
“อนุทิน” ยันประกาศสงครามกับปืน ย้ำไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐพกปืนนอกเคหสถานมีโทษอุกฉกรรจ์ ปัดตกข้อเสนอครูพกปืนป้องกันตัว เหตุไม่ใช่เจ้าพนักงาน ลั่นปืนถูกขโมยไปก่อเหตุ เจ้าของเป็นผู้ต้องหาร่วม ส่วนปืนเถื่อนต้องยึดหมด “นิติเวช” เริ่มชันสูตรพลิกศพร่างคุณครูทั้ง 5-ด.ช.วัย 14 คนก่อเหตุ-ศพปู่ย่าของ ด.ช. ขณะที่ “กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ-สำนักงานยุติธรรมนนทบุรี” ยันเร่งเยียวยาเหยื่อเสียชีวิตรายละ 3 แสน ย้ำ “ด.ช.ผู้ก่อเหตุ” ไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับเงิน
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ช่วงค่ำวันที่ 7 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังลงพื้นที่ดูจุดเกิดเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ว่าจากเหตุการณ์นี้เราคงต้องเน้นในเรื่องของอาวุธปืน โดยตนได้คุยกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แล้วว่าจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย แม้กระทั่งการออกกฎหมายในเรื่องของการควบคุมอาวุธปืนต้องให้เข้มข้นมากกว่านี้ ซึ่งจนถึงขณะนี้ตนก็ยังย้ำเหมือนเดิม โดยให้เน้นเรื่องการตั้งด่านตรวจตรา หรือถ้าเราไปพบว่ามีการพกอาวุธปืนเข้าไปในที่สาธารณะที่ใดก็ตาม พกอยู่ในรถหรือออกนอกเคหสถาน โดยไม่มีภารกิจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับทางราชการก็ถือว่าผิดกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดีข้อหาที่อุกฉกรรจ์ได้เลย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสนามยิงปืน รัฐบาลต้องป้องกันอย่างไรก่อนหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า สนามยิงปืนเขามีกฎระเบียบอยู่แล้ว ซึ่งอยู่ภายใต้กรมการปกครองของจังหวัด ถ้าขอให้ไปฝึกซ้อมที่สนามยิงปืน ปืนทุกกระบอก ลูกปืนทั้งหมดมีการลงทะเบียน มีการฝากไว้ที่สนามยิงปืน ลูกปืนที่ซื้อเพื่อซ้อมก็ซื้อที่สนามยิงปืน มันก็จะควบคุมได้ ซึ่งระเบียบเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นไม่มีปัญหา ถ้าอยากจะไปใช้ฝึกไปซ้อม ไปฝึกทักษะการยิงปืน ก็สามารถไปซ้อมที่สนามยิงปืน แต่อย่าออกนอกบ้านหรือพกติดตัวไป เพื่อให้เกิดความอุ่นใจว่ามีอาวุธประจำกายอยู่ ใครเกิดมีเรื่องมีราวขึ้นมา ถ้านำปืนนี้ไปใช้เพื่อไปแก้ปัญหาก็จะถูกดำเนินคดีที่รุนแรงมาก
เมื่อถามว่า มีคนเสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ครูพกปืนไว้ป้องกันตัว นายกฯ แจงว่า ก็บอกแล้วว่าไม่ให้มีอาวุธปืน จะไปให้ครูพกปืนได้อย่างไร และครูไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน
ซักว่า กรณีที่ครอบครองปืนเถื่อนหรือปืนที่ไม่ถูกต้อง จะมีการฟื้นโครงการที่นำปืนเหล่านั้นมาคืนเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่มีความผิดเหมือนในอดีตหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ปืนเถื่อนก็จะต้องยึดหมด ไม่มีหรอกปืนเถื่อนที่ถูกต้อง มันไม่มี ตราบใดที่ตนเป็นรัฐบาลอยู่ ถ้าใครครอบครองปืนเถื่อน ถ้าถูกจับได้หรือถ้าไปทำผิดคดีอื่นขึ้นมา แล้วมีการไปตรวจค้นบ้านขึ้นมา เกิดพบอาวุธปืนเถื่อนก็เข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็ต้องมีการเพิ่มข้อหา เพิ่มกระทง มันไม่คุ้มหรอกครับ ส่วนจะทำอย่างไรกับปืน ก็ต้องเอามาคืนกรมการปกครอง ให้อำเภอหรือให้สถานีตำรวจทำบันทึกเอาไว้ เพราะปืนเถื่อนเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายโดยธรรมชาติของมันเองอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีน้องที่ก่อเหตุถูกบูลลีในภาพกว้าง เราจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร เพราะอาจจะไม่ได้โดนแค่น้องคนนี้คนเดียว ในอนาคตอาจจะมีเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นอีกที่มีสาเหตุจากการถูกบูลลี นายกฯ กล่าวว่า รอให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้ได้เรียบร้อยก่อน ตอนนี้อย่าไปคาดเดา ปล่อยให้คนมีหน้าที่เขาดำเนินการ คนที่ไม่มีหน้าที่อย่าเพิ่งไปตั้งข้อสงสัยต่างๆ ขึ้นมาให้เป็นที่กังวลของสังคม
