อธิบดีกรมพินิจฯ ห่วงเด็กก่อคดีอายุน้อยลง ชี้เข้าถึงอาวุธปืนง่าย-ครอบครัวแตกแยก-ปัญหาสุขภาพจิตเป็นชนวนสำคัญ เผยสถิติ 5 ปี “คดียาเสพติด” ยังครองอันดับหนึ่ง ขณะที่คดีทำร้ายชีวิตและร่างกายพุ่งต่อเนื่อง สะท้อนแนวโน้มความรุนแรงในเยาวชนไทยน่าวิตก
7 สิงหาคม 2569 - นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลแก้ไขพฤตินิสัยเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาด ได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์นี้ ว่า สังคมในปัจจุบัน ปรากฏข่าวเด็กและเยาวชนก่อเหตุในคดีอาชญากรรม ซึ่งมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ระดับการก่อเหตุความรุนแรงในคดีกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากย้อนดูสถิติคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับคดีเด็กและเยาวชน จะพบว่า คดีที่มาเป็นอันดับ 1 ยังคงเป็นเรื่องของยาเสพติด แต่รองลงมาอันดับสาม คือ คดีที่เกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ซึ่งก็สัมพันธ์กับเรื่องอาวุธปืนทั้งสิ้น และต้องยอมรับว่าสังคมในปัจจุบันเด็กและเยาวชนกลับเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่ายมากขึ้น จึงกลายเป็นบ่อเกิดส่งผลกระทบต่อคดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายตามมาด้วย
ขณะที่อันดับของคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในเด็กและเยาวชน อยู่ที่อันดับ 4 ซึ่งหากมองย้อนขึ้นไปมันก็จะไปสัมพันธ์กับคดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย โดยอาวุธปืนที่ใช้ก็ยิ่งสร้างความรุนแรงได้มากยิ่งขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน และนอกจากนี้ ล่าสุดตนได้มอบหมายให้กองพัฒนาระบบสุขภาพเด็กและเยาวชน ซึ่งมีนักจิตวิทยา ได้ทำการประสานงานกับ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพื่อลงพื้นที่จุดเกิด และให้คำปรึกษาผู้ปกครองของผู้เสียหายทั้งหมด
นายโกมล เผยอีกว่า สำหรับ สาเหตุหรือต้นเหตุที่ทำให้เด็กและเยาวชนมีการกระทำความผิดในคดีอาญา ส่วนใหญ่เรามักพบว่า สาเหตุอันดับหนึ่งมาจากกรณีที่ครอบครัวแตกแยกหย่าร้าง รองลงมาคือมีความยากจน และรองลงมาคือ เด็กอยู่ในความดูแลของญาติ แทนผู้ปกครองพ่อแม่ ซึ่งก็อาจทำให้ไม่ได้รับความรักหรือความอบอุ่น ตามที่เด็กเห็นในสังคมทั่วไป อย่างไรก็ตาม เราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพจิตของเด็ก เพราะว่า ลักษณะนิสัย การแสดงออกของเด็ก การยับยั้งชั่งใจ ล้วนมาจากเรื่องภายในจิตใจทั้งสิ้น
หากผู้ปกครองเล็งเห็นว่าบุตรหลานของตนมีอาการผิดปกติ อย่าอายที่จะพาลูกหลานไปพบหมอจิตเวช เพราะการหาหมอ จะเป็นประตูด่านแรกในการตรวจสอบอาการทางจิตเวช และร่องรอยพฤติกรรมเสี่ยงได้ มีอาการเครียดวิตกกังวลหรือซึมเศร้าหรือไม่ ทั้งนี้ ควรยกระดับการเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่เสี่ยงกับเด็กด้วย เพราะเนื้อหาคอนเทนต์ทุกวันนี้ ค่อนข้างล่อแหลมและน่ากังวลอย่างมาก
สำหรับสถิติคดีอาญา 5 ปี ย้อนหลัง (2565-2569) ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.พ.69 พบว่า ในปี 2565 มีจำนวนเด็กที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จำนวน 12,202 ราย, ปี 2566 จำนวน 13,140 ราย, ปี 2567 จำนวน 14,737 ราย, ปี 2568 จำนวน 11,808 ราย, ปี 2569 จำนวน 1,550 ราย
เมื่อจำแนกตามเพศของเด็กและเยาวชน พบว่า ในปี 2565 มีจำนวน เด็กชาย 11,099 ราย เป็นเด็กหญิง จำนวน 1,103 ราย รวมจำนวน 12,202 ราย, ปี 2566 มีจำนวนเด็กชาย 11,963 ราย และเป็นเด็กหญิง จำนวน 1,177 ราย รวมจำนวน 13,140 ราย, ปี 2567 เป็นเด็กชายจำนวน 13,187 ราย เป็นเด็กหญิง 1,550 ราย รวมจำนวน 14,737 ราย, ปี 2568 มีจำนวนเด็กชาย 10,546 ราย เป็นเด็กหญิง 1,262 ราย รวมจำนวน 11,808 ราย และในปี 2569 มีจำนวนเด็กชาย 1,367 ราย เป็นเด็กหญิง 183 ราย รวมจำนวน 1,550 ราย แต่โดยรวมแล้วเด็กผู้ชาย ในหนึ่งปี เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณ 11,000 ถึง 15,000 ราย ซึ่งเด็กผู้หญิงจะมีจำนวนเฉลี่ยน้อยกว่าในทุกปี
