
4 ส.ค.2569-นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) และกล่าวหาว่ามีการนำงบประมาณด้านการรักษาพยาบาลไปใช้จัดกิจกรรมหรืออีเวนต์ ว่า รัฐบาลยินดีให้มีการตรวจสอบทุกขั้นตอน เพราะการใช้งบประมาณแผ่นดินต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่ขอให้การสื่อสารต่อสาธารณะอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศ
รองโฆษกฯ กล่าวว่า กรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณบัตรทองกว่า 60,000 ล้านบาทนั้นนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งคำถามขึ้นเพื่อให้เกิดการตรวจสอบและอธิบายโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณอย่างละเอียด ไม่ใช่การกล่าวหาว่าเงินสูญหายหรือมีการทุจริตแต่อย่างใด
“เมื่อได้รับคำชี้แจงจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ก็ยืนยันชัดเจนว่า เงินดังกล่าวไม่ได้หายไป แต่กระจายไปยังหน่วยบริการประเภทต่าง ๆ ทั้งโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลในสังกัดหน่วยงานอื่น โรงพยาบาลเอกชน กองทุนสุขภาพระดับพื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้น การตรวจสอบในครั้งนี้จึงเป็นการตรวจสอบเพื่อให้เห็นรายละเอียดของการจัดสรรงบประมาณ และเพิ่มความโปร่งใสของระบบ ไม่ใช่การกล่าวหาว่าเงินหาย” รองโฆษกฯกล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสั่งการเพิ่มเติม คือให้คณะอนุกรรมการด้านการเงินและการคลังของ สปสช. จัดทำข้อมูลเชิงลึกภายใน 7 วัน เพื่อให้เห็นรายละเอียดว่า งบประมาณแต่ละส่วนถูกจัดสรรไปยังหน่วยงานใด อยู่ภายใต้ฐานกฎหมายใด มีหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายอย่างไร และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการได้หรือไม่
ทั้งนี้รัฐบาลมองว่าการตั้งคำถามกับการใช้งบประมาณเป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่ต้องการให้ทุกบาททุกสตางค์เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ไม่ใช่การสร้างความขัดแย้งกับหน่วยงานใด แต่เป็นการยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารงบประมาณของประเทศ
สำหรับกรณีที่มีการกล่าวหาว่ามีการนำงบบัตรทองไปใช้จัดกิจกรรมหรืออีเวนต์นั้น รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เนื่องจากงบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นงบค่าบริการรักษาพยาบาล ซึ่งมีหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายและการใช้จ่ายที่ชัดเจน ไม่สามารถนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า งบที่ใช้ในการจัดกิจกรรมของโรงพยาบาล หากมีการดำเนินการจริง เป็นเงินบำรุงของโรงพยาบาลตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่งบค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนบัตรทอง และรัฐมนตรีเองก็ไม่มีอำนาจนำงบบัตรทองไปโอนหรือสั่งใช้เพื่อกิจกรรมอื่นตามที่มีการกล่าวอ้าง
นางสาวลลิดา กล่าวว่า หากผู้ใดมีข้อมูลหรือหลักฐานว่ามีการใช้งบประมาณไม่ถูกต้อง รัฐบาลพร้อมให้ทุกหน่วยงานที่มีอำนาจเข้าตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพราะรัฐบาลไม่มีนโยบายปกป้องผู้กระทำผิด และยืนยันว่าการจัดซื้อจัดจ้างทุกโครงการต้องเป็นไปตามกฎหมายและสามารถตรวจสอบได้
“รัฐบาลไม่เคยปฏิเสธการตรวจสอบ ตรงกันข้าม ยินดีให้ทุกหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบดำเนินการได้เต็มที่ แต่การกล่าวหาว่ามีการนำงบบัตรทองของประชาชนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ควรมีหลักฐานรองรับที่ชัดเจน เพราะอาจสร้างความเข้าใจผิดและกระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบหลักประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นระบบที่ประชาชนกว่า 47 ล้านคนใช้บริการอยู่” รองโฆษกฯกล่าว
รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า กระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างทบทวนแนวทางการจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้สอดคล้องกับภาระงานที่แท้จริงของหน่วยบริการ โดยเฉพาะโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่รับภาระดูแลประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ พร้อมทั้งศึกษาความเหมาะสมของการจัดสรรงบประมาณในแต่ละประเภท เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ และพร้อมปรับปรุงระบบการจัดสรรงบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ขอให้การอภิปรายหรือการวิพากษ์วิจารณ์อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพราะเป้าหมายของทุกฝ่ายควรเป็นการทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยเข้มแข็ง โปร่งใส และประชาชนได้รับบริการที่ดีที่สุด ไม่ใช่การสร้างความสับสนให้กับสังคม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลโต้ดราม่าพืชสวนโลกอุดรฯ เพิ่งรับไม้ต่อบริหารแค่ 5-6 เดือน ยันพร้อมแก้ปัญหาเต็มที่
รองโฆษกรัฐบาล แจงดราม่าพืชสวนโลกอุดรฯ ระบุรับไม้ต่อบริหารโครงการเพียง 5-6 เดือน พร้อมเร่งแก้ไขปัญหา ไม่ปัดความรับผิดชอบ
รัฐบาลคุมเข้มสกัดขยะพิษ 'สีเทา' ลักลอบเข้าไทย
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
รัฐบาลกระตุ้นท่องเที่ยววันธรรมดาเตรียมเปิด ‘100 เดียว เที่ยวทั่วไทย’
รัฐบาลกระตุ้นท่องเที่ยววันธรรมดา ททท. เตรียมเปิด “100 เดียว เที่ยวทั่วไทย” ดีลท่องเที่ยว 100 บาท รวม 8 รอบ เริ่ม 15 ธ.ค. นี้
รองโฆษกรัฐบาล โต้ 'ตรีรัตน์' กล่าวหาโครงการ 'โซลาร์ภาคประชาชน' เอื้อทุนใหญ่
รองโฆษกรัฐบาลโต้ “ตรีรัตน์” ปมโซลาร์ประชาชน ชี้อย่านำผู้ประกอบการบางรายไม่เข้าร่วมมาตัดสินว่าเอื้อทุนใหญ่ ย้ำรัฐต้องรักษาราคาคุ้มค่า–เปิดทางเลือกผู้ติดตั้ง กฟน. เสนอแพ็กเกจ 5 กิโลวัตต์ไม่เกิน 1.4 แสนบาท ดูแล 7 ปี แจง Bank Guarantee
เริ่ม 1 พ.ย. 'No ID, No Ads' โฆษณาออนไลน์ต้องยืนยันตัวตน
รัฐบาลย้ำมาตรการ 'No ID, No Ads' ครอบคลุมผู้ลงโฆษณาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงทุกแพลตฟอร์มที่เข้าเกณฑ์ ชูมาตรฐานเดียวกันแต่ยืดหยุ่นวิธีพิสูจน์ตัวตน พร้อมติดตามผลลดหลอกลวงประชาชน
เริ่ม 1 พ.ย.! ลงโฆษณาออนไลน์ต้องยืนยันตัวตน รัฐบาลคุมเข้มสกัดมิจฉาชีพ
รัฐบาลเดินหน้ามาตรการ 'No ID, No Ads' ตั้งแต่ 1 พ.ย. 69 บังคับแพลตฟอร์มออนไลน์ตรวจสอบตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนเผยแพร่

