ป.ป.ช. ฟัน ผกก.สภ.ปัว ทุจริตเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ

ป.ป.ช.ชี้มูล ผกก.ปัว จ.น่าน ทุจริตเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ

8 มิถุนายน 2569 - นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พันตำรวจเอก เจริญ  สุริยงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปัว  จังหวัดน่าน กับพวก ทุจริตเบิกเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยไม่มีการปฏิบัติงานจริงแล้วรวบรวมนำเงินที่เบิกได้ทั้งหมดมาแบ่งจัดสรรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายของสถานีตำรวจภูธรปัว โดยมิชอบ

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ในการดำเนินการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 พันตำรวจเอก เจริญ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่การเงินของสถานีตำรวจภูธรปัว ใช้ชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานในสายงานอำนวยการทุกคนเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ แล้วเก็บรวบรวมเงินคืนเพื่อนำไปจัดสรรเป็นสวัสดิการหรือเบี้ยเลี้ยงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจภูธรปัวทุกนาย

โดยมีการจัดทำเอกสารหลักฐานขอเบิกเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ทั้งที่ไม่ได้อยู่ปฏิบัติงานจริงตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2562 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 รวม 17 ครั้ง รวมงบประมาณที่ใช้ไปทั้งหมดจำนวน 711,916 บาท โดยพันตำรวจเอก เจริญสุริยงค์ จะเป็นผู้อนุมัติให้เบิกจ่าย แล้วจึงส่งเอกสารหลักฐานไปเบิกเงินที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน และจะมีการโอนเงินค่าตอบแทนเข้าบัญชีเงินฝากของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีชื่อเป็นผู้ได้รับค่าตอบแทนต่อไป

จากนั้นเมื่อมีการโอนเงินค่าตอบแทนเข้าบัญชีเงินฝากของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีชื่อเป็นผู้ได้รับค่าตอบแทนแล้วจะมีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับค่าตอบแทนดังกล่าว นำเงินสดที่ได้รับมาส่งคืนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งทำหน้าที่รวบรวมเงิน เพื่อรวบรวมให้พันตำรวจเอก เจริญ

พร้อมกันนั้น พันตำรวจเอก เจริญจะสั่งการให้มีการคำนวณเบี้ยเลี้ยงที่จะต้องจ่ายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายในสังกัดของสถานีตำรวจภูธรปัวตามอัตราที่กำหนดไว้ ซึ่งในการจ่ายเบี้ยเลี้ยงแต่ละครั้งจะต้องใช้เงินประมาณ 60,000 บาท หากการเบิกเงินครั้งใดเก็บรวบรวมคืนได้ยังไม่เพียงพอต่อการจัดสรรเบี้ยเลี้ยง พันตำรวจเอก เจริญ จะเป็นผู้เก็บรักษาเงินจำนวนดังกล่าวไว้ก่อน และเมื่อมีการเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการในรอบถัดไปได้เพิ่มเติมและเพียงพอสำหรับแบ่งจัดสรรแล้ว พันตำรวจเอก เจริญ จึงจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งทำหน้าที่รวบรวมเงิน มารับเงินเพื่อนำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสถานีตำรวจภูธรปัวทุกนายตามอัตราที่กำหนดต่อไป ซึ่งเงินดังกล่าว พันตำรวจเอก เจริญ เป็นผู้บริหารจัดการและเก็บรักษาเงินเพียงผู้เดียว อันเป็นการบริหารจัดการที่ไม่อยู่ภายใต้ระเบียบของทางราชการก่อให้เกิดความเสียหายแก่สถานีตำรวจภูธรปัว เป็นเงินทั้งสิ้น 711,916 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติว่า 1. การกระทำของพันตำรวจเอก เจริญ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 79 (1) และ (6) ประกอบมาตรา 78 (1) และ2.การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเบิกจ่ายและได้รับเงินค่าตอบแทนจำนวน 17 ราย

จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดทางอาญาตามที่กล่าวหาข้อกล่าวหาทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง และเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 2 ราย จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ลั่นใครเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นโดนหมด แนะมีหลักฐานยื่น ป.ป.ช.

นายกฯ ยันไม่มีอิทธิพลการเมืองแทรกสอบทุจริตท้องถิ่น หากมีหลักฐานพาดพิงรัฐมนตรีให้ส่ง ป.ป.ช.ตรวจสอบ ชี้รัฐบาลตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว

ป.ป.ช. ชี้มูล 3 คดี ออกโฉนดมิชอบ ฮุบที่ดินป่าสงวน ฟันกราวรูดจนท.ทุจริต

นายมงคล ศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตคดีความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรงแก่ นายเอนก เหลืองทองคำ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน จ.พิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์–พิจิตร กับพวก และชี้มูลความผิดอาญาผู้

ป.ป.ช. แจงเส้นเงินโกงสอบท้องถิ่น ตอนนี้ยังสาวไม่ถึงฝ่ายการเมือง ยันไม่มีตัดตอน

ป.ป.ช. ปัดตอบเส้นเงิน 9 พันล้านโยงโกงสอบท้องถิ่น ยังไม่พบหลักฐานถึงฝ่ายการเมือง เจอสูงสุดระดับอดีตอธิบดี 2 คน ยํ้า ไล่ดู สถ.ทุกยุคตั้งแต่ปี 64 ลั่น ไม่มีตัดตอนใครแน่ แจง ตรวจกระดาษคำตอบ 8 แสนแผ่นยังไม่เสร็จ เหตุยังไม่ได้เครื่องตรวจที่แม่นยํา

ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น จ.ศรีสะเกษ

"ดีเอสไอ" รับลูก กมธ.ป.ป.ช. ตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวโกงสอบ ยันยังไม่พบหลักฐานโยงถึง 3 นักการเมือง ชี้เป็นเพียงข่าว น้ำหนักไม่พอ โดย กมธ.แนะเชิญ “โรม” ให้ข้อมูล

ป.ป.ช. ขยายผล 'โกงสอบท้องถิ่น' พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้าน เชื่อมโยงทุจริตปี 64

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้คณะไต่สวนอยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นการทุจริต โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท และพบความเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเมื่อปี 2564