
สว. ลุ้นสภาฯ ไฟเขียว ‘พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข’ สัปดาห์หน้า ก่อนปิดสมัยประชุม ชูล้างทุกสิ่งเพื่อกลับไปเริ่มต้นใหม่ หลังประเทศติดหล่มมา 20 ปี
3 ก.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากมติที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อ 30 มิ.ย. ที่เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.. หรือร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีชุมนุมทางการเมือง ซึ่งหลังผ่านวุฒิสภา จะต้องส่งกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สภาฯ พิจารณาว่าเห็นชอบด้วยกับร่างที่ผ่านวุฒิสภามาหรือไม่ หลังวุฒิสภา มีการแก้ไขถ้อยคำในบางมาตรา ซึ่งหากสภาฯไม่เห็นด้วย ก็จะนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภาฯ ฯ ที่จะทำให้การประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะต้องขยับออกไป แต่หากสภาฯ ไม่ติดใจอะไร เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขของสว. ทุกอย่างเสร็จหมดก่อนปิดสมัยประชุมในวันที่ 11 ก.ค. ก็จะมีการนำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯตามกระบวนการต่อไป
นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และโฆษกวิปวุฒิสภา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ…..วุฒิสภา หรือร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ยังไม่ได้มีการคุยกับพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ร่างดังกล่าวฯที่ผ่านมาจากสว. ไม่ได้แก้ไขในเนื้อหาหลักๆ มีแค่ปรับแก้ถ้อยคำตัวอักษรบางมาตรา แต่ยังคงไว้ซึ่งโครงเนื้อหาหลักๆ ตามร่างที่สภาฯ ส่งมาให้วุฒิสภา
ส่วนพรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้านอาจเห็นแตกต่างกัน ตรงนี้อยู่ที่มติที่ประชุมสภาฯ เป็นหลัก ซึ่งอยากให้ร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ผ่านออกมาเป็นกฎหมายให้เร็วที่สุด เพราะเหมือนจุดเริ่มต้นที่ประชาชนที่ในอดีตอาจจะมีความขัดแย้งทางการเมือง เราก็อยากให้มันยุติลงและเดินหน้ากันใหม่ อันนี้คือสิ่งที่เราคาดหวังไว้ จะเห็นได้ว่า สว. ดำเนินการพิจารณาตามกรอบเวลา ไม่ได้มีการขอขยายเวลาในการพิจารณา เราพิจารณาตามกรอบเวลาหลังได้รับร่างกฎหมายจากทางสภาฯ ก็ต้องบอกตามตรงแบบนี้คืออยากให้ร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขผ่านออกมาเป็นกฎหมายโดยเร็ว
เมื่อถามว่า อาจจะมี สส. บางพรรคการเมือง ติดใจที่มีการไปเขียนล็อกไว้ว่าแม้บุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปี แต่หากทำผิดคดี 112 ก็ไม่ให้ได้สิทธิยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเพื่อให้ได้รับการนิรโทษกรรม นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข จะมีบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข (คดีความผิดที่จะได้รับการพิจารณาให้นิรโทษกรรม) ซึ่งเรื่องประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่มีอยู่ในบัญชีแนบท้าย และในร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ก็มีการเขียนล็อกไว้อยู่แล้วการนิรโทษกรรมจะไม่รวมสองเรื่องหลักๆ คือ คดีทุจริตฯ กับเรื่องมาตรา 112
ส่วนการที่เขียนเปิดช่องในมาตรา 11 มองว่า ในเมื่อกฎหมายเขียนแบบนี้ขึ้นมา เราก็อยากจะทำให้กฎหมายไม่มีการติดขัดหรือสะดุดใดๆ ในอนาคตเผื่อมีใครจะไปร้อง ก็เขียนระบุให้ชัดเจนไปเลย เพราะในมาตรา 3 กับมาตรา 7 ของร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข มีการเขียนไว้อยู่แล้วว่า ไม่ให้รวมคดี 112 ก็เขียนล็อกไปอีกชั้นหนึ่งในมาตรา 11 ให้มันจบไปเลย
