นายกฯ เปิดประชุมสมาคมสันนิบาตเทศบาล ย้ำท้องถิ่นร่วมบูรณาการทำงาน

นายกฯ เปิดประชุมสมาคมสันนิบาตเทศบาลฯ ย้ำท้องถิ่นร่วมบูรณาการทำงาน มุ่งผลสัมฤทธิ์ให้ปชช.เข้าถึงบริการภาครัฐ ส่งเสริมความเป็นธรรมและเท่าเทียม

10 มี.ค.2565 - เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2565 ประจำปี พ.ศ. 2565 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เชื่อมสัญญาณไปยังอาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี โดยมี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล บุคลากรของเทศบาล เข้าร่วมประชุมผ่านรูปแบบออนไลน์

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เทศบาลเป็นอีกกลไกหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดินมาอย่างยาวนาน โดยถือเป็นหน่วยที่มีความใกล้ชิด และสามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในชุมชน รวมทั้งการประสานงานกับหน่วยงานราชการอื่นๆ ในการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว เทศบาลยังมีบทบาทสำคัญในการบำรุงรักษาและพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่น จึงได้วางแผนงานเพื่อส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสอดคล้องกัน ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ซึ่งการประชุมและการสัมมนาในวันนี้ นับเป็นโอกาสดีที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะได้รับฟัง และนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของตน พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้จากประสบการณ์ระหว่างกัน ซึ่งท้องถิ่นหลายแห่งนั้นถือเป็นต้นแบบที่ดีในการสร้างนวัตกรรม และการบริการสาธารณะ เช่น ด้านการดูแลสุขภาพประชาชน ด้านคุณธรรมจริยธรรม และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งด้านการขับเคลื่อนกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่ส่งผลต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) ที่ส่งผลต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้าโดยยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

นายกรัฐมนตรี ยังเน้นย้ำความสำคัญของสมาคมสันนิบาตเทศบาลฯ ที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารงานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งรัฐบาลได้มีการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับเปลี่ยน และอำนวยความสะดวกให้การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นมีความคล่องตัว สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งสร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ และทำความเข้าใจให้ประชาชนรับทราบ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ภาครัฐ และร่วมเดินหน้าบูรณาการการทำงานด้วยความเข้าใจกัน ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่มีทั้งวิกฤตและโอกาส ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นทุกฝ่ายจะต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือด้วยความรู้ ความเข้าใจ มีวิธีการแก้ปัญหาในรูปแบบที่เหมาะสม โดยขอให้ใช้โอกาสนี้ในการสร้างความร่วมมือ ขยายเครือข่ายการพัฒนา เรียนรู้จากประสบการณ์ต่าง ๆ ร่วมกัน เพื่อนำพาประเทศชาติให้เจริญเติบโต ก้าวหน้าในอนาคตโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ซึ่งถือเป็นแผนระดับชาติที่มีความสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งการบริหารประเทศทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ต้องทำงานให้ประสานสอดคล้องกัน ทั้งแผนงาน แผนเงิน และแผนคน ช่วยกันลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในทุก ๆ ด้าน เช่น ความยากจน การศึกษา ที่อยู่อาศัย โดยจัดลำดับความเร่งด่วนของปัญหาและแผนงานต่าง ๆ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการบริการภาครัฐ โดยบูรณการการทำงานให้ตรงกับความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน สิ่งสำคัญที่สุดคือความโปร่งใส เป็นธรรม และเท่าเทียม ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลเป็นอย่างดีในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในระยะที่ผ่านมา อีกทั้งปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย ปัญหาเรื่องการจัดการขยะ รวมทั้งปัญหาอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนคนไทย พร้อมขอให้ทุกคนมีพลังกาย พลังใจ และพลังสติปัญญาที่สมบูรณ์ ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเข้มแข็งต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ สร้างกลไกเครือข่ายความร่วมมือการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น บูรณาการในการขับเคลื่อนภารกิจ การพัฒนาประเทศในระดับพื้นที่ให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายของรัฐบาลโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง สร้างประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างครอบคลุม ทั่วถึงและเท่าเทียม โดยการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการสมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2565 ประจำปี พ.ศ. 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรของเทศบาลได้เสวนาแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่และการพัฒนาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาระดับประเทศและระดับสากล พัฒนาบุคลากร และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาล รวมทั้งเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับและร่วมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลุกพลังเยาวชน..เปลี่ยนอนาคตท้องถิ่น 7,800อปท.ออกต้นแบบสร้างสุขภาวะ

ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ปัญหาสุขภาพจิต และแรงกดดันทางสังคม

'พีระพันธุ์' โพสต์อวยพรวันคล้ายวันเกิด องคมนตรีพลเอกประยุทธ์

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ รูปภาพและข้อความว่า วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านองคมนตรี พล.อ. ประยุทธ จั

สภาโหวต 'อนุทิน' นั่งนายกฯ คนที่ 32 สมัยที่ 2 คะแนน 293 เสียง

ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159

นายกฯ ขออย่าตื่นตระหนก น้ำมันสำรองไทยมากที่สุดในอาเซียน

นายกฯ ยันมีน้ำมันสต๊อกถึง 100 วัน  สำรองไทยมากสุดในอาเซียน รับยังส่งไปลาว  และเดินหน้าคุยทุกประเทศไม่ใช่เฉพาะรัสเซีย ยัน พลังงานไฟฟ้าไม่มีปัญหาผลิตเองที่อ่าวไทย

'อดีตผบ.ทอ.' ชี้เปรี้ยง! 'อนุทิน' ควรนั่งนายกฯควบกลาโหม เพื่อความเป็นเอกภาพทางทหาร

อดีตผบ.ทอ. ระบุ อนุทิน ควรนั่งนายกฯควบกลาโหม เพื่อความเป็นเอกภาพทางทหาร เชื่อฝ่ายเสนาธิการฯข้างกาย จะช่วยกลั่นกรองเรื่องให้ตัดสินใจได้ แนะกองทัพ-ฝ่ายมั่นคง นำเหตุการณ์สงครามตะวันออกกลางมาศึกษา ลดการพึ่งพาซื้ออาวุธจากต่างประเทศ ให้หนุนยุทธภัณฑ์ เมดอินไทยแลนด์มากขึ้น

'อนุทิน' เรียกประชุมด่วนติดตามสงครามอ่าวฯ 'อธิบดีกรมเอเชียใต้' รายงานยืดเยื้อไปอีกอย่างน้อย 4 สัปดาห์

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อ