ตชด. แจงปมค้างจ่ายเบี้ยเลี้ยงกำลังพลชายแดนไทย-กัมพูชา ทำเรื่องของบแล้วยังอยู่ระหว่างพิจารณา

บช.ตชด. ชี้แจงปมค้างจ่ายเบี้ยเลี้ยง 5 เดือนตั้งแต่ มี.ค.-ก.ค.69 ให้แก่กำลังพล ตชด.ภาค 1 ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เผยทำเรื่องขอรับการสนับสนุนงบกลางไปยังนายกฯและสำนักงบประมาณแล้วยังอยู่ระหว่างการพิจารณา 

13 สิงหาคม 2569 - จากกรณีโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุถึงกรณีร้องเรียนของกำลังพลตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาจากการถูกค้างเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายวันละ 240 บาทตั้งแต่เดือน มีนาคม จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลานานถึง 5 เดือนเต็ม และได้รับคำชี้แจงจากต้นสังกัดว่า รัฐบาลยังไม่อนุมัติงบประมาณ นั้น

กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) ขอเรียนว่ากรณีข่าวร้องเรียนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ค่าเบี้ยเลี้ยง) ของกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจเฝ้าระวังการรุกล้ำอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ยืนยัน มิได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของกำลังพล และได้ดำเนินการด้านงบประมาณตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ( 1 ต.ค.68 ) เป็นต้นมา

กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้รับการจัดสรรงบประมาณในภารกิจเฝ้าระวังการรุกล้ำอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา จาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ห้วง เดือน ตุลาคม 2568 – เมษายน 2569 ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 4 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 – 3 (ห้วง ตุลาคม 2568 - กุมภาพันธ์ 2569)ได้ดำเนินการเบิกจ่ายเรียบร้อยแล้ว

ส่วนในห้วงที่ 4 ห้วงเดือนมีนาคม - เมษายน 2569 บช.ตชด.โอนจัดสรรให้กับหน่วยต้นสังกัดเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างหน่วยต้นสังกัด ดำเนินการเบิกจ่ายให้กับกำลังพล

สำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ( ค่าเบี้ยเลี้ยง ) ห้วง พฤษภาคม - กรกฏาคม 2569 นั้น กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียบร้อยแล้วและได้รับการประสานจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่าได้ขอรับการสนับสนุบงบกลาง เพื่อขอรับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีและได้ประสานการขอรับการสนับสนุนดังกล่าวไปยังสำนักงบประมาณแล้วอยู่ระหว่างการพิจารณา

เพื่อสิทธิประโยชน์ของกำลังพล ผู้บังคับบัญชาของ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ให้ความสำคัญเกี่ยวกับสิทธิ์และสวัสดิการของกำลังพล โดย พล.ต.ท. รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจ
ตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) ได้สั่งการให้ทุกหน่วย ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวตามระเบียบที่เกี่ยวข้องด้วยความโปร่งใสยึดสิทธิของกำลังคนที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นสำคัญ และได้กำชับให้หน่วยสื่อสารชี้แจงข้อมูลให้กับกำลังพลโดยละเอียดและชัดเจน มีช่องทางการติดต่อสอบถามกรณีมีข้อสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กลาโหม' กำหนด 5 สี ประเมินความเสี่ยงชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้ปัจจุบันระดับ 1.5 เพิ่มการเฝ้าระวัง

“สภากลาโหม“ สั่งคุมเข้ม-สกัดกั้นการประกอบโดรน ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เผยฝ่ายความมั่นคง ประเมินสถานการณ์ แบ่งระดับ 5 สี ปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 เพิ่มการเฝ้าระวัง ขอ ปชช.สบายใจ ตอนนี้ยังสงบอยู่

เปิดแผนตั้ง 'หมู่บ้านมั่นคง' 5 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา นำร่อง อ.น้ำยืน อุบลฯ

พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ถึงแผนการสร้างหมู่บ้านมั่นคง ตามแนวชายแดน ว่า กระทรวงกลาโหม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย

ดิ้นไม่หลุด! ภาพมุมสูงมัดกัมพูชาตั้งฐานทหาร-อาวุธรอบปราสาทพระวิหาร หลังปฏิเสธมาตลอด

กองทัพเปิดเผยภาพมุมสูงบริเวณพื้นที่ปราสาทพระวิหาร แสดงให้เห็นสภาพพื้นที่และจุดจัดตั้งตำแหน่งทางทหารของฝ่ายทหารกัมพูชา โดยภายในพื้นที่ดังกล่าวพบการนำอาวุธ

'สีหศักดิ์' จัดหนักเขมรกลางเวที UNCLOS ใส่ร้ายไทยไม่หยุด มุ่งแต่จะเอาทรัพยากร

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย ให้สัมภาษณ์ หลังกล่าวถ้อยแถลงการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ

'คนบ้านกรวด' ผวาประชุม UNCLOS ทำสถานการณ์ไทย-เขมร ตึงเครียดซ้ำ

ชาวบ้านชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กังวลประชุมเขตแดนทางทะเลไทย-เขมร อาจทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เผยยังได้ยินเสียงปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาที่ยิงยั่วยุต่อเนื่อง ลั่นคนในพื้นที่ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งหรือปะทะซ้ำอีก เพราะกระทบความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ

ตอบโต้รายวัน! ผอ.JIC สวนกัมพูชากล่าวหาไทยยิงก่อน

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา(ผอ.JICไทย ) กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยเป็นผู้โจมตีกัมพูชาโดยปราศจากการยั่วยุว่า การโต้แย้งด้วยถ้อยคำเพียงอย่างเดียวไม่อาจใช้ชี้ขาดว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ หลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ และสถานการณ์แวดล้อมก่อนเกิดการปะทะอย่างครบถ้วน