อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาวิเคราะห์ 2 คดี สว.อำนาจเจริญ หลังศาลฎีการับไว้พิจารณา ชี้มีทั้งปมอำนาจฟ้อง-กรอบเวลา 3 วัน และข้อกฎหมายสำคัญว่า “กลุ่ม 10” ผู้ประกอบกิจการอื่น มีเส้นแบ่งจากกลุ่ม SMEs และกลุ่มอาชีพอิสระอย่างไร จับตานัดตรวจพยานหลักฐาน 27 ต.ค.
12 กันยายน 2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กบทวิเคราะห์กฎหมาย เรื่อง “ปริศนาคดี สว. 2569 — เมื่อศาลฎีการับคดีเลือก สว. 2 คดี: อำนาจฟ้อง กรอบเวลา 3 วัน และนิยาม ‘กลุ่ม 10’ ที่ กกต. ยังไม่ได้ตอบ” โดยระบุว่า กระแสข่าวคดี “สมัครผิดกลุ่มอาชีพ” ของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดอำนาจเจริญ กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งรับคดีไว้พิจารณาในคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 9/2569 และ ลต สว 10/2569 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 พร้อมนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 27 ตุลาคม 2569
นายวัสระบุว่า คดีดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อสถานะของ สว.ผู้ถูกร้อง แต่ยังนำไปสู่คำถามทางกฎหมายทั้งในประเด็นวิธีพิจารณาความ เรื่องอำนาจรับคดีของศาล และประเด็นสารบัญญัติ เรื่องการตีความขอบเขตกลุ่มอาชีพตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
สำหรับชนวนของคดี ย้อนกลับไปยังคำวินิจฉัย กกต. 2 ฉบับ คือ คำวินิจฉัย กกต.ที่ 249/2567 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2567 กรณีนางแดง กองมา และคำวินิจฉัย กกต.ที่ 17/2568 ลงวันที่ 13 มกราคม 2568 กรณีนายสมพาน พละศักดิ์
กกต.พิจารณาพยานหลักฐานเกี่ยวกับการประกอบอาชีพและประสบการณ์ แล้วรับฟังว่าผู้สมัครทั้งสองรายประกอบอาชีพค้าขายหมูและขายก๋วยเตี๋ยวจริงเกิน 10 ปี มีพยานบุคคลรับรอง และไม่มีหลักฐานหักล้าง จึงมีมติยกคำร้อง โดยเห็นว่าเป็นผู้มีสิทธิสมัครใน “กลุ่ม 10” หรือกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกลุ่ม 9
อย่างไรก็ตาม นายวัสวิเคราะห์ว่า การพิสูจน์ว่านายสมพานขายก๋วยเตี๋ยวมานานกว่า 10 ปีจริงหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง แต่คำถามว่า เมื่อขายก๋วยเตี๋ยวแล้ว เหตุใดจึงต้องจัดให้อยู่ในกลุ่ม 10 แทนที่จะเป็นกลุ่ม 19 เป็นปัญหาข้อกฎหมายและการจำแนกประเภทกลุ่ม
เมื่อพิจารณา พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 11 พบว่า กลุ่ม 9 คือกลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กลุ่ม 10 คือกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการตามกลุ่ม 9 ส่วนกลุ่ม 19 คือกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน
นายวัสตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ร่างกฎหมายใช้คำว่า “ผู้ประกอบกิจการ” ในกลุ่ม 9 และกลุ่ม 10 แต่กลุ่ม 19 ใช้คำว่า “ผู้ประกอบอาชีพอิสระ” หากตีความว่าพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเป็นผู้ประกอบกิจการตามกลุ่ม 10 ทั้งหมด ย่อมเกิดคำถามถึงความหมายและขอบเขตของกลุ่ม 19 และอาจทำให้กลุ่มดังกล่าวซ้ำซ้อนกับกลุ่ม 10
อีกประเด็นสำคัญคือเงื่อนไขทางวิธีพิจารณาและฐานอำนาจในการรับคดีของศาลฎีกา เนื่องจากคำวินิจฉัยของ กกต.ออกมาตั้งแต่ปลายปี 2567 และต้นปี 2568 แต่มีการนำเรื่องมาสู่ศาลฎีกาในเดือนกันยายน 2569
นายวัสอ้างถึงระเบียบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยการพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับสิทธิสมัครรับเลือก การดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกและการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดยข้อ 32 กำหนดว่า ผู้มีสิทธิเลือกในระดับประเทศที่เห็นว่าการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกของ กกต.หรือพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากประสงค์ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาล ต้องยื่นภายใน 3 วันนับแต่วันที่มีการออกคำสั่ง