นอกจากนี้ หากวิเคราะห์ดูจากตารางสถิติอายุขณะกระทำความผิดของเด็กและเยาวชน ในสถิติคดีอาญา 5 ปี ย้อนหลัง (2565-2569) เพื่อจำแนกตามช่วงอายุ ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.พ.69 พบว่า ในปี 2565 มีเด็กที่กระทำความผิดในช่วงอายุ 17 ปี จำนวน 4,454 ราย, ช่วงอายุ 16 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 3,481 ราย, ช่วงอายุ 15 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 2,346 ราย, ช่วงอายุ 14 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 1,095 ราย, ช่วงอายุ 13 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 594 ราย และช่วงอายุ 12 ปี มีการกระทำความผิดจำนวน 198 ราย รวมจำนวน 12,202 ราย
ในปี 2566 มีเด็กที่กระทำความผิดในช่วงอายุ 17 ปี จำนวน 4,293 ราย, ช่วงอายุ 16 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 3,611 ราย, ช่วงอายุ 15 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 2,606 ราย, ช่วงอายุ 14 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 1,563 ราย, ช่วงอายุ 13 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 805 ราย และช่วงอายุ 12 ปี มีการกระทำความผิดจำนวน 252 ราย รวมจำนวน 13,140 ราย
ในปี 2567 มีเด็กที่กระทำความผิดในช่วงอายุ 17 ปี จำนวน 4,803 ราย, ช่วงอายุ 16 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 4,014 ราย, ช่วงอายุ 15 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 2,911 ราย, ช่วงอายุ 14 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 1,892 ราย, ช่วงอายุ 13 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 841 ราย และช่วงอายุ 12 ปี มีการกระทำความผิดจำนวน 268 ราย รวมจำนวน 14,737 ราย (มากที่สุด จากสถิติ 5 ปี ย้อนหลัง)
ในปี 2568 มีเด็กที่กระทำความผิดในช่วงอายุ 17 ปี จำนวน 3,929 ราย, ช่วงอายุ 16 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 3,284 ราย, ช่วงอายุ 15 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 2,296 ราย, ช่วงอายุ 14 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 1,380 ราย, ช่วงอายุ 13 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 696 ราย และช่วงอายุ 12 ปี มีการกระทำความผิดจำนวน 209 ราย รวมจำนวน 11,808 ราย
ในปี 2569 มีเด็กที่กระทำความผิดในช่วงอายุ 17 ปี จำนวน 562 ราย, ช่วงอายุ 16 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 426 ราย, ช่วงอายุ 15 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 289 ราย, ช่วงอายุ 14 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 168 ราย, ช่วงอายุ 13 ปี มีการกระทำความผิด จำนวน 86 ราย และช่วงอายุ 12 ปี มีการกระทำความผิดจำนวน 19 ราย รวมจำนวน 1,550 ราย
ดังนั้น รวมจำนวนช่วงอายุของเด็ก 17 ปี พบการกระทำความผิดสูงเป็นอันดับหนึ่ง มีจำนวนทั้งสิ้น 18,041 ราย ส่วนอันดับที่สอง อยู่ในช่วงอายุของเด็ก 16 ปี มีจำนวนทั้งสิ้น 14,816 ราย และอันดับสาม อยู่ในช่วงอายุของเด็ก 15 ปี มีจำนวนทั้งสิ้น 10,448 ราย
ขณะที่ สถิติคดีอาญา 5 ปี ย้อนหลัง (2565-2569) เพื่อจำแนกตามฐานความผิดสูงสุด 5 อันดับแรก ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.พ.69 พบว่า ในปี 2565 มีคดีประมวลกฎหมายยาเสพติด เป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 4,399 คดี อันดับสอง คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ จำนวน 2,269 คดี อันดับสาม ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย จำนวน 2,009 คดี อันดับสี่ ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน จำนวน 1,137 คดี และอันดับห้า ความผิดเกี่ยวกับเพศ จำนวน 671 คดี
