“วรศิษฎ์” สั่งด่วน! เร่งสอบปมด่านถลาง ให้ผู้ว่าฯ ภูเก็ตชี้แจงข้อเท็จจริง รายงาน มท.โดยเร็ว หากพบผิดดำเนินการเด็ดขาด พร้อมขยายตรวจข้อมูลร้องเรียนทั่วจังหวัด
17 กันยายน 2569 - จากกรณีมีการเผยแพร่ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยมีการกล่าวอ้างถึงพฤติกรรมเรียกรับเงินจากผู้ถูกควบคุมตัวเพื่อแลกกับการปล่อยตัว ซึ่งมีการนำเสนอข่าวและเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นั้น
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับกรมการปกครองและจังหวัดภูเก็ตให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยเร็ว โดยให้ตรวจสอบตั้งแต่เหตุการณ์ บุคคลที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนพยานหลักฐานและข้อมูลแวดล้อมทั้งหมด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงของกรณีดังกล่าวให้เกิดความกระจ่าง และให้เร่งรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบมายังกระทรวงมหาดไทยโดยเร็วที่สุด เพื่อให้กระทรวงสามารถติดตามและกำกับการดำเนินการของพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด
แนวทางดังกล่าวย้ำหลักสำคัญว่า ข้อกล่าวหาต้องแยกออกจากข้อเท็จจริง การตรวจสอบต้องดำเนินการบนพื้นฐานของพยานหลักฐาน และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะเดียวกัน เมื่อมีข้อร้องเรียนที่ถูกนำเข้าสู่การรับรู้ของสาธารณะแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาคำตอบ ไม่ปล่อยให้เกิดข้อสงสัยค้างคาเป็นเวลานาน
ทั้งนี้เบื้องต้นอำเภอถลางได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติของชุดเจ้าหน้าที่ที่ปรากฏในสื่อออนไลน์แล้ว และมีการสั่งให้จัดทำรายงานข้อเท็จจริง รวมถึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยให้รายงานผลต่อจังหวัดภายในวันที่ 17 กันยายน 2569
มท.4 จึงกำชับให้จังหวัดเร่งเดินหน้ากระบวนการตรวจสอบ และเมื่อมีความคืบหน้าให้รายงานมายังกระทรวงมหาดไทยโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ส่วนกลางรับทราบข้อเท็จจริงและติดตามการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังได้กำชับกรมการปกครองและจังหวัดภูเก็ต ขยายการตรวจสอบไปยังข้อมูลร้องเรียนหรือเบาะแสอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยไม่จำกัดเฉพาะกรณีที่กำลังเป็นข่าว เพื่อให้ทราบว่ามีเรื่องใดอยู่ระหว่างการร้องเรียนหรือมีข้อมูลที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม และนำเข้าสู่กระบวนการตามอำนาจหน้าที่
นายวรศิษฎ์ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญคือทำให้ประชาชนได้รับคำตอบจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่จากข้อกล่าวหา หากตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับใด ต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกัน หากผลตรวจสอบไม่พบการกระทำผิด ก็ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาและสร้างความเชื่อมั่นต่อการทำงานของฝ่ายปกครอง
“เรื่องนี้ต้องทำให้กระจ่าง มีข้อร้องเรียนก็ต้องตรวจสอบ จังหวัดต้องเร่งหาข้อเท็จจริงและรายงานให้กระทรวงทราบโดยเร็ว หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด แต่ทุกอย่างต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ก.กลาง’ถก บรรจุรอบ4 ให้เสร็จต.ค.
“มท.4” เดินหน้าสางโกงสอบท้องถิ่นต่อเนื่อง นัดถก "ก.กลาง" 17 ก.ย. เคาะบรรจุรอบ 4 ภายในเดือน ต.ค. ย้ำผู้สอบสุจริตต้องไม่เสียโอกาส
ราชกิจจาฯ ประกาศ 'เสียสัญชาติไทย' 37 ราย
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทย ให้บุคคลสัญชาติไทย 37 ราย เสียสัญชาติไทยโดยการสละสัญชาติ หลังสมรสกับคน
มหาดไทยลุยนอมินี 1.1 หมื่นบริษัท ถือครองที่ดิน 8.5 หมื่นล้าน ขีดเส้นจบ ก.ย.
“พลพีร์” เผยพบ 2,200 บริษัทถือครองที่ดินเข้าข่ายผิดกฎหมาย อีกกว่า 1.1 หมื่นบริษัทอยู่ในข่ายต้องสงสัย มูลค่าเบื้องต้นพุ่งจาก 6.5 หมื่นล้
ยึดทรัพย์โกงสอบ320ล. ‘ยธ.’ดุให้2จนท.DSIออก
นายกฯ นำแถลงผลโกงสอบท้องถิ่น ยึดอายัดทรัพย์แล้ว 320 ล้าน ตำรวจขยายผลเคส “นายกเฮง” บุกจับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 นาย ร่วมขบวนการเรียกรับเงิน อ้าง “บอส” ช่วยบรรจุราชการได้ "ยธ.” สั่งพิจารณาออกจากราชการไว้ก่อน
นายกฯ แถลงใหญ่ฟันไม่ดูชื่อ 'โกงสอบท้องถิ่น' แจงทำหนังสือถาม ผบ.ตร. ปม 'ทองเจือ'
นายกฯ นำแถลงผลโกงสอบท้องถิ่น เผยยึดอายัดทรัพย์แล้ว 320 ล้าน ลั่นต้องปราบปรามให้สิ้นซาก ดำเนินคดีคนผิดถึงที่สุด ไม่ละเว้นตำแหน่งใด -ระดับใด เรียกความเชื่อมั่นปชช.ต่อระบบราชการ พร้อมคืนความยุติธรรมให้คนสอบได้ แจงทำหนังสือถาม ‘ผบ.ตร.’ ปม ‘ทองเจือ’ ไม่อยากตอบลอยๆ ยันไม่รู้เรื่องส่วนตัว ความสัมพันธ์แค่คนร่วมงาน

