
5 ก.ค.2569-วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง เจาะลึกมหากาพย์โกงสอบท้องถิ่น 68: เมื่อ “เทคโนโลยี” และ “ปากพยาน” กำลังขยี้เครือข่ายไอ้โม่ง เนื้อหาระบุว่า สถานการณ์การทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 เข้มข้นขึ้นจนถึงจุดเดือด! หลังจากที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) พบว่ามีการแก้ไขกระดาษคำตอบในระบบอย่างอุกอาจ และล่าสุดมีการเปิดเผยว่าขบวนการนี้ทำกันเป็นเครือข่ายใหญ่ระดับ “อาชญากรรมเชิงนโยบาย” ที่มีโควตาสินบนสูงถึง 9,000 ราย ล้นเกินกว่าอัตราตำแหน่งจริงเสียอีก!
1.ความลับของ Flash Drive และการ “ตัดตอน” ที่ไม่สำเร็จ
จากคำแถลงของ มศว และความเห็นเจาะลึกของ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่า ข้าราชการ สถ. 5 รายนี้ ไม่ใช่ “แพะ” แต่เป็น “ฟันเฟืองสำคัญ” ในระดับปฏิบัติการ ที่ถูกทิ้งไว้กลางทางเพื่อรับผิดชอบเพียงลำพัง
แฟลชไดรฟ์คะแนนดิบถูกนำมา “ดอง” ไว้ในความครอบครองของข้าราชการกลุ่มนี้เพื่อลักลอบแก้ไขไฟล์ Excel ก่อนส่งกลับไปประทับตราตบตา
การที่ข้าราชการระดับ ผอ.กอง หรือผู้เชี่ยวชาญ เข้าไปคลุกคลีกับกระบวนการแก้ไขคะแนนด้วยตัวเอง ยืนยันว่าพวกเขาคือผู้ปฏิบัติการที่รู้เห็นในกระบวนการทุจริตอย่างเต็มใจ แต่คำถามที่สังคมต้องตั้งต่อคือ “คนระดับนี้มีอำนาจตัดสินใจทำเรื่องอุกอาจขนาดนี้โดยไม่มีใบสั่งจากระดับบิ๊กกว่านั้นได้จริงหรือ?”
นี่คือกลยุทธ์การ “ตัดตอน” เพื่อไม่ให้ความผิดลามไปถึง “ตัวการใหญ่” หรือผู้มีอิทธิพลทางการเมืองที่อยู่เบื้องหลังโควตา 9,000 รายนั้นครับ
2. กับดัก “รายงานตัว 1 กรกฎาคม” ที่มหาดไทยพยายามเบรก
จุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าเสียดายที่สุดคือการที่บอร์ดกลางการสอบแข่งขันฯ (เสียงข้างมาก) “หักดิบ” มติของกระทรวงมหาดไทยที่ให้ชะลอการบรรจุ โดยดันทุรังให้มีการรายงานตัวในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
ความจริงปรากฏแล้วว่ามหาดไทยพยายาม “เบรก” (ตามบทความในเวทีนี้ที่เคยเตือนไป) แต่ฝ่ายผู้มีอำนาจในบอร์ดกลับเร่งให้บรรจุ เพื่อให้ “สินค้า” (ตำแหน่งงาน) ส่งถึงมือผู้จ่ายสินบนตามสัญญา
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ขบวนการรอด แต่กลับกลายเป็นการมัดตัวเองด้วย “กฎหมายปกครอง” เพราะทุกคนที่บรรจุไปแล้วและถูกตรวจพบว่าโกง จะต้องถูกลากตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ป.ป.ช. และวินัยร้ายแรง แม้จะชิงลาออกไปก่อน ก็หนีไม่พ้นคุกและโทษไล่ออกย้อนหลัง!
3. ยุทธศาสตร์ “ล้างบาง” ที่กำลังเดินหน้า (4-6 กรกฎาคม 2569)
ปัจจุบัน สถ. กำลังร่อนตะแกรงข้อมูลด้วย Digital Forensics เพื่อแยก “คะแนนจริง” ออกจาก “คะแนนงอก” ผลลัพธ์ใน 3 วันนี้ไม่ใช่แค่การหาคนโกง แต่คือการ “คัดกรองพยาน” 1)คัดคนโกง: ใช้ผลตรวจสอบทางดิจิทัลเป็นหลักฐานมัดตัว 2) กันพยาน (ทีเด็ด): ใช้มาตรการกันผู้สมัครที่จ่ายสินบนและนายหน้าไว้เป็นพยาน เพื่อสาวไส้ไปหา “ตัวการใหญ่” หรือ “ผู้บงการทางการเมือง” ที่อยู่เหนือกว่า สถ. 3) กรรมใครกรรมมัน: ปลัดมหาดไทยย้ำชัดว่า คณะกรรมการสอบวินัยชุดใหม่ที่กำลังแต่งตั้ง จะเอาผิดรายตัว ไม่มีการตัดตอน และไม่มียกเว้นแม้จะเป็นข้าราชการระดับสูง
บทสรุป: บทเรียนจากการ “ไม่ฟังเสียงเตือน”
เหตุการณ์นี้คือบทเรียนราคาแพงที่สุดของระบบราชการไทย การปล่อยให้ “โควตาซื้อตำแหน่ง” ขี่เหนือ “ระบบคุณธรรม” ในที่ประชุมบอร์ดกลางฯ ทำให้รัฐต้องมาตามล้างตามเช็ดและสูญเสียความเชื่อมั่นอย่างกู่ไม่กลับ
แต่ข่าวดีในเคราะห์ร้ายคือ “เทคโนโลยีไม่เคยโกหก” การนำหลักฐานดิจิทัลมาวางยันกับพยานบุคคลที่พร้อมจะซัดทอดเพื่อเอาตัวรอด คือจุดจบของเครือข่ายไอ้โม่งที่เคยคิดว่าตัวเองอยู่เหนือกฎหมาย
จากนี้ไปคือเวลาของ “ผู้มีอำนาจ” ที่แท้จริงในการแสดงความกล้าหาญ หากจะปฏิรูประบบสอบท้องถิ่นให้โปร่งใส งานนี้ต้องไม่จบแค่การ “เช็กบิลข้าราชการ 5 ราย” ที่เป็นฟันเฟืองระดับปฏิบัติการ แต่ต้องลากคอ “ตัวการใหญ่และเจ้าของโควตา” ที่สั่งการอยู่เบื้องหลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ถึงที่สุดครับ!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข้องใจ 'อนุทิน' นั่งมท.1 หลายสมัย ทำไมเพิ่งแอ็กชันลุยโกงสอบ
'ณัฐพงษ์' เหน็บ 'อนุทิน' นั่ง มท.1 มาหลายสมัยต้องรู้เรื่องโกงสอบ ทำไมไม่แอ็กชันตั้งแต่แรก ไม่ใช่พอมีข่าวถึงมาตามแก้ ชี้ไม่จริงใจแค่เช็ดล้างปัญหาภายในมากกว่า เชื่อความขัดแย้งเกิดจากสายสีน้ำเงินทั้งคู่
'อนุทิน' ฟังทางนี้! 5 สิ่งที่ควรทำ กับไม่ทำ 4 เรื่อง สางโกงสอบท้องถิ่น
ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรี “ควรทำ” และ “ไม่ควรทำ”
เหยื่อแจ้งจับ ติวเตอร์ดัง หลอกสอบบรรจุราชการ ผู้เสียหายร่วม 100 ราย สูญหลายล้าน
ผู้เสียหายหอบหลักฐานสลิปโอนเงิน รูปถ่ายขณะจ่ายเงินสด สัญญาเงินกู้ แชทสนทนา โร่แจ้งจับสถาบันติวเตอร์ดัง ที่บุรีรัมย์ หลอกเรียกรับเงินอ้างมีเส้นสาย ทั้งใช้เทคนิคกลโกงหลาย
'กลุ่มผู้สอบท้องถิ่น' ยื่นร้องทุกข์ หน่วยงานยังชะลอบรรจุข้าราชการ เหมารวมคนโกง-สุจริต
นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 และ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรัฐบาลรับหนังสือจากกลุ่มตัวแทนผู้เข้าสอบข้าราชการท้องถิ่นเพื่อขอความเป็นธรรม หลังได้รับผลกระทบจากการชะลอบรรจุราชการท้องถิ่นจากกรณีการทุจริตการจัดสอบที่เกิดขึ้น
อดีตผู้พิพากษาชำแหละปมไม่รับคำร้องคดี 'อนุทิน–พิพัฒน์' เพราะผู้ร้องไม่มีสิทธิ
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาเจาะลึกไม่ถอนประกัน 'ทนายตั้ม' แต่ดัดหลังด้วยเงื่อนไขเหล็ก!
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