-ในปี 2566 มีคดีความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย จำนวน 3,338 คดี เป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับสอง เป็นคดีประมวลกฎหมายยาเสพติด จำนวน 3,061 คดี อันดับสามเป็นคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ จำนวน 2,720 คดี อันดับสี่ เป็นความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน จำนวน 1,685 คดี และอันดับห้า เป็นความผิดเกี่ยวกับเพศ จำนวน 879 คดี
-ในปี 2567 ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย จำนวน 3,861 คดี เป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับสองเป็นคดีประมวลกฎหมายยาเสพติด จำนวน 3,474 คดี และอันดับสามเป็นคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ จำนวน 3,129 คดี อันดับสี่เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน จำนวน 1,621 คดี และอันดับห้าความผิดเกี่ยวกับเพศ จำนวน 1,013 คดี
-ในปี 2568 มีคดีประมวลกฎหมายยาเสพติดเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 3,004 คดี อันดับสองเป็นคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ จำนวน 2,453 คดี อันดับสามเป็นความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย จำนวน 2,262 คดี อันดับสี่เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน จำนวน 1,263 คดี และอันดับห้าเป็นคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ จำนวน 757 คดี
-ในปี 2569 มีคดีประมวลกฎหมายยาเสพติดเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 393 คดี อันดับสองเป็นความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย จำนวน 357 คดี อันดับสามเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ จำนวน 220 คดี อันดับสี่เป็นความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนจำนวน 140 คดี และอันดับห้าเป็นความผิดเกี่ยวกับเพศ จำนวน 74 คดี จากสถิติข้างต้น จะพบว่าเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดในคดียาเสพติด มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 14,331 คดี มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดในคดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย มีจำนวนทั้งสิ้น 11,827 และรองลงมาคือเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ มีจำนวนทั้งสิ้น 10,791 คดี
สำหรับพฤติการณ์แห่งคดีที่มีความรุนแรงมากขึ้นมักจะพบเห็นได้จากข่าวที่เป็นที่สนใจของสังคม ซึ่งกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ได้เก็บข้อมูลคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนหรือสังคม และพบว่า ใน 3 ปีงบประมาณที่ผ่านมา ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566-2568 ปรากฏ 3 อันดับความผิดที่พบมากที่สุด ดังนี้
-ปี 2566 จำนวน 33 คดี ความผิดอันดับหนึ่ง คือ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย จำนวน 15 คดี เป็นเด็กและเยาวชน 29 ราย อันดับสอง คือ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 1 คดี เป็นเด็กและเยาวชน 2 ราย อันดับสาม คือ ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง จำนวน 1 คดี เป็นเด็กและเยาวชน 2 ราย
-ปี 2567 มีจำนวน 35 คดี อันดับหนึ่ง ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายจำนวน 17 คดี เป็นเด็กและเยาวชน 30 ราย อันดับสอง ความผิดเกี่ยวกับเพศ จำนวน 1 คดี เป็นเด็กและเยาวชน 4 ราย อันดับสาม ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม จำนวน 1 คดี เป็นเด็กและเยาวชน 1 ราย
-ปี 2568 จำนวน 48 คดี อันดับหนึ่ง ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย 15 คดี เป็นเด็กและเยาวชน 29 ราย อันดับสอง ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 11 คดี เป็นเด็กเยาวชน 12 รายอันดับสาม ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง จำนวน 2 คดี เป็นเด็กเยาวชน 3 ราย ฉะนั้น จะพบว่าความผิดที่พบมากที่สุดอันดับหนึ่งของทุกปี คือ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย โดยมีลักษณะการก่อเหตุที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการแก้แค้น บันดาลโทสะ การทะเลาะวิวาทเฉพาะ เป็นเหตุให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ความตาย
