
การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุไม่ใช่เพียงความเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากร แต่ยังเป็นความท้าทายต่อระบบสาธารณสุขและการกำหนดนโยบายของประเทศ การทำความเข้าใจสถานการณ์สุขภาพของผู้สูงอายุไทยจึงเป็นข้อมูลสำคัญในการเตรียมความพร้อมรับสังคมสูงวัย
ล่าสุด คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยผลสำรวจ “ถอดรหัสสุขภาพผู้สูงอายุไทย ข้อมูลเพื่ออนาคตสังคมสูงวัย” จากข้อมูลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 (NHES 7) พ.ศ. 2567-2568 ซึ่งชี้ว่า การทำงานและการมีส่วนร่วมทางสังคมเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดี พร้อมเสนอให้ภาครัฐปรับนิยามผู้สูงอายุจาก 60 ปี เป็น 65 ปี และเร่งกำหนดมาตรการรองรับเพื่อลดภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และภาวะสมองเสื่อมในอนาคต
โดยการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 (National Health Examination Survey: NHES 7) ซึ่งเป็นการสำรวจระดับประเทศที่ดำเนินการทุก 5 ปี และเป็นการสำรวจเพียงชุดเดียวของประเทศไทยที่เก็บข้อมูลทั้งการสัมภาษณ์ การตรวจร่างกาย และการตรวจเลือด ทำให้สามารถสะท้อนสถานการณ์สุขภาพของประชาชนได้อย่างครอบคลุม โดยการสำรวจครั้งที่ 7 เก็บข้อมูลประชาชนประมาณ 32,400 คนทั่วประเทศ และในส่วนของผู้สูงอายุ มีการเก็บข้อมูลจาก 20 จังหวัด จำนวนกว่า 8,800 คน ภายใต้ความร่วมมือของหลายหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ

รศ. พญ.เริงฤดี ปธานวนิช หัวหน้าโครงการสำรวจฯ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ประเด็นด้านผู้สูงอายุได้รับความสำคัญในเชิงนโยบายมากขึ้น ทั้งการพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ควบคู่กับการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงสามารถทำงานและมีบทบาททางเศรษฐกิจและสังคมต่อไป สะท้อนให้เห็นว่าแนวทางการดูแลผู้สูงอายุในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการดูแลผู้ป่วย แต่ยังให้ความสำคัญกับการเสริมศักยภาพและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ
รศ. พญ.เริงฤดี กล่าวต่อว่า สัดส่วนผู้สูงอายุไทยเพิ่มขึ้น 3 เท่าในช่วงเวลา 30 ปี จากสัดส่วนผู้สูงอายุของประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 8% เป็น 21% เกือบ 3 เท่า หรือประมาณ 14 ล้านคน ขณะที่สัดส่วนประชากรวัยเด็กลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างประชากรอย่างชัดเจน จากสังคมที่มีคนวัยแรงงานและเด็กเป็นประชากรส่วนใหญ่ สู่สังคมที่ผู้สูงอายุกลายเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศ
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน รศ. พญ.เริงฤดี กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปเร็วที่สุดเป็นอันดับ1 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าหลายประเทศ ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าในอนาคต ประชากรจำนวนมากของประเทศจะอยู่ในวัยสูงอายุ

อย่างไรก็ตาม รศ. พญ.เริงฤดี กล่าวว่า ผู้สูงอายุในปัจจุบันมีลักษณะแตกต่างจากภาพจำในอดีตอย่างมาก เช่น มีการศึกษาสูงขึ้น เข้าถึงอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีมากขึ้น ความเป็นอยู่เปลี่ยนจากครอบครัวขยาย เป็นอยู่กับคู่สมรสหรืออยู่คนเดียวเพิ่มขึ้น โดยพบผู้สูงอายุอยู่คนเดียว 1.4 ล้านคน (เป็นผู้สูงอายุหญิงถึง 1 ล้านคน) นอกจากนี้ยังพบอัตราการทำงานของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 1.5 เท่าในช่วงเวลา 20 ปี โดยปัจจุบันผู้สูงอายุ 52% ยังทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 60-65 ปีที่ยังทำงานอยู่ถึง 70% แต่ขณะเดียวกันยังมีความท้าทายด้านความเพียงพอของรายได้ ที่สัดส่วนของการมีรายได้เพียงพอลดลงจาก 69% เป็น 39% ระหว่างปี พ.ศ. 2547-2568 สอดคล้องกับแนวโน้มของหลายประเทศทั่วโลกที่ทยอยขยายอายุเกษียณ โดยกว่า 70% ของประเทศต่าง ๆ กำหนดอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี และมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 63 ปี
ด้านรายได้ผู้สูงอายุไทยยังคงพึ่งพารายได้จาก 3 แหล่งหลัก ได้แก่ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การสนับสนุนจากบุตรหลาน และรายได้จากการทำงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินความเพียงพอของรายได้ พบว่าผู้สูงอายุที่ระบุว่ารายได้ไม่เพียงพอมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ที่มีรายได้เพียงพอลดลง สะท้อนว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของผู้สูงอายุไทย