ซักว่า ตอนนี้กรมการปกครองกำลังคุยกันเรื่องที่จะปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย แนวทางระยะยาวจะเป็นอย่างไร นายอนุทินเผยว่า ไม่ใช่กรมการปกครองอย่างเดียว ทางตำรวจและผู้ที่เป็นเจ้าพนักงานก็ได้รับข้อสั่งการและนโยบายให้มีการตรวจตราอย่างเต็มที่
เจ้าของปืนต้องรับผิดชอบ
เมื่อถามว่า บางบ้านที่มีปืนอยู่แต่ไม่ได้นำออกมาใช้ ต้องกำชับอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ถึงอย่างไรก็ต้องมีทะเบียนก่อนและต้องไม่ให้เด็กเข้าถึง ต้องเก็บไว้อย่างมิดชิด
“แน่นอน ปืนถ้าเป็นทะเบียนของใคร ต่อให้ไม่ใช่เด็กแล้วถูกนำไปใช้ในการทำผิดกฎหมาย หรือไปยิงใคร ทำร้ายใคร เจ้าของปืนก็รับเต็มๆ อย่ามาบอกว่าเก็บเอาไว้แล้วเขามาขโมยออกไป หรืออะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ถ้ามีใครเคลื่อนย้ายออกไปจากที่ตัวเองเก็บ ก็ต้องรีบไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ให้เรียบร้อย ถ้าปืนเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือใครและเขาไปทำให้เกิดเหตุการณ์ เจ้าของปืนต้องถูกดำเนินคดีด้วย เป็นผู้ต้องหาร่วมอย่างแน่นอน”
นายกฯ ยังกล่าวว่า เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นซ้ำๆ เพราะฉะนั้นรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะตั้งข้อหาที่ร้ายแรงและดำเนินคดี และจะขอความร่วมมือไปยังอัยการและศาล เพื่อขอให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่กับคนที่ไม่เชื่อฟัง ไม่เคารพกฎหมายที่เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน
เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้รับรายงานอาการผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ผู้บาดเจ็บทุกคนได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ กระทรวงสาธารณสุขและผู้ที่เกี่ยวข้องให้การดูแลอย่างเต็มที่ แต่ก็มีเคสสีแดงอยู่ 1-2 ราย
ครอบครัวรับศพ
ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ญาติและครอบครัวเดินทางเข้ารับศพทั้ง 8 ร่าง โดยครอบครัวแรกที่มาถึงคือ ครอบครัวของนายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง 1 (กลุ่มบริหารงานบุคคลและกลุ่มงานกิจการนักเรียน) รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นำโดยภรรยาและบุตรชาย โดยภรรยาได้สวมแว่นตากันแดดสีดำ พร้อมนำกรอบรูปภาพของสามีมารอรับร่าง สีหน้าไม่สู้ดี น้ำตาคลอตลอดเวลา พร้อมระบุสั้น ๆ กับสื่อมวลชนว่า ตนยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ใดๆ เพราะยังรู้สึกไม่ไหวจริงๆ
นอกจากนี้ ยังมีครอบครัวของ น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นำโดยคุณพ่อคุณแม่ และสามีของ น.ส.ประภาพร พร้อมเพื่อน ได้เดินทางมารับร่างของ น.ส.ประภาพร ซึ่งเพื่อนของ น.ส.ประภาพรได้ดำเนินการกรอกเอกสารคำขอรับการเยียวยาช่วยเหลือ พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) และยังมีคุณพ่อคุณแม่ของ น.ส.ทิวาพร วานิช หรือครูหมวย ครูประจำวิชาแนะแนว โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เดินทางมารับร่างบุตรสาว พร้อมกรอกเอกสารขอรับคำขอช่วยเหลือเยียวยาเช่นเดียวกัน
