
บอร์ด ก.พ. คลอดมาตรการคุม ‘ทุจริตสอบเข้ารับราชการ’ งัดไม้แข็งพบโกงไล่ออกสถานเดียว พร้อมตัดสิทธิ-ขึ้นแบล็กลิสต์ เพิกถอนใบรับรอง ภาค ก พ่วงขรก.ละทิ้งหน้าที่เกิน 15 วัน ฟันวินัยร้ายแรง
6 ก.ค. 2569 – นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แจ้งผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยได้แจ้งต่อที่ประชุมในฐานะประธาน ก.พ. ถึงกรณีทุจริตการสอบเข้ารับราชการที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน ว่า กรณีข่าวที่เกิดขึ้นดังกล่าวแม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสำนักงาน ก.พ. แต่ก่อให้เกิดทัศนคติเชิงลบแบบเหมารวม ส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบราชการอย่างรุนแรง ดังนั้นจึงขอให้สำนักงาน ก.พ. ประสานกับสมาคม องค์กร หรือกลุ่มข้าราชการต่าง ๆ ดำเนินการในเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาศักดิ์ศรีของข้าราชการพลเรือนในภาพรวมต่อไป
ทั้งนี้ ที่ประชุมบอร์ด ก.พ. ได้มีมติเห็นชอบมาตรการจัดการทุจริตสอบเข้ารับราชการ 5 มาตรการ และให้นําเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป ดังนี้
1.ตัดสิทธิและขึ้นแบล็กลิสต์ (Blacklist) กำหนดให้ผู้ทุจริตสอบภาค ก. มีลักษณะต้องห้ามเข้ารับราชการ พร้อมเพิกถอนใบรับรองสอบผ่าน และหากได้รับการบรรจุไปแล้วต้องให้ออกจากระบบราชการทันที
2.โทษวินัยสูงสุด “ไล่ออกสถานเดียว” ถือเป็นการผิดวินัยฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หากถูกตั้งสอบวินัยให้สั่งพักหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยมีบทลงโทษขั้นเด็ดขาดคือไล่ออกเท่านั้น
3.จัดทำฐานข้อมูลกลาง (Blacklist) รวบรวมรายชื่อผู้ทุจริตจากทุกองค์กรบริหารงานบุคคล เพื่อสร้างฐานข้อมูลกลางให้หน่วยงานรัฐ ทั่วประเทศใช้ตรวจสอบผู้สมัคร
4.ให้อำนาจเพิกถอนใบรับรอง เลขาธิการ ก.พ. มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบรับรองผ่านภาค ก. ได้ทุกกรณี (ยกเว้นกรณีทุจริตสอบ ให้เสนอ ก.พ. พิจารณา)
5.แผนปฏิบัติการ 3 ระยะ (บูรณาการร่วมกับ ป.ป.ท., ป.ป.ช., ปปง. และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน) ประกอบด้วย
ระยะสั้น (1 ปี) ออกหลักเกณฑ์ลักษณะต้องห้ามและบังคับใช้มาตรฐาน โทษวินัย
ระยะกลาง (3 ปี) ปรับการสอบภาค ก. เป็น e-Exam 100% และเปิดใช้ฐานข้อมูลกลาง ตรวจสอบผู้ทุจริต
ระยะยาว (5 ปี) ออกกฎหมายอาญาเฉพาะเพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ ด้วยโทษรุนแรง และแก้กฎหมายให้สามารถเรียกคืนเงินเดือนและผลประโยชน์อื่น ๆ จากผู้ทุจริตที่ได้รับการบรรจุคืนได้เต็มจำนวน
ขณะเดียวกันยังเห็นชอบให้สำนักงาน ก.พ. นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามีมติให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่รัฐทุกประเภทถือปฏิบัติตามแนวทางของ ก.พ. กล่าวคือ ไม่ให้บรรจุหรือบรรจุกลับผู้เคยทุจริตต่อหน้าที่แม้จะได้รับการล้างมลทิน สำหรับการดำเนินการทางวินัยกรณีให้ข้อมูลเท็จต่อคณะกรรมาธิการ ให้กำชับส่วนราชการให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการฯ พ.ศ. 2568 และดำเนินการทางวินัยแก่ผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด