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ ที่มีการเชิญฝ่ายต่างๆ มาให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น รวมถึงตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเช่น บริษัทท่าอากาศยานไทย ต้องบอกว่า เรามั่นใจว่า เมื่อร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ประกาศเป็นกฎหมาย คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขตามกฎหมาย จะมีอำนาจหน้าที่เต็มในการพิจารณาคดีที่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองทั้งหมดในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมาคือปี 2548-2568 มั่นใจว่าทางศาล อัยการ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ จะทำงานแบบประสานงานกันได้จนทำให้เรื่องนี้จบได้เร็วที่สุด
เลขานุการคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ กล่าวด้วยว่า หลังมีการประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข การนิรโทษกรรมจะยังไม่ได้มีผลทันที แต่จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่จะมีนายกฯเป็นประธานกรรมการ ในการพิจารณาเรื่องนี้ โดยมีกรอบเวลาเขียนไว้ในตัวกฎหมาย คือไม่เกิน 180 วันแต่หากไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายในกำหนดเวลาก็ให้ขยายเวลาดำเนินการออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินเก้าสิบวัน โดยจากที่มีการกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการฯ ตามร่างกฎหมาย เชื่อว่า คณะกรรมการจะมีความพร้อมในการที่จะทำให้การนิรโทษกรรมสำเร็จลุล่วงไปด้วยความรวดเร็ว
ส่วนเรื่อง “คดีแพ่ง” หากเป็นการฟ้องร้องโดยหน่วยงานรัฐเช่น บริษัทท่าอากาศยานไทย ก็ให้ยกไปเลย คือยกประโยชน์ให้กับฝ่ายที่ถูกกล่าวหาหรือตกเป็นผู้ต้องหาไป แต่ว่าหากเป็นคดีแพ่งของภาคเอกชน เช่น ห้างสรรพสินค้าเขาฟ้องร้องค่าเสียหายจากการชุมนุมฯ ถ้าเป็นของเอกชนจะไม่รวมไว้ในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว จะให้ใช้กับเฉพาะแค่หน่วยงานรัฐ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจเท่านั้น
เมื่อถามย้ำว่า หากกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ จะนำไปสู่การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้หรือไม่อย่างไร นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า นับจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสินและรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร จากตรงนั้นมาถึงวันนี้ ก็จะเห็นว่าการชุมนุมต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง ก็แทบจะไม่มีแล้วหรือลดลงไปเยอะมาก ร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ จึงเหมือนกับการปิดจบความขัดแย้งทั้งหมดที่เกิดขึ้นมา และจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ประเทศไทยควรจะเดินหน้าแก้ไขปัญหา โดยเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง ก็ให้อยู่ในการเมือง อยู่ในระบบประชาธิปไตยฯ เพื่อที่เศรษฐกิจจะได้เดินหน้าได้ ไม่อย่างนั้นเราก็คงจะติดหล่มจมปลักอยู่เหมือนเดิม กับเรื่องเดิมเดิมที่ทำให้เราชะงักมา 20 ปี เชื่อว่าประชาชน-ผู้เสียหายเองหลายคนที่สอบถาม เขาก็อยากจะให้จบเหมือนกัน คิดว่ามันควรถึงเวลานั้นแล้ว
