ผู้บริจาคเฮ! ครม.ไฟเขียวลดหย่อนภาษี 2 เท่า หนุนการศึกษาไทยต่อเนื่อง
17 มิ.ย.2569 - ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการศึกษาของชาติอย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษา โดยให้ผู้บริจาคสามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Donation ของกรมสรรพากร ไปใช้สิทธิหักลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการต่ออายุสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายหลังมาตรการเดิมตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 768 พ.ศ. 2566 สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เพื่อให้การสนับสนุนการศึกษาของภาคประชาชนและภาคเอกชนเกิดความต่อเนื่อง ไม่สะดุด และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริจาคที่ประสงค์มีส่วนร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย
ทั้งนี้ การกำหนดให้มาตรการมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถือเป็นการอุดช่องว่างของมาตรการเดิมที่สิ้นสุดลงและช่วยให้ผู้บริจาคที่ได้ดำเนินการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ตั้งแต่ต้นปี 2568 สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลรับฟังข้อห่วงใยของประชาชน และให้ความสำคัญกับการสร้างความชัดเจนด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการนี้ครอบคลุมผู้บริจาคทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยบุคคลธรรมดาสามารถนำเงินบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคประเภทอื่นแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ส่วนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคไปหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลหรือสาธารณประโยชน์แล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายดังกล่าว
สำหรับสถานศึกษาที่อยู่ภายใต้มาตรการนี้ ครอบคลุมถึงสถานศึกษาของรัฐทั่วประเทศ โรงเรียนเอกชนในระบบ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน สถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ และสถาบันอุดมศึกษาซึ่งคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอนุมัติโดยความเห็นชอบของครม. ทั้งนี้ ผู้บริจาคต้องดำเนินการผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิทางภาษี
“มาตรการนี้ไม่เพียงเป็นข่าวดีสำหรับผู้เสียภาษี แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาไทยอย่างเป็นระบบ ทุกการบริจาคที่เข้าสู่ระบบ e-Donation จะช่วยเพิ่มทรัพยากรให้สถานศึกษา และสร้างประโยชน์โดยตรงต่อเด็ก เยาวชน และการพัฒนากำลังคนของประเทศในระยะยาว” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
อย่างไรก็ตาม ร่างพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยจะมีการเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ผู้บริจาคสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยกระดับสำนักงานที่ดิน! จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมออนไลน์ทั่วประเทศ
รัฐบาลดิจิทัลของจริง ยกระดับสำนักงานที่ดิน บริการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินต่างสำนักงานออนไลน์ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมยกระดับสำนักงานที่ดิน กทม.เป็นสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั้งระบบ
'ลลิดา' สอน 'ไอซ์' บอกงบน้ำบาดาลเคาะพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง!
รองโฆษกรัฐบาล แจง 'รักชนก' ปมงบน้ำบาดาล ย้ำโครงการกำหนดพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง ชี้คำขอกว่า 900 แห่ง อนุมัติ 858 แห่งตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่จัดสรรตามการเมือง
สั่งทุกมหาวิทยาลัยตรวจสอบรับนักศึกษาต่างชาติ!
รัฐบาลเร่งตรวจสอบกรณีมหาวิทยาลัยถูกตั้งข้อสังเกตรับนักศึกษาต่างชาติผิดปกติ สั่งเช็กทุกหลักสูตรและเส้นทางขอวีซ่า ปิดช่องโหว่ที่อาจกระทบมาตรฐานอุดมศึกษาไทย ย้ำพบผิดดำเนินการตามกฎหมายทันที
รัฐบาลตั้งการ์ดสูงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ! รับมือฝนเดือนสิงหาคม
รัฐบาลยกการ์ดสูงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ สั่งหน่วยเกี่ยวข้อง รับมือฝนเดือนสิงหาคม ระดมเครื่องจักรกลเข้าจุดเสี่ยง - ตั้งศูนย์พักพิงพร้อมช่วยเหลือ 24 ชม.
เปิดถึง 30 ก.ย.นี้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้ง Solar Rooftop
รัฐบาลเปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้ง Solar Rooftop ถึง 30 ก.ย.นี้ เดินหน้าพลังงานสะอาด ยกระดับมาตรฐานการติดตั้งเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
รัฐเพิ่มเงื่อนไข 'ผู้รับเหมา' ทำอันตรายต่อชีวิต-ทรัพย์สิน ให้นับเป็นการทิ้งงาน เจอลงโทษหนัก
รัฐบาลปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย กฎกระทรวงใหม่ผู้รับเหมา เพิ่มเงื่อนไข “การทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน” ให้ถือเป็นลักษณะของ “การทิ้งงาน” ลงโทษเด็ดขาด

