
ชีวิตฉุกเฉินรอไม่ได้! คณะทำงานวุฒิสภาพบหน่วยแพทย์ฉุกเฉินยังกระจายไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะภาคกลาง เร่งดันท้องถิ่นตั้งหน่วย เพิ่มทีมระดับสูง และผลิต Paramedic 7,500 คนใน 5 ปี
13 ก.ย.2569-นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาปฏิรูปการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินโดยเทคโนโลยีดิจิทัล ในคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เปิดเผยผลการประชุมคณะทำงานล่าสุด ซึ่งมีการผ่าระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศว่า ยังมีช่องว่างสำคัญทั้งด้านพื้นที่ กำลังคน และหน่วยปฏิบัติการ โดยเฉพาะประชาชนในหลายพันตำบลที่ยังเข้าไม่ถึงหน่วยแพทย์ฉุกเฉินมาตรฐาน
ทั้งนี้ ข้อมูลปีงบประมาณ 2568 ระบุว่า ประเทศไทยมีตำบลที่มีหน่วยปฏิบัติการแพทย์ได้มาตรฐาน 4,861 ตำบล หรือ 65.38% ขณะที่อีก 2,574 ตำบล หรือ 34.62% ยังไม่มีหน่วยปฏิบัติการ รองรับประชาชนในพื้นที่อย่างเพียงพอ เมื่อแยกรายภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความครอบคลุมสูงสุด 75.06% รองลงมาคือภาคเหนือ 71.70% ภาคใต้ 67.68% ขณะที่ ภาคกลางมีความครอบคลุมเพียง 46.62%
จังหวัดที่มีความครอบคลุมสูง ได้แก่ ภูเก็ต 100% ลำพูน 98.04% และสตูล 94.44% ส่วนพื้นที่ที่มีความครอบคลุมต่ำ ได้แก่ สมุทรสงคราม 27.78% พระนครศรีอยุธยา 29.67% และอ่างทอง 34.25% ขณะที่หน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับสูง มีอัตราเฉลี่ยเพียง 1.76 หน่วยต่อประชากร 1 แสนคน หรือประมาณ 1 หน่วยต่อประชากร 56,818 คน ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์อ้างอิงที่ใช้ในการศึกษา และมีเพียง 39 จังหวัดที่มีหน่วยมาตรฐานตั้งแต่ 2 หน่วยต่อประชากร 1 แสนคนขึ้นไป
สำหรับโครงสร้างระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ปัจจุบันเริ่มตั้งแต่การรับแจ้งเหตุผ่าน หมายเลข 1669 และช่องทางดิจิทัล การประเมินคัดแยกความรุนแรง สั่งการหน่วยปฏิบัติการ ดูแลผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ ลำเลียง และส่งต่อโรงพยาบาล โดยมีการพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง National Digital Emergency Medical Services Platform หรือ NDEMS และระบบรับแจ้งเหตุและสั่งการ RNIS เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ระบุตำแหน่งผู้แจ้ง บริหารสายโทรเข้า บันทึกประวัติการติดต่อ รวมถึงรองรับสถานการณ์วิกฤตและภัยพิบัติแบบทันเวลา
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ในด้านทรัพยากร ปัจจุบันมีหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ 92 หน่วย และหน่วยปฏิบัติการแพทย์ที่ได้รับอนุมัติรวม 5,521 หน่วย ประกอบด้วยหน่วยระดับพื้นฐาน 4,372 หน่วย ระดับสูง 1,102 หน่วย และหน่วยเฉพาะทาง 102 หน่วย โดยบางแห่งมีสถานะมากกว่าหนึ่งระดับ ส่วนกำลังคน มีบุคลากรวิชาชีพรวม 7,449 คน ในจำนวนนี้เป็นแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน 1,798 คน พยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน 3,779 คน และนักฉุกเฉินการแพทย์ หรือ Paramedic เพียง 1,790 คน ขณะที่ผู้ช่วยวิชาชีพมีรวมกว่า 135,353 คน โดยเป็นอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์มากถึง 111,605 คน ระบบยังมีรถ EMS รวม 9,841 คัน แบ่งเป็นรถลำเลียงผู้ป่วย 9,641 คัน และรถสนับสนุนอีก 200 คัน ส่วนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสะสมตั้งแต่ปี 2564 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีจำนวน 15,092 คัน
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบ Thai Sky Doctor เพื่อเข้าถึงผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร เกาะ หรือพื้นที่ที่การลำเลียงทางบกทำได้ยาก โดยช่วงปีงบประมาณ 2565-2569 มีภารกิจทางอากาศต่อเนื่อง และในปี 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน มีหน่วยปฏิบัติการทางอากาศ 37 หน่วย พร้อมอบรมหลักสูตร Basic HEMS แล้ว 21 รุ่น รวม 956 คน ขณะเดียวกันยังพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเลในพื้นที่สำคัญ เพื่อประสานพิกัดและส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบเหตุ
เป้าหมายสำคัญของระบบ คือทำให้ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้รับการปฏิบัติการภายใน 8 นาที แต่ผลการศึกษาพบอุปสรรคสำคัญ ทั้งหน่วยปฏิบัติการที่ยังไม่ครอบคลุม หน่วยระดับสูงต่ำกว่าความต้องการ กำลังคนโดยเฉพาะ Paramedic ไม่เพียงพอ ตลอดจนหน่วยเฉพาะทางสำหรับโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจฉุกเฉิน และผู้บาดเจ็บรุนแรงที่ยังมีจำกัด
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า คณะทำงานจึงเสนอให้สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีศักยภาพจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการ เพิ่มงบลงทุนและบุคลากร วิเคราะห์พื้นที่ที่ยังเป็นช่องว่าง รวมทั้งยกระดับหน่วยพื้นฐานเป็นหน่วยระดับสูง และพัฒนาระบบ Fast Track สำหรับโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจฉุกเฉิน อุบัติเหตุทางถนน สาธารณภัย และเหตุที่มีประชาชนรวมตัวจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน เตรียมเร่งผลิตนักฉุกเฉินการแพทย์ผ่านโครงการ Paramedic Sandbox ตั้งเป้าเพิ่มกำลังคนเป็น 7,500 คนภายใน 5 ปี จากปัจจุบันที่มีเพียง 1,790 คน พร้อมขยายแหล่งฝึกอบรม เพิ่มผู้ตรวจประเมิน และพัฒนาอาสาฉุกเฉินชุมชน หรือ Community First Responder ในพื้นที่ที่ยังไม่มีหน่วยปฏิบัติการ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางดังกล่าว และเตรียมนำเสนอต่อคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาผลักดันต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบเสนอแต่งตั้ง นายกิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ และนายณัฐนันท์ ทัดพิทักษ์กุล เป็นคณะทำงานเพิ่มเติมอีก 2 คน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการศึกษาปฏิรูประบบการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สว. โหวตเห็นชอบ 'ขจรเดช เจนวัฒนานนท์' นั่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม วาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน โดยที่ประชุมได้ลงคะแนนเสียงให้ความเห็นชอบ นายขจรเดช เจนวัฒนานนท์
กพร. จัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษปี 70 กว่า 189 ล้านบาทพัฒนา 87 ชุมชน 39 จังหวัด
กพร. เร่งจัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษ ปี 2570 กว่า 189 ล้านบาท สู่ท้องถิ่น พัฒนา 87 ชุมชน 39 จังหวัด ยอดรวม 3 ปี สะสมทะลุ 1,174 ล้านบาท
'สว.เปรมศักดิ์' จี้ สธ.แจงโครงการ อสมพ. ใช้งบพันล.ต่อปี ถามใช้เงินหลวงสร้างหัวคะแนนหรือไม่
หมอเปรม จี้ รมว.สาธารณสุข แจงโครงการ อสมพ. หลังขอเลื่อนตอบกระทู้ ตั้งคำถามใช้เงินหลวงสร้างหัวคะแนนหรือไม่ ชี้งบระยะแรกราว 1 พันล้าน หวั่นขยายทุกหมู่บ้านทุกปี ขณะพยาบาลวิชาชีพยังรอบรรจุ ทวงคำตอบความคุ้มค่า–เกณฑ์คัดเลือก–ขอบเขตหน้าที่ ห่วงซ้ำซ้อนบุคลากรเดิม จี้ฟังเสียงค้านก่อนเดินหน้า
ตีเหล็กตอนร้อน พรรคส้มลากปมไทยพีเอสเข้าสภาฯ เรียกชี้แจงพ่วงบิ๊กขรก.
พรรคส้มไม่รอช้า ลากปัญหาไทยพีบีเอสเข้าสภาฯ เรียกผู้บริหารยุคปัจจุบัน-อดีต-กสทช.-นักวิชาการสื่อ-ประธานทีดีอาร์ไอ เข้าชี้แจง พ่วงบิ๊กขรก.หลายหน่วยงาน
'ศุภชัย' จี้ 'โรม–รักชนก–ภคมน' สอบปมความโปร่งใสการใช้เงิน 230 ล้านของ Thai PBS
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นกรณีรายงา
สว. ชงปรับ VAT เพิ่ม 3% หาเงินเข้าคลัง 4.5 แสนล้าน การันตีมีระบบคืนเงินช่วยคนจน
'คลัง' รายงานเงินแผ่นดินปี 68 พบรายได้ต่ำกว่ารายจ่าย 7.6 แสนล้านบาท 'สว.' แนะให้เก็บ Vat เพิ่ม พร้อมแจงแม้คนจนเดือดร้อนแต่ได้คืน หนุน ขยายฐานภาษีสู่เศรษฐกิจนอกระบบ ชี้ คลังพิจารณาแผนหนี้สาธาธารณะเพื่อการลงทุน หวังดึงรายได้เข้ารัฐโดยตรง