โดยในบางช่วงบางตอนระหว่างเตรียมกรอกเอกสาร เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้แจ้งว่า เงินค่าตอบแทนตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนฯ กรณีเสียชีวิต จะอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาท ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯ จะต้องนำเอาเอกสารคำร้องขอของญาติทุกคนเข้าสู่การประชุมของคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จําเลยในคดีอาญาฯ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อกรรมการจะมีมติในการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาสำหรับผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
3 แสนแลกชีวิตลูกคืน
ระหว่างนั้น ปรากฏว่าคุณพ่อของครูหมวยได้พูดขึ้นมาด้วยเสียงสั่นเครือ และมีน้ำตาคลอว่า “ให้เอาไหม 300,000 แลกกับชีวิตลูกผมคืน“ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้พยายามชี้แจงว่า เราเข้าใจความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัวทุกท่าน แต่สิ่งที่เราจะช่วยลดภาระทางครอบครัวหลังต้องสูญเสียได้ ก็คือค่าตอบแทนผู้เสียหายตามกฎหมาย ซึ่งก็เป็นคำขอโทษจากรัฐ จากเหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นนี้ อย่างไรก็ตาม คุณพ่อและคุณแม่ของครูหมวยต่างเกาะกุมมือกันแน่นด้วยความเศร้าเสียใจที่สุด โดยเฉพาะคุณพ่อที่ร้องไห้ปนเสียงสะอื้นตลอดเวลา
โดยเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดเผยแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จ.นนทบุรี ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) ว่า กรณีเสียชีวิตจะได้รับเงินค่าตอบแทนรายละ 300,000 บาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจะพิจารณาตามค่าใช้จ่ายจากการรักษาจริง แบ่งเป็นกรณีบาดเจ็บเล็กน้อยและรักษาหายภายใน 7 วัน จะได้รับค่าตอบแทน 10,000 บาท ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลจะจ่ายตามจริงตามใบเสร็จ
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการเยียวยาด้านจิตใจสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ โดยผู้ประสบเหตุที่มีอาการด้านจิตใจจะต้องเข้ารับการรักษา และมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าเกิดจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงจะสามารถขอรับค่าตอบแทนและค่ารักษาพยาบาลในส่วนนี้ได้
ขณะที่ค่าชดเชยกรณีขาดรายได้ จะพิจารณาเฉพาะผู้ที่มีอาชีพรับจ้าง ขณะที่นักเรียนซึ่งยังไม่มีอาชีพจะไม่อยู่ในส่วนดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายที่อยู่ในกระบวนการเยียวยา 31 เคส ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ
เด็ก 14 ไม่ได้รับเงินเยียวยา
ทั้งนี้ สำหรับเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย เจ้าหน้าที่ระบุว่า จะเร่งนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการประจำจังหวัดนนทบุรีภายในสัปดาห์นี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติ ก่อนเร่งจ่ายเงินโดยเร็วที่สุด โดยคาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์หลังได้รับอนุมัติ
ส่วนวิธีการจ่ายเงินอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะโอนเข้าบัญชี หรือมอบให้ครอบครัวโดยตรง พร้อมย้ำว่าเงิน 300,000 บาทเป็นการเยียวยาตาม พ.ร.บ.ของกระทรวงยุติธรรมเท่านั้น ยังไม่รวมเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐอื่น ขณะเดียวกันผู้ก่อเหตุ (ด.ช.วัย 14 ปี) จะไม่ได้รับเงินเยียวยาตามกฎหมายฉบับนี้ ส่วนปู่และย่าของผู้ก่อเหตุ ครอบครัวยังคงสามารถได้รับการเยียวยาในฐานะทายาท