พร้อมกันนี้ยังเห็นชอบกับข้อเสนอของสำนักงาน ก.พ. ที่ให้ปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และไม่กลับมาปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยกำหนดให้เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ ทั้งนี้ ให้สำนักงาน ก.พ. นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป
นอกจากนี้ยังเห็นชอบร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในหลายประเด็น เช่น การกำหนดระยะเวลาในขั้นตอนก่อนการดำเนินการทางวินัยและระหว่างการดำเนินการทางวินัยทุกขั้นตอน การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสอบปากคำพยานและผู้ถูกกล่าวหาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น เป็นต้น และให้สำนักงาน ก.พ. นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป
มากไปกว่านั้นยังเห็นชอบหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแต่งตั้งตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าของส่วนราชการให้เหมาะสมและมีความสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ และบริบทของราชการในปัจจุบัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปลัด มท.' สั่งช่วยด่วน 6 เรื่อง ส่งอาหารถึงมือผู้ประสบภัยจนกว่าน้ำลด
'ปลัด มท.' สั่ง 'สถ.-พช.-โยธาฯ' ระดมรถสุขาเคลื่อนที่ รถประกอบอาหาร ช่วยผู้ประสบอุทกภัย พร้อมตั้ง 2 ผู้ตรวจ มท. เป็น Project Manager หนุน กทม. บรรเทาผลกระทบประชาชน
'ปกรณ์' ฉายภาพราชการยุคใหม่รวบหน่วยงานซ้ำซ้อนภูมิภาคขึ้นตรงผู้ว่าฯ ลดภาระงบฯ
“ปกรณ์”ย้ำ นโยบายรัฐ รวบหน่วยงานซ้ำซ้อนภูมิภาคขึ้นตรงผู้ว่าฯ ลดภาระงบฯภาครัฐ ด้านเลขาฯ ก.พ.ร. ขานรับ เร่งสร้างความเข้าใจ ขรก.
สาวให้ถึงตัวการใหญ่! 'โรม' งัด พรบ.อำนาจเรียก 'อนุทิน-นฤชา-อธิการบดี มศว' แจงโกงสอบท้องถิ่น
"โรม" ซัด "อนุทิน" เมินแจง กมธ.กฎหมาย ไม่ส่งผู้แทนให้ข้อมูลปมโกงสอบท้องถิ่นสักครั้ง เผย อธิการบดี มศว ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ บอก ’ทองเจือ‘ ไม่ได้คุยเรื่องจัดสอบ สงสัยคุยเรื่องอะไรกัน เผย พบหลักฐานโยงเส้นเงินกว่า 70 คน ชี้ อาจสูงถึงกว่าระดับสส.-รัฐมนตรี ดักคอ หากเบี้ยวอีกงัดกฎหมายจัดการ ตกใจ ป.ป.ช. เข้าไม่ถึงข้อมูลคณะทำงาน ‘รองปกรณ์’ ยังไม่คืบตรวจกระดาษคำตอบ อ้างไม่มีเงินเช่าเครื่องตรวจ
'ปกรณ์' เร่งปลดล็อกกฎหมายธุรกิจ นำผ่านสินค้า-ตู้คอนเทนเนอร์ คาดปั๊มรายได้ 1.5 หมื่นล้านต่อปี
"ปกรณ์" เร่งปลดล็อกกฎหมายธุรกิจ ดันกฎหมายกลาง แก้ปมนำผ่านสินค้า–ตู้คอนเทนเนอร์ คาดสร้างรายได้ 15,000 ล้านบาทต่อปี วางเกณฑ์เอกชนประเมินผลเศรษฐกิจก่อนเสนอแก้กฎหมาย
'ปกรณ์' ยันรัฐบาลออก พ.ร.ก.ยุบบอร์ดกสทช. ก่อนครบวาระได้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรีออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ยุบบอร์ด
มติ ป.ป.ช. ฟันอดีตเลขาฯ สกสค. รวยผิดปกติ 35.9 ล้าน ชงยึดทรัพย์-ไล่ออก
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสมศักดิ์ ตาไชย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. ร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 35,991,076.88 บาท