ส่วนข้อ 6 เปิดช่องให้ศาลมีอำนาจย่นหรือขยายระยะเวลาได้ตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงมีประเด็นต้องพิจารณาว่า สามารถนำมาใช้กับคดีที่ล่วงเลยกรอบเวลาไปเป็นเวลานานได้หรือไม่
นอกจากนี้ นายวัสยังตั้งข้อสังเกตว่า ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ไม่มีข้อความที่เปิดช่องให้ผู้สมัครอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ กกต.ต่อศาลฎีกาโดยตรง ดังนั้น คำสั่งรับคำร้องและนัดตรวจพยานหลักฐานในครั้งนี้ อาจเป็นเพียงขั้นตอนรับคำร้องเข้ามาตรวจสอบเงื่อนไขทางกฎหมาย และเปิดโอกาสให้ กกต.ชี้แจงเรื่องระยะเวลาการยื่นคำร้องและอำนาจฟ้องในวันนัดตรวจพยานหลักฐาน
นายวัสวิเคราะห์ถึงแนวทางที่อาจเกิดขึ้นในวันนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 27 ตุลาคมว่า มี 2 แนวทางสำคัญ แนวทางแรก ศาลอาจวินิจฉัยว่าผู้ร้องไม่มีอำนาจอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ กกต.ต่อศาลฎีกา และคดีพ้นกำหนดเวลา 3 วันตามระเบียบข้อ 32 รวมถึงไม่เข้าเงื่อนไขการขยายเวลาตามข้อ 6 ซึ่งจะทำให้คดีตกไปโดยศาลยังไม่ได้พิจารณาเนื้อหาเรื่องกลุ่ม 10
แนวทางที่สอง หากศาลรับพิจารณาเนื้อหาของคดี อาจนำไปสู่การพิจารณาว่า คำวินิจฉัยของ กกต.ที่รับรองผู้สมัครซึ่งถูกร้องว่าอยู่ผิดกลุ่มอาชีพนั้น ขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 11 หรือไม่ และหากเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะมีผลต่อเนื่องต่อสถานะของ สว.หรือไม่
อย่างไรก็ตาม นายวัสระบุว่า ยังมีปัญหาสำคัญตามมาว่า หากมีคำขอให้ สว.ทั้ง 2 คนพ้นจากตำแหน่ง พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้ง จะอาศัยฐานอำนาจตามกฎหมายใด
นายวัสสรุปว่า คดี ลต สว 9/2569 และ ลต สว 10/2569 จึงไม่ได้มีเพียงประเด็นเรื่องผู้ค้าหมูหรือผู้ขายก๋วยเตี๋ยวสมัคร สว.ถูกกลุ่มหรือไม่ แต่ยังมีประเด็นที่ต้องจับตา 2 ด้าน คือ ด้านวิธีพิจารณาความ ว่าศาลฎีกาจะพิจารณาเรื่องอำนาจฟ้องและกรอบเวลา 3 วันอย่างไร และด้านสารบัญญัติ ว่าจะมีการวางเส้นแบ่งระหว่างกลุ่ม 9 ซึ่งเป็น SMEs กลุ่ม 10 ซึ่งเป็นกิจการอื่น และกลุ่ม 19 ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพหรืออาชีพอิสระอย่างไร
พร้อมระบุว่า การรับพิจารณาคดีครั้งนี้จะนำไปสู่การวางบรรทัดฐานใหม่เกี่ยวกับการจำแนกกลุ่มอาชีพในการเลือก สว. หรืออาจเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ “ตุลาการภิวัตน์” อีกครั้ง โดยวันที่ 27 ตุลาคม ซึ่งศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน อาจทำให้ประเด็นเหล่านี้มีความชัดเจนมากขึ้น. อ่านต้นฉบับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาฯ ถอดรหัสคดีละเมิดอำนาจศาล เมื่อเอกสารข่าว 'กสทช.' ชนคำสั่ง 'ศาลปกครองสูงสุด'
วัส ติงสมิตร ถอดรหัสคดีละเมิดอำนาจศาล กรณีข้อพิพาทระหว่าง ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ กับ คณะกรรมการสรรหา กสทช. ะ"
สว. โหวตเห็นชอบ 'ขจรเดช เจนวัฒนานนท์' นั่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม วาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน โดยที่ประชุมได้ลงคะแนนเสียงให้ความเห็นชอบ นายขจรเดช เจนวัฒนานนท์
'วัส ติงสมิตร' ถอดรหัส 'กะเพราแก้วจุรี' บทเรียนสำคัญ การพัฒนางานวิจัยสู่สิทธิเกษตรกร
วัส ยกกรณีกะเพราแก้วจุรี บทเรียนครั้งสำคัญสังคมไทย สะท้อนการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเป็นสิ่งจำเป็น
‘กกต.’ร่ายยิบ หลักเกณฑ์ยุบ พรรคการเมือง
“กกต.” แจงยิบขั้นตอนสั่งยุบพรรคการเมือง เผยมี 6 ขั้นตอนสำคัญ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิด 5 รายชื่อผ่านเกณฑ์รอบแรก นั่งเก้าอี้แทน “ฐิติเชฏฐ์”
'นิพิฏฐ์' กระทุ้ง 'ฝ่ายค้าน-รัฐบาล' ชกกันให้สมศักดิ์ศรี
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ชกกันให้สมศักดิ์ศรี
'วัส' เจาะปมร้อน! ปมทรัพย์สิน 'ไท่หยาง ซาง-ไอเดียร์'
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