“พูดตรงๆ เอาความรู้สึกเริ่มต้นผมก่อน ผมก็ไม่ได้รู้สึกจะเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่วันที่ กมธ.ฯ ได้เชิญหน่วยงานต่างๆ รวมถึงภาคเอกชนและผู้ต้องหา ผู้เสียหายต่าง ๆ มาชี้แจงในกรรมาธิการ ทัศนคติผมเปลี่ยนไป ต้องบอกอย่างงี้ครับ คือผมรู้สึกว่า มันถึงเวลาแล้วที่เราต้องไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย สิ่งนี้สำคัญมาก เราต้องตระหนักรู้ก่อนว่า เราคือคนไทย เราอาจจะเชียร์ใคร เราชอบใคร เราเกลียดใครเราทำได้ แต่เราต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย แต่การที่มันมีเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นมา เป็นไปได้ว่า สังคมจะต้องเรียนรู้ว่าการที่ทำแบบนั้น ไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น ซึ่งผมก็ยังมั่นใจว่าการที่มีการออกพ.ร.บ.ฉบับนี้ออกมา เป็นการที่ล้างทุกสิ่งทุกอย่างให้กลับไปเริ่มต้นใหม่ เพราะความขัดแย้งที่ค่อนข้างรุนแรงก่อนหน้านี้ ทำให้ประเทศแทบจะไม่ได้ไปไหนเลย หยุดอยู่กับที่กับเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง” นายพิสิษฐ์ ระบุ
อย่างไรก็ตาม หากสภาฯ รับร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ โดยไม่ได้แก้ไขสิ่งที่ทางวุฒิสภาแก้ไป จะได้ไม่ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมสองสภาฯ อยากให้ทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในสมัยประชุมนี้ เพราะหากมีการตั้งกรรมาธิการร่วมฯ จะทำให้ถูกลากยาวไปอีก เพราะระหว่างปิดสมัยประชุม (ตั้งแต่ 12 ก.ค. 2569) ไม่สามารถจะตั้งกรรมาธิการร่วมฯได้ หวังว่าทางสภาฯ จะไม่ขอปรับอะไร เราก็อยากจะให้จบไว ในเมื่อผ่านมาเก้าปีแล้วหลังใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ปัญหาต่างๆ ก็เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี ก็อยากให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์กับประชาชนคนไทย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ภูมิใจไทย' ลั่นขยี้แก๊งโกงสอบท้องถิ่นไร้ปาหี่จับปลาซิวปลาสร้อย!
'อาสพลธ์' เชิญ 'พล.ต.ต.จรูญเกียรติ' ถามคืบหน้าเอาผิดแก๊งโกงสอบท้องถิ่น ย้ำ 'ภูมิใจไทย' เอาจริง ยันไม่มีปาหี่จับปลาซิวปลาสร้อย ส่งหนังสือถึงประธานสภาเอาผิดคนอ้างชื่อที่ปรึกษา กมธ.ไปหากิน
จบข่าว!สภาใช้เวลา 15 นาที 449 เสียงเห็นชอบ พ.ร.บ.โอนงบกว่าหมื่นล้าน
สภาใช้เวลา 15 นาที มีมติเอกฉันท์ เห็นชอบพ.ร.บ.โอนงบ วงเงิน 10,328 ล้านบาท ใส่งบกลาง นำไปใช้ภารกิจเร่งด่วนแก้วิกฤติประเทศ
มากันเป็นขบวน!ทนายอั๋นชง 'ลิซ่า' รับขยี้ปมทุจริตสอบท้องถิ่น
'ทนายอั๋น' ยื่น กมธ.พัฒนการเมืองฯ ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ด้าน 'ภคมน' จ่อนำพิจารณาสัปดาห์หน้า โวมีคนส่งข้อมูลทั้งอดีต-ปัจจุบันเพียบ
เปิดตัวเลขคนได้อานิสงส์นิรโทษกรรมผงะ!ม็อบสามนิ้วมากสุดเยอะกว่า 'เหลือง-แดง-กปปส.' รวมกัน
เปิดตัวเลขคนได้อานิสงส์นิรโทษกรรม พ้นผิดอาญา-แพ่ง-ล้างประวัติอาชญากรรม หาก กม.ประกาศใช้ มีร่วม 6,000 คน ม็อบสามนิ้วมากสุด เยอะกว่า เหลือง-แดง-กปปส.รวมกัน “หมอระวี”เชื่อสภาไม่ติดใจจนแตะเบรก
'กรวีร์' พอใจภาพรวมชำแหละงบ 70 แม้จืดชืด
'กรวีร์' พอใจภาพรวม การอภิปรายงบปี 70 ตลอด 2 วัน 2 คืน ระบุแม้การอภิปรายครั้งนี้ขาดสีสัน-ไม่หวือหวา แต่ข้อมูลและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของรัฐบาลแน่น เชื่อลงมติผ่านสภาเเน่
'รัชดา' ย้ำงบปี 2570 มุ่งเป้าดูแลประชาชนรักษาวินัยคลัง!
โฆษกรัฐบาลย้ำงบปี 2570 เป็นงบมุ่งเป้า ดูแลประชาชน รักษาวินัยคลัง เดินหน้าลงทุนอนาคตประเทศ

