการสร้างนวัตกรรมเชิงสังคมผ่านหลักสูตรระยะสั้นสร้าง “วิศวกรสังคม” (นักคิด นักประสาน นักสื่อสาร นักนวัตกร) เพื่อเป็นแกนนำพัฒนาชุมชน ก่อนที่คณะผู้แทนมหาวิทยาลัยจะนำคณะอนุกรรมการฯ เยี่ยมชมสถานีจัดการขยะเพื่อดูการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์ และการผลิตไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ภายในมหาวิทยาลัย

ด้านนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา กล่าวว่า พัฒนาการแบบก้าวกระโดดของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ สะท้อนว่าการหลอมรวมองค์ความรู้เชิงพื้นที่เข้ากับกระบวนการนิติบัญญัติระดับชาติ จะช่วยยกระดับงานวิจัยกฎหมายให้เฉียบคม ใช้งานได้จริง และเป็นสะพานเชื่อมความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นสู่สภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานต่อ ณ บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE (อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี) โดยมี นายสืบตระกูล บินเทพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปภาพรวมและโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ

นายสืบตระกูล กล่าวว่า บริษัทฯ ประกอบธุรกิจในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากชีวมวลและขยะชุมชน รวมทั้งการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและของเสียในชุมชน ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งหมด 83.5 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็น กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวล 29.7 เมกะวัตต์ กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากขยะชุมชน 46.8 เมกะวัตต์ และกลุ่มธุรกิจบริหารจัดการโรงไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัทท่าฉาง ไบโอแก๊ส จำกัด (TBG) มีกำลังการผลิตติดตั้งอยู่ที่ 7 เมกะวัตต์

จากนั้น ผู้แทนบริษัทฯ ได้นำคณะอนุกรรมการฯ เข้าเยี่ยมชมพื้นที่กระบวนการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งนำของเหลือใช้จากต้นปาล์มและเศษผลปาล์มที่เป็นขยะในพื้นที่มาแปรรูปเป็นกระแสไฟฟ้า ซึ่งการลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงานต้นแบบผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในครั้งนี้ ทำให้คณะอนุกรรมการฯ ได้รับองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้งานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด การเพิ่มมูลค่าของเสียทางการเกษตร การลดก๊าซเรือนกระจก และการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโมเดลการเปลี่ยนเศษขยะปาล์มในพื้นที่ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตต่อแห่งไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ สามารถจ่ายไฟฟ้าใช้ประโยชน์ได้ครอบคลุมทั้งอำเภอท่าฉาง และจ่ายเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ อ.ท่าฉาง มีโรงงานรวมกันถึง 9 โรงงาน และมีแผนขยายเพิ่มในจังหวัดอื่นๆ อีก 5 แห่ง เช่น จังหวัดชุมพร และจังหวัดสระแก้ว นอกจากนี้ TGE ยังมีความโดดเด่นในฐานะองค์กรสีเขียวที่มีคาร์บอนเครดิตสะสมรวมประมาณ 4 แสนกว่าตัน (ราคาปกติ 50 บาทต่อตัน) เป็นสิ่งยืนยันความสำเร็จที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม นายชิบ กล่าวว่า ธุรกิจเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานนี้กำลังเป็นแนวโน้มระดับโลก ในอนาคตคาดว่าจะเกิดเทรนด์การแย่งขยะ เนื่องจากคนหันมาเปลี่ยนขยะเป็นเงินทอง ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ จะนำองค์ความรู้ ข้อมูล และนวัตกรรมที่ได้รับจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ ไปขับเคลื่อนและสนับสนุนงานด้านวิชาการ การวิจัยของวุฒิสภา เพื่อประโยชน์ในการตรากฎหมายและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สว.หวั่น 'ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา' ตึกมูลค่า 999 ล้านเยน ถูกสั่งปิดตาย อาจลามสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น

คณะอนุกรรมการเสริมสร้างขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนา ในคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา

บี้ 'อนุทิน' สร้างตำนาน! หั่นสิทธิประโยชน์เกินจำเป็น 'สส.-สว.'

นักวิชาการรุกต่อ! จี้ยกเลิกสิทธิประโยชน์เกินความจำเป็นสมาชิกรัฐสภาไทย กระทุ้ง 'อนุทิน' สร้างตำนานโชว์หั่นรายจ่ายประจำที่ฟุ่มเฟือย

สว. ลุ้นสภาฯ ไฟเขียว 'กม.นิรโทษกรรม' จบสมัยประชุมนี้

สว. ลุ้นสภาฯ ไฟเขียว 'พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข' สัปดาห์หน้า ก่อนปิดสมัยประชุม ชูล้างทุกสิ่งเพื่อกลับไปเริ่มต้นใหม่ หลังประเทศติดหล่มมา 20 ปี

สว.ผ่านร่างนิรโทษกรรม 103 เสียง ยันชัดไม่ล้างผิด ม.112 ไม่สอดไส้คดีฮั้ว สว.

วุฒิสภามีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ด้วยคะแนน 103 เสียงต่อ 3 เสียง พร้อมแก้ไขเนื้อหาหลายประเด็น โดยยืนยันไม่ครอบคลุมความผิดตามมาตรา 112 ขณะที่ “พิสิษ

สว.พิสิษฐ์ ซัดกลับ 'สมชาย' ปูดสอดไส้นิรโทษฮั้ว สว. ยันไม่คิดล้างผิดตัวเอง

สว.พิสิษฐ์ โต้ “สมชาย แสวงการ” หลังตั้งข้อสังเกตร่างกฎหมายนิรโทษกรรมอาจสอดไส้ล้างผิดคดีฮั้วเลือก สว. ยืนยันไม่มีการแก้ไขในประเด็นดังกล่าว และไม่คิดนิรโทษกรรมตัวเอง

'กมธ.สร้างเสริมสันติสุข' โต้ลักไก่ซุกนิรโทษ 'คดีฮั้ว สว.' ให้ดูบัญชีแนบท้าย

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … วุฒิสภา