“สำหรับข้อเสนอให้ปรับแนวคิดและนโยบายด้านผู้สูงอายุให้สอดคล้องกับสังคมสูงวัย รศ. พญ.เริงฤดี กล่าวว่า เปลี่ยนมุมมองต่อการเป็นผู้สูงอายุ และพิจารณาปรับนิยามผู้สูงอายุจาก 60 ปี เป็น 65 ปีขึ้นไป เพื่อให้สอดรับกับนโยบายด้านการจ้างงาน การเกษียณอายุ และสวัสดิการ นอกจากนี้ ควรส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งช่วยส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต พร้อมเร่งป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงตั้งแต่วัยรุ่นและวัยทำงาน เพื่อลดภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในอนาคต ดังนั้น ควรให้น้ำหนักกับนโยบายเชิงป้องกันและการเสริมศักยภาพ มากกว่าการมุ่งดูแลเมื่อผู้สูงอายุเข้าสู่ภาวะเจ็บป่วยหรือพึ่งพิงแล้ว เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งพาตนเองได้นานที่สุด” รศ. พญ.เริงฤดี กล่าว
ผศ. พญ.ชโลบล เฉลิมศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้เปิดผลสำรวจ NHES 7 ซึ่งใช้แบบทดสอบ MoCA-B ร่วมกับการประเมินความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน พบว่า ผู้สูงอายุไทยร้อยละ 16.5 มีภาวะการรู้คิดหรือสมรรถภาพสมองถดถอย แบ่งเป็นเพศชายร้อยละ 18.7 และเพศหญิงร้อยละ 13.4 โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 3.7 มีความบกพร่องรุนแรงจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ยังพบว่าสมรรถภาพสมองมีความสัมพันธ์กับอายุ ระดับการศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจ การประกอบอาชีพ ภูมิลำเนา และโรคเรื้อรัง เช่น โรคไตเรื้อรังและโรคหลอดเลือดสมอง จึงควรเร่งคัดกรองภาวะสมองเสื่อม โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้ได้รับการดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ศ.นพ.วิชัย เอกพลากร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2547-2568) ผู้สูงอายุมีอัตราป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยโรคเบาหวานเพิ่มจาก 14.3% เป็น 20.8% ภาวะอ้วนจาก 24.6% เป็น 38.5% และความดันโลหิตสูงจาก 51.6% เป็น 62.9% ขณะที่ผู้ป่วยเบาหวาน 44.2% และผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 30.5% ยังควบคุมโรคไม่ได้ตามเกณฑ์ และผู้ที่เป็นทั้งเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้น 2 เท่า ทั้งนี้ พฤติกรรมเสี่ยงที่เกิดตั้งแต่วัยรุ่นและวัยทำงานเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดโรคในวัยสูงอายุ โดยการรับประทานธัญพืชเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงโรค NCDs ได้ 22-26% ขณะที่การบริโภคอาหารแปรรูปหรือเนื้อสัตว์เป็นประจำเพิ่มความเสี่ยงไขมันในเลือดสูง 17-50% และการมีกิจกรรมทางกายน้อยเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน 23%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เตือนภัยผู้สูงอายุ คนจีนทำเป็นญาติสนิทหิ้วโสมมาฝากก่อนสูญเงินหมื่น
เตือนภัยผู้สูงอายุ ถูกมิจฉาชีพคนจีนทำเป็นญาติคนสนิทหิ้วโสมมาฝากก่อนควักเงินกว่าหมื่นบาทให้ไป
'ดร.กนก' เสนอ ผู้ว่าฯชัชชาติ 3 มาตรการที่กรุงเทพฯปฏิบัติได้จริง เพื่อต่อลมหายใจผู้สูงวัย
ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน อดีตรองประธานคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า
เฮ! รบ. เปิดคอร์สฟรี สอนสร้างรายได้บน Shopee วัยเก๋าก็หาเงินได้
รองโฆษกรัฐบาล เผย รบ. เปิดคอร์สฟรี สอนสร้างรายได้บน Shopee ครบทุกขั้นตอน 60+ ก็ขายออนไลน์ได้
ลำบากก็ต้องมา! ผู้สูงอายุเหมารถมาธนาคาร ยืนยันตัวตน 'บัตรคนจนรอบใหม่' บางคนดีใจจนน้ำตาไหล
บรรยากาศการยืนยันตัวตนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน วันแรก เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เดินทางมาใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้า บางรายรวมกลุ่มกันเช่ารถพ่วงข้างและรถกระบะ หารค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินทางมายังธนาคาร เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือไม่สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง

