ครม. เคาะยกเว้นภาษี 'เงินชดเชยเยียวยา' เรือประมงออกนอกระบบได้รับเงินเต็มจำนวนใช้เป็นทุนอาชีพใหม่

แฟ้มภาพ

ครม. เห็นชอบยกเว้นภาษีเงินได้เงินชดเชยโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ ช่วยชาวประมงนำเงินเยียวยาไปประกอบอาชีพใหม่ได้เต็มจำนวน

27 กรกฎาคม 2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินชดเชยเยียวยาที่กรมประมงจ่ายให้แก่เจ้าของเรือประมงที่เข้าร่วม โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน ในปี พ.ศ. 2568 และปี พ.ศ. 2569 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อบรรเทาภาระภาษี เปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบนำเงินชดเชยไปใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพใหม่และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตได้อย่างเต็มที่

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ ซึ่งรัฐบาลดำเนินการเพื่อบริหารจัดการจำนวนเรือประมงให้สอดคล้องกับปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำ ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมงทะเล ลดความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากร และส่งเสริมการทำประมงอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพประมงที่ประสงค์เลิกประกอบกิจการให้สามารถปรับเปลี่ยนอาชีพได้

นางสาวลลิดา กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบระยะล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 โดยกำหนดกรอบงบประมาณสำหรับการจ่ายเงินชดเชยแก่เรือประมงจำนวน 923 ลำ วงเงินรวม 1,622.6053 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มที่แยกชิ้นส่วนหรือทำลายเรือ 877 ลำ ,กลุ่มที่นำเรือไปใช้ประโยชน์อื่น เช่น ร้านกาแฟ โรงแรม หรือห้องสมุด 1 ลำ และกลุ่มที่เปลี่ยนประเภทเรือเพื่อใช้ในกิจการอื่น 45 ลำ กรมประมงจะทยอยจ่ายเงินชดเชยเป็น 2 งวด ภายในปี 2568–2569

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้กำหนดให้ บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของเรือประมง ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินชดเชยเยียวยาที่ได้รับจากกรมประมง โดยไม่ต้องนำเงินดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้เมื่อสิ้นปีภาษี ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เดียวกับมาตรการที่รัฐบาลเคยดำเนินการในโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบระยะก่อนหน้า

“มาตรการนี้จะช่วยให้เจ้าของเรือประมงได้รับเงินชดเชยเต็มจำนวน สามารถนำเงินไปใช้เป็นทุนประกอบอาชีพใหม่ ดูแลครอบครัว บรรเทาภาระหนี้สิน และลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเรือที่ไม่สามารถประกอบกิจการประมงต่อได้ ถือเป็นการดูแลผู้ได้รับผลกระทบควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรประมงทะเลของประเทศอย่างสมดุล” นางสาวลลิดา กล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีประมาณ 167 ล้านบาท แบ่งเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 160 ล้านบาท และภาษีเงินได้นิติบุคคลประมาณ 7 ล้านบาท แต่จะช่วยลดภาระภาษีให้ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐโดยตรง และสนับสนุนให้สามารถปรับเปลี่ยนอาชีพและดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบในหลักการ พร้อมเสนอให้ติดตามและประเมินผลทั้งด้านการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและผลกระทบต่อชุมชนประมงอย่างต่อเนื่อง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม. เห็นชอบยกเว้นภาษีเงินได้ให้ 'ข้าราชการทหาร' เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับข้าราชการทหารที่เข้าร่วม โครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568–2570

ครม. เห็นชอบให้นำเงิน รฟม. ทดรองจ่ายค่างานโยธารถไฟฟ้าสายสีส้ม 9.4 พันล้าน

ครม.เห็นชอบให้นำเงินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ทดรองจ่าย รายการเงินสนับสนุนค่างานโยธา ตามสัญญาสัมปทานฯ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรม จำนวน 9,414,200,477.45 บาท

คนเลี้ยงนกเฮ! ครม. ปลดล็อก 'นกปรอดหัวโขน-นกกรงหัวจุก' พ้นบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ได้

ครม. อนุมัติหลักการถอด “นกปรอดหัวโขน–นกกรงหัวจุก” ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ พร้อมติดตามประชากรในธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

ครม.ให้ขรก.ทุกประเภท ร่วมอุปสมบท-บวชชีพรหมโพธิ ถวายพระราชกุศลพระพันปีหลวง 7-19 ส.ค.นี้ โดยไม่ถือเป็นวันลา

ครม.เห็นชอบให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาเข้าร่วมโครงการอุปสมบทบวชชีพรหมโพธิและปฏิบัติธรรม อุทิศถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ครม. เห็นชอบแผนพัฒนาประมงไทยทั้งระบบในระยะ 5 ปี

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบนโยบายและแผนบริหารจัดการการประมง พ.ศ. 2566-2570 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการและพัฒนาการประมงของประเทศในระยะ 5 ปี ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านทรัพยากร เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และกติกาการค้าระหว่างประเทศ พร้อมยกระดับการประมงไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

มรสุมถล่มอ่าวสัตหีบ คลื่นสูง 3 เมตร เรือประมงนับร้อยลำจอดหลบคลื่น

มรสุมพัดปกคลุมอ่าวสัตหีบต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ ทำให้ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ซัดแนวชายฝั่งอย่างรุนแรง ชาวประมงนับร้อยลำงดออกเรือ