รัฐบาลเดินหน้ามาตรการ 'No ID, No Ads' ตั้งแต่ 1 พ.ย. 69 บังคับแพลตฟอร์มออนไลน์ตรวจสอบตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนเผยแพร่ ครอบคลุมร้านค้าและเอเจนซีที่รับจ้างบูสต์โพสต์ กำหนดเก็บข้อมูลอย่างน้อย 90 วัน เตือนผู้ประกอบการเตรียมเอกสารให้พร้อม
24 ตุลาคม 2569 - น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมบังคับใช้มาตรการ 'No ID, No Ads' หรือ 'ไม่ยืนยันตัวตน ไม่สามารถลงโฆษณาได้' ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ต้องพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาก่อนเผยแพร่ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพใช้โฆษณาออนไลน์เป็นช่องทางหลอกลวงประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องเมื่อเกิดปัญหา
น.ส.ลลิดากล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้การกำกับดูแลของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะ Meta ซึ่งยืนยันความพร้อมในการดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ฉบับที่ 2
ทั้งนี้ Meta จะร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ประชาสัมพันธ์แนวทางปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เตรียมความพร้อมได้ทันกำหนด
สำหรับมาตรการดังกล่าว แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่โฆษณาในประเทศไทยและได้รับค่าบริการ ต้องตรวจสอบตัวตนผู้กระทำการโฆษณาตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ชำระค่าโฆษณาเท่านั้น แต่รวมถึงบุคคลที่มีบทบาทในการนำเสนอโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มด้วย
กรณีผู้ประกอบการว่าจ้างบริษัทโฆษณาหรือเอเจนซีให้ดำเนินการเผยแพร่และชำระค่าโฆษณาแทน บริษัทโฆษณาอาจเข้าข่ายเป็นทั้งผู้กระทำการโฆษณาและผู้ชำระค่าโฆษณา ขึ้นอยู่กับลักษณะการดำเนินงาน
แต่หากเจ้าของร้านค้าเป็นผู้โพสต์ข้อความหรือภาพสินค้าด้วยตนเอง แล้วว่าจ้างบุคคลอื่นให้ช่วยโปรโมตหรือบูสต์โพสต์ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา กรณีนี้อาจมีผู้กระทำการโฆษณามากกว่าหนึ่งราย ได้แก่ เจ้าของโพสต์และผู้รับจ้างบูสต์โพสต์ ซึ่งต้องดำเนินการยืนยันตัวตนตามข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม
ส่วนผู้ลงโฆษณาที่เป็นนิติบุคคล แพลตฟอร์มสามารถตรวจสอบตัวตนผู้ดำเนินการแทนบริษัท ควบคู่กับเอกสารแสดงสถานะนิติบุคคลและหลักฐานการมอบอำนาจ โดยวิธีพิสูจน์ตัวตนอาจใช้เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ หรือผ่านผู้ให้บริการยืนยันตัวตนดิจิทัลที่มีระดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า IAL2 ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องสแกนใบหน้าเหมือนกันทั้งหมด
น.ส.ลลิดากล่าวว่า ผู้ลงโฆษณาต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตนก่อนเผยแพร่โฆษณา แต่หากเคยยืนยันตัวตนตามเงื่อนไขไว้แล้ว และการตรวจสอบครั้งล่าสุดยังไม่เกิน 1 ปี สามารถใช้ข้อยกเว้นตามประกาศได้ โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทุกครั้งที่ลงโฆษณา
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มต้องจัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นสำหรับระบุตัวผู้กระทำการโฆษณาตั้งแต่เริ่มเผยแพร่ และเก็บรักษาไว้อย่างน้อย 90 วันหลังสิ้นสุดการใช้บริการโฆษณา โดยเริ่มนับจากวันถัดจากวันสุดท้ายที่โฆษณาปรากฏบนแพลตฟอร์ม รวมถึงข้อมูลผู้ชำระค่าโฆษณา หากเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำการโฆษณา
'รัฐบาลต้องการลดช่องว่างที่มิจฉาชีพใช้โฆษณาออนไลน์เป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชน การยืนยันตัวตนจะช่วยให้แพลตฟอร์มสามารถตรวจสอบและระบุผู้เกี่ยวข้องกับการโฆษณาได้มากขึ้น' น.ส.ลลิดากล่าว
อย่างไรก็ตาม รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเตือนว่า การผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาโฆษณาหรือสินค้านั้นได้รับการรับรองจากภาครัฐ ประชาชนยังต้องตรวจสอบข้อมูลผู้ขายและข้อเสนออย่างรอบคอบ โดยเฉพาะโฆษณาที่ชักชวนให้โอนเงินหรือเสนอผลตอบแทนสูงผิดปกติ
น.ส.ลลิดากล่าวว่า ขอให้ผู้ประกอบการ ร้านค้าออนไลน์ และบริษัทโฆษณาเร่งตรวจสอบสถานะบัญชีโฆษณาของตนเอง พร้อมเตรียมเอกสารยืนยันตัวตน หนังสือมอบอำนาจ และหลักฐานนิติบุคคลตามที่แพลตฟอร์มกำหนด โดยดำเนินการผ่านช่องทางทางการของผู้ให้บริการ เพื่อให้สามารถเผยแพร่โฆษณาและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องหลังวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถติดตามรายละเอียดและคำแนะนำเพิ่มเติมจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ETDA เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนมาตรการมีผลบังคับใช้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เตรียมใช้ 'เครดิตภาษี' แบบใหม่ ดึงดูดการลงทุน สอดรับ OECD
รัฐบาลเตรียมใช้เครดิตภาษีรูปแบบใหม่ดึงดูดการลงทุน เปิดทางนำเครดิตไปชำระภาษีและขอคืนส่วนที่เหลือเป็นเงินสดตามเงื่อนไข เชิญภาคธุรกิจร่วมเสนอความเห็นถึง 5 พ.ย.
รัฐโวยอดใช้จ่ายไทยช่วยไทย ทะลุ 2.68 หมื่นล้านบาท
รัฐบาล เผย ยอดใช้จ่าย “ไทยช่วยไทย พลัส” ทะลุ 2.68 หมื่นล้านบาท ประชาชนรับสิทธิ 26.74 ล้านราย ร้านค้าเข้าร่วมกว่า 1.19 ล้านราย
เปิดเงื่อนไขสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ผ่อนเริ่มต้นล้านละ 3,600 บาท
รัฐบาล แจ้ง เงื่อนไขสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS หลัง ธอส. เปิดรับกู้แล้ว ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.60% ผ่อนเริ่มต้นล้านละ 3,600 บาท
รองโฆษกรัฐบาลโต้ 'กรณ์' รัฐบาลตอบด้วยผลงาน ไม่ใช่คำพูด
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีราย
'เอกนิติ–วิทัย' เปิดเวทีหารือ IMF ถกหนี้ครัวเรือน ชู AI–การเงินดิจิทัล
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีส
รัฐบาลเร่งช่วยน้ำท่วม 3 จังหวัดภาคตะวันออก สุชาติ นำทีม ทส. ช่วยระบายน้ำ
รัฐบาลเร่งช่วยน้ำท่วม 3 จังหวัดภาคตะวันออก “สุชาติ” ระดม ทส.หนึ่งเดียว ส่งเรือ–เครื่องสูบน้ำ–กำลังเจ้าหน้าที่ เร่งระบายน้ำและช่วยประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