ส่วนกรณีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มักเป็นในลักษณะรับขน จำหน่าย นำขบวนรถขนยาเสพติดปริมาณมาก ส่วนลักษณะความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง เป็นความผิดที่เกี่ยวพันกับความผิดเกี่ยวกับเพศ โดยเป็นลักษณะภาพผู้เสียหายไปจากความปกครองดูแลของผู้ปกครอง (ไม่ขออนุญาตรื้อขออนุญาตแต่ไม่พาส่งกลับกลับบ้านตามที่แจ้ง) และกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เช่น ห้องพักโรงแรมหรือรีสอร์ท บ้านพักของเด็กหรือเยาวชน เป็นต้น และมีการกระทำชำเราผู้เสียหาย
ส่วนความผิดเกี่ยวกับเพศ จะเป็นลักษณะการกระทำชำเราผู้เสียหายหลังจากที่พาผู้เสียหายไปท่องเที่ยวในยามวิกาล โดยอาจร่วมกันกระทำชำเราในลักษณะโทรม หรือเป็นการข่มขืนกระทำชำเราแต่เพียงผู้เดียว ส่วนพวกเป็นคนดูต้นทางหรือออกไปทำกิจกรรมอื่นภายนอก เช่น สูบบุหรี่ กัญชา เล่นเกมโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ขณะที่ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม เป็นการกระทำซ่อนเร้น ยักย้าย อำพรางศพของผู้เสียหายโดยร่วมกับญาติที่ก่อเหตุในความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตะลึง! ค้นบ้านมือยิง รร.เทพศิรินทร์ พบใช้ปืนปู่ก่อเหตุ-คอมฯ ซุก 5 คลิปกราดยิง
ตำรวจตรวจบ้านนักเรียน ม.3 ผู้ก่อเหตุยิง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี พบปู่-ย่าเสียชีวิต แนวทางสืบสวนระบุใช้ปืน 9 มม.ของปู่ก่อเหตุก่อนเดินทางไปโรงเรียน
วิกฤต 9 ราย! สธ. อัปเดตอาการผู้บาดเจ็บเหตุกราดยิงในโรงเรียน
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีเหตุความรุนแรงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ว่า ตนได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และได้มอบหมายให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขพื้นที่โดยรอบให้การดูแลผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด โดยเน้นย้ำให้ติดตามอาการผู้ป่วยอาการหนักอย่างใกล้ชิด
รัฐบาลเคาะเงินเยียวยาเหตุกราดยิงโรงเรียน เสียชีวิต 1 ล้านบาท
นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย กรณีเหตุการณ์ยิงครูและนักเรียนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เพื่อพิจารณาเงินเยียวยาช่วยเหลือ โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รายงานถึงสถานะเงินช่วยเหลือของกองทุน ขณะนี้เหลืออยู่ที่ 254 ล้านบาท
มือยิงพารากอนประพฤติดี ลุ้นพ้นควบคุมปี 70 กรมพินิจฯ ชี้ต้องให้ศาลตัดสิน
กรมพินิจฯ เผยความคืบหน้าเด็กชายวัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุยิงในห้างพารากอน ถูกควบคุมดูแลมาแล้ว 2 ปี พบประพฤติดี ไม่มีความเสี่ยงน่ากังวล รับการรักษาจิตเวชต่
'ยศชนัน' ขอความร่วมมืองดแชร์ภาพเหตุกราดยิง เป็นเรื่องสะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ติดตามเหตุยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ จังหวัดนนทบุรีว่า ตอนนี้มีประเด็นที่ต้องสื่อสารเร่งด่วน คือไม่อยากให้มีการเผยแพร่ภาพในเหตุการณ์ เนื่องจากเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน และอยากให้ทุกคนฟังข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก
เช็กจุดรับบริจาคโลหิต! สภากาชาดไทย เผยจ่ายเลือดรักษาผู้บาดเจ็บเหตุกราดยิงแล้ว 148 ยูนิต
ขณะนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้ดำเนินการจ่ายโลหิตให้กับโรงพยาบาล 3 แห่ง ที่ทำการรักษาผู้บาดเจ็บ จำนวนรวม 148 ยูนิต ดังนี้ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จำนวน 57 ยูนิต โรงพยาบาลบางใหญ่ จำนวน 41 ยูนิต โรงพยาบาลบางบัวทอง จำนวน 50 ยูนิต

