'ดร.กนก' เสนอ ผู้ว่าฯชัชชาติ 3 มาตรการที่กรุงเทพฯปฏิบัติได้จริง เพื่อต่อลมหายใจผู้สูงวัย

1 ก.ค.2569- ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน อดีตรองประธานคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า

เรียน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (อาจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์)

ท่ามกลางความยินดีและเสียงเฉลิมฉลองให้กับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความสำเร็จในคูหาเลือกตั้ง หรือ เป็นเพียงก้าวต่อไปของตัวอาจารย์เองเท่านั้น แต่ประชาชนทุกคนต่างคาดหวังและส่งเสียงเรียกอย่างมีความหวังว่า "ขอให้ชัยชนะครั้งนี้ เป็นชัยชนะที่ส่งไปถึงผู้สูงอายุในเมืองใหญ่แห่งนี้ด้วย" เพราะในขณะที่เรากำลังก้าวสู่วาระใหม่ของการบริหารเมืองหลวง มีความจริงอันเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ตามตรอกซอกซอย—ความจริงที่ว่า “กรุงเทพฯ ได้กลายเป็นเมืองแสนสลดของผู้สูงวัย” อย่างสมบูรณ์แล้ว

ตัวเลขประชากรผู้สูงอายุร้อยละ 22-24 ทั่วกรุงเทพฯ อาจฟังดูเป็นเพียงสถิติ แต่ในเขตเมืองชั้นในอย่าง สัมพันธวงศ์ พระนคร และป้อมปราบศัตรูพ่าย ตัวเลขนั้นพุ่งทะยานไปถึงร้อยละ 28 ซึ่งเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) เรียบร้อยแล้ว และสิ่งที่น่าใจหายที่สุดคือ กว่าร้อยละ 40 ของผู้สูงอายุเหล่านี้ ตกอยู่ในสภาพ ‘ต้องพึ่งพิง’ หรือต้องมีผู้บริบาลช่วยดูแล

ภาพสะท้อนที่แท้จริงไม่ใช่ตัวเลขบนแผ่นกระดาษ แต่คือภาพของแววตาหม่นแสงในห้องเช่าราคาถูกขนาดรูหนู ที่ไม่มีแม้กระทั่งห้องน้ำส่วนตัว มีเพียงแสงสลัวจากไฟฟ้าดวงเดียวที่ส่องให้เห็นความอ้างว้าง พวกเขาไม่มีอาหารตกถึงท้องครบทุกมื้อ ไม่มีใครคอยพยุงไปหาหมอในยามที่ร่างกายโรยรา และถูกทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในเมืองใหญ่ที่พวกเขาเคยร่วมสร้างมากับมือ

ผมจึงใคร่ขอเสนอ 3 มาตรการที่กรุงเทพมหานครสามารถปฏิบัติได้จริงและต้องทำทันที เพื่อเปลี่ยนความไว้วางใจจากคะแนนเสียงท่วมท้น ให้กลายเป็นระบบต่อลมหายใจให้แก่ผู้สูงอายุกลุ่มนี้ครับ

3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อต่อลมหายใจผู้สูงวัยกลุ่มพึ่งพิง
1. ระบบ “ปิ่นโตชุมชน & ข้าวก้นบาตรเติมอิ่ม” (Mobile Care & Food Grid)
- กทม. สามารถร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชน ข้าราชการเกษียณ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ จัดตั้งระบบสวัสดิการอาหารส่งตรงถึงหน้าห้องเช่าของผู้สูงอายุที่ขาดแคลน ควบคู่ไปกับการยกระดับความร่วมมือกับวัดในพื้นที่ จัดระบบ “พระบริบาล-อาหารใจ” ชวนพระคุณเจ้าที่ออกบิณฑบาตในตอนเช้า แวะแบ่งปันอาหารถุงจากในบาตรส่งตรงถึงหน้าห้องเช่าในทุก ๆ วัน เพื่อประทับตราความมั่นคงทางอาหาร ให้ผู้เฒ่าผู้แก่มีข้าวกินอิ่มท้องและได้รับความเมตตาเยียวยาจิตใจ นอกจากนี้ กทม. ควรจัดจ้างเยาวชนในเขตเป็น "ผู้พยุงเดิน" เพื่อคอยแวะเวียนมาดูแล นำยารักษาโรคมาส่ง และพานั่งรถบริการของ กทม. ไปโรงพยาบาลตามนัด

2. กองทุนเร่งด่วน “ปรับปรุงห้องเช่า-ส้วม” ยกระดับสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน
- ในเมื่อผู้สูงอายุจำนวนมากอาศัยอยู่ในบ้านเช่าราคาถูกที่ไม่มีห้องน้ำ กทม. ต้องเป็นตัวกลางในการเจรจากับเจ้าของอาคารเช่า โดยใช้ "กองทุนพัฒนาชุมชน" หรือจับมือกับภาคเอกชน (CSR) เข้าไปปรับปรุงพื้นที่ทางกายภาพขั้นพื้นฐานทันที:
ติดตั้งสุขภัณฑ์แบบนั่งราบที่ปลอดภัย
เพิ่มไฟส่องสว่างระบบเซนเซอร์
ติดราวจับในจุดเสี่ยง
โดย กทม. อาจให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแก่เจ้าของบ้านเช่าเป็นการแลกเปลี่ยน เพื่อเปลี่ยน "ห้องเช่าซอมซ่อ" ให้เป็น "พื้นที่พำนักที่สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์"

