'ชาวนาบ้านกรวด' แบกต้นทุนอ่วม น้ำมันแพงดันค่าเกี่ยวข้าวทะลุ 800 บาทต่อไร่

เกษตรกรแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เจอศึกสองด้าน วิกฤตราคาน้ำมันดันค่าจ้างรถเกี่ยวข้าวรับต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว หลังทนแบกต้นทุนไม่ไหว จำใจปรับขึ้นค่าจ้างเกี่ยวข้าวเป็น 800 บาทต่อไร่ จากเดิมไร่ละ 550-600 บาท ขณะที่ชาวนาเร่งเก็บเกี่ยวข้าวนาปีหนีความเสี่ยง หลังกระแสข่าวชายแดนไทย-กัมพูชาเริ่มตึงเครียด วอนภาครัฐช่วยคุมราคาน้ำมัน

26 ตุลาคม 2569 -ผู้สื่อข่าวลงสำรวจสถานการณ์ในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ แม้พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ จะยังคงดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติ ท่ามกลางกระแสข่าวความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดน จ.สุรินทร์ แต่ก็เริ่มมีเกษตรกรชาวนาใน ต.หินลาด อ.บ้านกรวด บางส่วนที่ข้าวนาปีเริ่มสุกรวง ได้เร่งจ้างรถเกี่ยวข้าวมาทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตล่วงหน้าแล้ว

ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า ราคาค่าจ้างเกี่ยวข้าวในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลนี้ ได้มีการปรับตัวสูงขึ้นเป็นไร่ละ 800 บาท จากเดิมในช่วงเดียวกันของทุกปีที่มีราคาเพียงไร่ละ 550–600 บาทเท่านั้น ส่งผลให้ชาวนาต้องแบกรับภาระต้นทุน ที่เพิ่มขึ้นอย่างหนัก ท่ามกลางความกดดันรอบด้าน ทั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีการปรับราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความกังวลต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

นายอนุสรณ์ สัญจรดี อายุ 66 ปี ชาวนาใน ต.หินลาด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ตนเองทำนา 8 ไร่ ในพื้นที่ไร่นาสวนผสม ตอนนี้ข้าวเริ่มสุกได้ที่จึงต้องเร่งเก็บเกี่ยวทันที เนื่องจากกังวลกระแสข่าวความตึงเครียดบริเวณชายแดน เกรงว่าจะเกิดเหตุฉุกเฉินจนได้รับความเสียหาย โดยตนเองจะเกี่ยวแล้วขายข้าวสดทันทีก็จะได้ราคากิโลกรัมละ 14 บาทกว่า และบางส่วนจะนำไปตากแดดไว้เก็บทำพันธุ์สำหรับเพาะปลูกในฤดูกาลหน้า ซึ่งในการเกี่ยวข้าวครั้งนี้ ทำให้ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากเดิม โดยค่าบริการรถเกี่ยวข้าวที่ขยับขึ้นเป็น 750–800 บาทต่อไร่ จากเดิมปีที่ผ่านมาเพียง 550-600 บาทเท่านั้น ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงอยากขอให้ภาครัฐเข้ามาราคาช่วยเหลือและลดภาระราคาน้ำมันโดยเร็ว

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีกระข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มส่อเค้าความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนของ จ.สุรินทร์ ถึงแม้พวกตนจะไม่ตื่นตระหนกแต่ก็ไม่ประมาท จำเป็นจะต้องรีบเก็บเกี่ยวผลผลิตไว้ให้พร้อม ป้องกันไว้ก่อนหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น

ชาวนาใน ต.หินลาด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามขอให้ทุกฝ่ายอะลุ่มอล่วยต่อกัน ขอให้เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปีให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เพราะถ้าหากมีสถานกาณ์เกิดขึ้นในช่วงนี้ เกษตรกรในพื้นที่แนวชายแดนก็จะได้รับผลกระทบและเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะข้าวที่ออกรวงก็กำลังเริ่มสุกที่พอจะได้เก็บเกี่ยวกันแล้ว ในช่วงหลังออกพรรษานี้คาดว่าไม่น่าจะเกิน 10-20 วัน คงจะได้เก็บเกี่ยวข้าวกันถ้วนหน้า

ด้าน นายวีรศักดิ์ หล่อแท้ อายุ 37 ปี ผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวในพื้นที่ ต.หินลาด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาค่าบริการเป็น 800 บาทต่อไร่ เนื่องจากต้นทุนน้ำมันดีเซลและค่าอะไหล่ ที่ใช้ซ่อมแซมเครื่องจักรปรับตัวสูงขึ้นทุกรายการ หากคิดราคาเดิมจะไม่สามารถแบกรับภาระได้ แม้จะเห็นใจชาวนา แต่ก็จำเป็นต้องปรับขึ้น เพราะสถานการณ์ราคาพลังงาน มันบีบบังคับ ให้ต้องปรับราคาขึ้นตามสภาพความเป็นจริง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษก ทอ. ย้ำไม่ประมาท แม้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สงบนิ่ง

พล.อ.ต.เจริญ วัฒนศรีมงคล โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึง การเตรียมพร้อมของกองทัพอากาศในการดูแลอธิปไตยชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ถึงแม้ว่าการปฏิบัติการที่ผ่านมา เราจะประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ กองทัพอากาศได้ถอดบทเรียน

ติงเขมรปลุกแค้น

รั้วความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา เฟส 2 พื้นที่จังหวัดจันทบุรี คืบหน้ากว่า 70% แล้ว ไร้เขมรป่วน "ผอ.JIC" เตือนอย่าใช้ประวัติศาสตร์ปลุกแค้น ปมหนังเขมรพาดพิงทหารไทย

รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เฟส 2 คืบกว่า 70% ไร้ทหารเขมรป่วนเหมือนเฟสแรก

คืบหน้าสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จ.จันทบุรี เฟส 2 เดินหน้ากว่า 70% ถึงหลักเขตที่ 55 แล้ว เตรียมขยายเฟส 3 ไปถึงหลักเขตที่ 59 ระยะ

สองแถวขอนแก่นอ่วม! ดีเซลพุ่ง 43 บาท วิ่งทั้งวันเหลือเงินหลักสิบ วอนรัฐบาลช่วยตรึงราคา

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจจุดจอดรถโดยสารสาธารณะหรือรถสองแถวหลายจุดในเขต อ.เมืองขอนแก่น โดยเฉพาะจุดจอดรถสองแถวสีเขียว สาย 4  เส้นทางรพ.ศรีนครินทร์ - บขส. 3 ระยะทางรวม 12 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของผู้โดยสาร หลังภาวะราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงถึง 43.54 บาทต่อลิตร

ทบ. ตอกกลับกัมพูชาละเมิดอนุสัญญากรุงเฮก แอบซุกอาวุธหนักในมรดกโลก บิดเบือนรายงานยูเนสโก

“ทบ. ไทย” โต้“ กัมพูชา”ละเมิดอนุสัญญากรุงเฮก วางกำลังทหาร-อาวุธหนัก ในปราสาทพระวิหาร ใช้ มรดกโลกเป็น “โล่มนุษย์-เกราะกำบัง” เสียเอง บิดเบือนรายงานยูเนสโก