สำหรับรายชื่อคุณครูผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง 1 (กลุ่มบริหารงานบุคคลและกลุ่มงานกิจการนักเรียน) รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี 2.น.ส.สายฝน ศิริกิจจาขจร เจ้าหน้าที่ธุรการ และเป็นเลขานุการหน้าห้องผู้บริหาร 3.น.ส.ทิวาพร วานิช หรือครูหมวย ครูประจำวิชาแนะแนว โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี 4.น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ตำแหน่งครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และ 5.ว่าที่ร้อยตรีหญิง นันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง หรือครูขนุน ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย ครอบครัวได้ประสานไปยังมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเพื่อนำส่งร่างกลับไปบำเพ็ญกุศล ดังนี้ 1. นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง 1 (กลุ่มบริหารงานบุคคลและกลุ่มงานกิจการนักเรียน) รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นำส่งที่บ้านที่ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ 2.น.ส.ทิวาพร วานิช ครูประจำวิชาแนะแนวหรือครูหมวย ครอบครัวจะนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดโตนด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3.น.ส.สายฝน ศิริกิจจาขจร เจ้าหน้าที่ธุรการ และเป็นเลขานุการหน้าห้องผู้บริหาร นำส่งวัดสุวรรณ คลองสาน กรุงเทพฯ
4.ว่าที่ร้อยตรีหญิง นันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง หรือครูขนุน ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย นำส่งวัดโบสถ์บน จังหวัดนนทบุรี 5.น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ นำส่งวัดบางอ้อยช้าง จังหวัดนนทบุรี 6.นายสมจิตต์ อายุ 73 ปี (ปู่) 7.นางพรทิพย์ อายุ 68 ปี (ย่า) 8.เด็กชายวัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘โกงสอบอปท.’ สาวถึงตัวใหญ่
โฆษกรัฐบาลแจงคดีทุจริตสอบ อปท. ไม่จบแค่ถอดถอนผู้สอบ เดินหน้าสาวถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด คืนความเป็นธรรมแก่ผู้สอบแข่งขันโดยสุจริต และเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการสอบเข้ารับราชการทุกระดับ
ลุ้น ‘ไทยพลัสเฟส2’
"เอกนิติ" ชี้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. 2 แสนล้านหลัง ใช้เปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นหลัก ทั้งอุดหนุนติดแผงโซลาร์-เปลี่ยนผ่านรถโดยสารเป็น EV ส่วนเงินกู้ 2 แสนล้านแรกเหลือ 4 หมื่นล้าน พร้อมให้ใช้กับไทยเที่ยวไทยพลัส ส่วนไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 รอประเมินความเหมาะสม นายกฯ เผยจะพยายาม
‘หมอสรณ’กินแห้ว! ศาลปค.ไม่รับฟ้อง
“หมอสรณ” แห้ว! ศาลปกครองกลางไม่รับวินิจฉัย ปมขอเพิกถอนมติคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ฟันพ้นตำแหน่ง เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น
วธ.เตรียมพร้อม พิธีการศพในพระบรมราชานุเคราะห์ เหตุยิงในโรงเรียน
วธ.เตรียมความพร้อมด้านพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่าง ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และสมพระเกียรติอย่างที่สุดให้เรียบร้อย
ในหลวง ทรงรับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุกราดยิงในโรงเรียน ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระมหากรุณา ทรงรับศพผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดจากเหตุการณ์กราดยิงในพื้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์
มท. สั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศ ยกระดับ 4 มาตรการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนภายในสถานศึกษาพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้สั่งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาวุธปืน เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก

