อดีตนายกสภาทนาย กางตำราเอาผิดทุจริตข้อสอบท้องถิ่นโดนข้อหาอะไรกันบ้าง

อดีตนายกสภาทนายความ ไล่เรียงข้อกฎหมายเอาผิดขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ตั้งแต่รับสินบน ปลอมเอกสาร นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงความผิดฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมเตือนการเพิกถอนผลบรรจุย้อนหลังแบบครอบคลุมทั้งหมดต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อคุ้มครองผู้สอบผ่านโดยสุจริต มิฉะนั้นผู้ออกคำสั่งอาจเสี่ยงถูกร้องเอาผิดตามมาตรา 157 ได้

25 มิถุนายน 2569 - นายวิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ ได้เปิดเผยถึงกรณีมีขบวนการร่วมกันในการทุจริตแก้คะแนนจากสอบตกเป็นสอบได้ เพื่อไปรับตำแหน่งหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งการเปิดสอบในคราวนี้ 87 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 6,669 อัตรา และเป็นการจัดสอบทั่วประเทศครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และป.ป.ช. ทำการจับกุมแบบคาหนังคาเขา พร้อมออกมาให้ข้อมูลถึงการทุจริตแก้คะแนนสอบด้วยการเรียกรับผลประโยชน์ คิดเป็นเงินประมาณ 4,500 ล้านบาท

การทุจริตอย่างมโหฬารในครั้งนี้ อาจมีผู้เกี่ยวข้องร่วมขบวนการทุจริตกว่า 3,000 คน และพบรายชื่อที่คาดว่าจะมีการทุจริต 9,000 คน จากผู้สมัครสอบกว่า 400,000 คน และนายวิเชียร เชื่อมั่นว่าคณะกรรมการร่วมทำงานในครั้งนี้จะทำการกำจัดเนื้อร้ายไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ นักการเมือง หรือบุคคลทั่วไปที่เข้าไปเกี่ยวข้องในการทุจริตข้อสอบท้องถิ่นให้ถึงที่สุด

ถ้าผู้ร่วมกระทำความผิดเป็นเจ้าพนักงานไปเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ถ้าเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำและกรอกข้อความลงในเอกสารคำตอบทำการแก้ไขเพิ่มเติมคะแนนในเอกสารดังกล่าว และการแก้คะแนนนั้นเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง โดยเป็นการกระทำด้วยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 161และมาตรา 265 

เมื่อมีการนำกระดาษคำตอบซึ่งแก้ไขคะแนนแล้วไปใช้ จึงเป็นการใช้หรืออ้างเอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 268 หากนำไปลงในระบบคอมพิวเตอร์ ถือว่าเป็นนำข้อมูลปลอมหรือข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลที่บิดเบือนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ย่อมมีความผิดตาม มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 157 

นอกจากนี้พฤติการณ์กลุ่มบุคคลที่ร่วมกระบวนการทุจริตข้อสอบท้องถิ่น หากมีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปได้กระทำความผิดตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 2 แห่งประมวลกฎหมายอาญา  ย่อมมีความผิดฐานช่องโจร ตามมาตรา 210 และถ้ามีผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเข้ามีส่วนร่วมขบวนการทุจริตข้อสอบ นอกจากมีความผิดทางอาญา ยังผิดเรื่องจริยธรรมด้วย

ส่วนประเด็นการเพิกถอนผลการบรรจุหลังจากเข้ารับตำแหน่งแล้ว ก็มีช่องทางตามกฎหมายที่ทำได้ แต่เป็นการเพิกถอนย้อนหลังจำเป็นต้องใช้ระยะเวลา และตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบเสียก่อน เนื่องจากผู้เข้าสอบโดยสุจริตแล้วสอบผ่านจนได้รับการบรรจุแต่งตั้งด้วยความสุจริต ผู้มีอำนาจรัฐจะต้องให้ความยุติธรรมแก่บุคคลเหล่านี้ด้วย

 หากมีการเพิกถอนย้อนหลังแบบยกเข่ง ผู้สอบผ่านโดยสุจริตมีสิทธิฟ้องหน่วยงานหรือบุคคลที่ออกคำสั่งต่อศาลปกครอง หรือหากผู้ออกคำสั่งปฏิบัติหรือละเว้นปกติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้สอบผ่านโดยสุจริตและได้รับบรรจุแต่งตั้งตามตำแหน่งแล้วบุคคลผู้ออกคำสั่งเพิกถอนดังกล่าวอาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 157

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตัดจบ 'โกงสอบท้องถิ่น' ซ้ำรอย 'ฮั้ว สว.' สาวไม่ถึงนักการเมือง

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "โกง สว.-โกงสอบท้องถิ่น ตัดจบ ไม่ถึงนักการเมือง โดยระบุว่า

ภูมิใจไทยจ่อชงกฎหมายปราบโกงสอบราชการ ฟันคุกสูงสุด 15 ปี ตัดสิทธิ์รับราชการตลอดชีวิต

พรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ กำหนดบทลงโทษผู้ทุจริตสอบราชการทั้

'บอร์ด ก.พ.' งัดยาแรง! คลอด 5 มาตรการปราบ 'โกงสอบ ขรก.'

บอร์ด ก.พ. คลอดมาตรการคุม ‘ทุจริตสอบเข้ารับราชการ’ งัดไม้แข็งพบโกงไล่ออกสถานเดียว พร้อมตัดสิทธิ-ขึ้นแบล็กลิสต์ เพิกถอนใบรับรอง ภาค ก พ่วงขรก.ละทิ้งหน้าที่เกิน 15 วัน ฟันวินัยร้ายแรง

เจาะมหากาพย์ โกงสอบท้องถิ่น เมื่อ 'เทคโนโลยี-ปากพยาน' กำลังขยี้เครือข่ายไอ้โม่ง

สถานการณ์การทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 เข้มข้นขึ้นจนถึงจุดเดือด! หลังจากที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) พบว่ามีการแก้ไขกระดาษคำตอบในระบบอย่างอุกอาจ

'อนุทิน' ฟังทางนี้! 5 สิ่งที่ควรทำ กับไม่ทำ 4 เรื่อง สางโกงสอบท้องถิ่น

ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรี “ควรทำ” และ “ไม่ควรทำ”