3. ศูนย์บริบาลชุมชนชั่วคราว (Daycare & Respite Care Centers)
- ใช้พื้นที่โรงเรียนในสังกัด กทม. วัด หรือศูนย์เยาวชนที่ว่างอยู่ มาปรับปรุงเป็นศูนย์พักผ่อนและบริบาลผู้สูงอายุในเวลากลางวันในระดับแขวง/เขต เพื่อให้ผู้สูงอายุกลุ่มที่ยังพอขยับเขยื้อนได้มีสถานที่รับประทานอาหาร อาบน้ำ และทำกิจกรรมบำบัด โดยมีผู้บริบาล (Caregiver) ที่ กทม. จัดจ้าง คอยดูแลอย่างใกล้ชิด มาตรการนี้จะช่วยลดภาระของลูกหลานในวัยทำงาน และช่วยให้ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านเช่าคนเดียวได้มีสังคมและมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

ข้อความส่งท้ายถึง... ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

อาจารย์ครับ... ชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา จะสมบูรณ์และสง่างามที่สุด ก็ต่อเมื่อมันแผ่ความอบอุ่นไปถึงคนที่เปราะบางที่สุดในเมืองนี้ด้วย

เมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลย ตราบใดที่คนที่เคยลงแรงสร้างเมืองนี้ในอดีต กำลังนั่งรอความตายอย่างโดดเดี่ยวในห้องเช่ามืด ๆ หยาดเหงื่อของพวกเขาในวันวาน คือตึกสูงและถนนหนทางที่เราเดินกันอยู่ในวันนี้ ในวันที่พวกเขาเรี่ยวแรงหมดลง กรุงเทพมหานครต้องไม่มองว่าพวกเขาคือ ‘ภาระ’ แต่พวกเขาคือ ‘ผู้มีพระคุณ’

ขอให้อาจารย์ใช้พลังจากชัยชนะครั้งใหม่และหัวใจที่มุ่งมั่น ยื่นมือเข้าไปในห้องมืดดวงไฟดวงเดียวนั้น นำทั้งข้าวก้นบาตรประทังชีวิตและนโยบายที่กินได้ ไปบอกพวกเขาว่า... ชัยชนะของอาจารย์ในครั้งนี้ คือชัยชนะที่จะคืนชีวิต คืนรอยยิ้ม และคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับพวกเขาเช่นกันครับ

ผมเลือกอาจารย์เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วยความหวังว่าอาจารย์จะมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้สูงอายุที่ยากจนในกรุงเทพครับ

ขอบคุณครับอาจารย์
กนก วงษ์ตระหง่าน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลำบากก็ต้องมา! ผู้สูงอายุเหมารถมาธนาคาร ยืนยันตัวตน 'บัตรคนจนรอบใหม่' บางคนดีใจจนน้ำตาไหล

บรรยากาศการยืนยันตัวตนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน วันแรก เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เดินทางมาใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้า บางรายรวมกลุ่มกันเช่ารถพ่วงข้างและรถกระบะ หารค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินทางมายังธนาคาร เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือไม่สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง

ทุ่มบัตรทอง ปลูกถ่ายตับ เปลี่ยนหัวใจ

30 บาทเฮ! รัฐบาลเผยบอร์ด สปสช.ไฟเขียวเพิ่มอัตราจ่าย “ปลูกถ่ายตับ-เปลี่ยนหัวใจ” บัตรทอง เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย ระบุใช้งบประมาณประหยัดจากการปรับอัตราชดเชยค่ายากดภูมิ

ข่าวดี! บอร์ด สปสช. ไฟเขียวเพิ่มค่ารักษา 'ปลูกถ่ายตับ-เปลี่ยนหัวใจ' สิทธิบัตรทอง

รัฐบาลเผยบอร์ด สปสช. เห็นชอบเพิ่มอัตราจ่ายชดเชยบริการปลูกถ่ายตับและเปลี่ยนหัวใจในระบบบัตรทอง 30 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาโรคซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง

'ดร.กนก' ชี้วิกฤตผลกระทบจากสงคราม สร้างผู้นำได้ก็ทำลายผู้นำได้ คือสัจธรรมทางการเมือง

กนก วงษ์ตระหง่าน แนะการแก้ปัญหาในยามวิกฤต หัวใจ คือการวางผลประโยชน์ส่วนตนไว้ก่อน และใช้ผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลักยึดและเป้าหมาย

BEM-กทพ.เปิด'ฟุตบอลปันสุข สนุกรอบสายทาง' ใช้กีฬายกระดับคุณภาพชีวิต ไอดอลดึงเยาวชน

BEM ร่วมกับ กทพ. สานต่อความสำเร็จ โครงการ ‘ฟุตบอลปันสุข สนุกรอบสายทาง’ สู่ซีซัน 2 หลังการตอบรับที่ดีจากการจัดครั้งแรกในปีที่ผ่านมา ขยายมิติโครงการจากชุมชนและสุขภาพ สู่ด้านสิ่งแวดล้อม เน้นการส่งเสริมให้เยาวชนลงมือทำอย่างเข้าใจ พร้อมดึงไอดอลฟุตบอลชื่อดังสร้างแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดประสบการณ์ ขับเคลื่อนความหวัง เป้าหมาย และการฝึกฝนให้กับเยาวชนรุ่นใหม่อย่างเข้มข้น พิเศษในปีนี้กระตุ้นความสามัคคีด้วยการเปิดสนามให้ลงแข่งขันระหว่างทีมต่างๆ ปิดท้ายด้วยบิ๊กเซอร์ไพรส์ พาน้องๆ ชมการแข่งขันไทยลีกแบบติดขอบสนามรับประสบการณ์เต็มอิ่ม