ยึดทรัพย์ 'หมอบุญ' เพิ่ม 1,799 ล้าน

22 กันยายน 2569 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 8/2569 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนัน ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ โดยสรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 39 รายคดี ทรัพย์สิน 918 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 1,902 ล้านบาท โดยมีข้อมูลรายคดีอื่นที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.1 รายคดี นายบุญ กับพวก อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกง
อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีทรัพย์สินส่วนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 200/2568 รวมมูลค่าประมาณ 404 ล้านบาท(ย.159/2568) ในการพิจารณาครั้งนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 286 รายการ (ยานพาหนะ ที่ดิน ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 1,799 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 196/2569)

1.2 รายคดี นายเอกณัฐ์ กับพวก (กรณีนายอนันต์) กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และความผิดฐานฟอกเงิน โดยมีทรัพย์สินส่วนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 191/2567 รวมมูลค่าประมาณ 42 ล้านบาท (ย.160/2567) ในการพิจารณาครั้งนี้ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 5 รายการ (เงินสด ทองรูปพรรณ และยานพาหนะ) รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 231/2569)

1.3 รายคดี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (น.ส.ดวงฤดี กับพวก) โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 10 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 224/2569)

1.4 รายคดี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (นายนพรัตน์) โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 5 รายการ (ที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันชีวิต) รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 221/2569)

2. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 28 รายคดี ทรัพย์สิน 1,645 รายการ มูลค่าประมาณ 1,082 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

2.1 รายคดี บริษัท แม็กซิมเทรดเดอร์ โดยนายนีโอฮับ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยมีพฤติการณ์สร้างความน่าเชื่อถือ ชักจูง โน้มน้าว 
จัดสัมมนาแสดงผลตอบแทน เพื่อให้ผู้เสียหายเข้ามาร่วมลงทุน ตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงกลุ่มผู้กระทำความผิดในประเทศจีน มีการถือครองทรัพย์สินแทนกัน ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินผ่านบุคคลและนิติบุคคลในลักษณะเป็นนอมินี โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 1,135 รายการ (เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด) รวมมูลค่าประมาณ 971 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 124/2569)

2.2 รายคดี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (นายชนนพัฒฐ์ กับพวก) กรณีนี้มีการยึดและอายัดทรัพย์สินไว้แล้ว 2 ครั้ง รวมมูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท (ย.286/2568 และ ย.81/2569) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 16/2569 และคดีหมายเลขดำที่ ฟ 106/2569 ในการนี้ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (เพิ่มเติม) จำนวน 16 รายการ (เช่น ที่ดินพร้อม สิ่งปลูกสร้าง สินค้าแบรนด์เนม ยานพาหนะและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 13 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 151/2569)

2.3 รายคดี กลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบัญชี นายบุลากร กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยคณะกรรมการธุรกรรม มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 6 รายการ (เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท (คำสั่ง ย.123/2569)

3. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 10 รายคดี ทรัพย์สิน 30 รายการ มูลค่าประมาณ 548 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

3.1 รายคดี น.ส.สิฬิฬินณนี กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับกรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย 3 ราย) ทรัพย์สินจำนวน 2 รายการ (ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท(คำสั่ง ย.99/2569)

3.2 รายคดี ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ กับพวก กรณีหลอกลวงให้ประชาชน
ร่วมลงทุน อันเป็นพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย 297 ราย) ทรัพย์สินจำนวน 263 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 252 ล้านบาท (คำสั่ง ย.229/2568)

4. ส่งรายชื่อให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ผู้มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เป็นบุคคล ที่ถูกกำหนดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและ
การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2559 จำนวน 8 รายคดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มติ ป.ป.ช. ฟันอดีตเลขาฯ สกสค. รวยผิดปกติ 35.9 ล้าน ชงยึดทรัพย์-ไล่ออก

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสมศักดิ์ ตาไชย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. ร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 35,991,076.88 บาท

ตร.ตั้งข้อหาหนัก 'สมีโชติ-สีกาเอ๋' ยึดทรัพย์ 215 ล้าน ค้นกุฏิซุกเงิน-ทองเพียบ

กองปราบแถลงจับ 'สมีโชติ' อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ยึดทรัพย์ได้ 215 ล้านบาท ค้นกุฎิเจอทั้งเงินสด-ทองแท่ง พบในบัญชี 290 ล้าน รวมถึงบ้านสีกาเอ๋ ตำรวจแจ้งข้อหาหนักร่วมกันฟอกเงิน

เลขาฯป.ป.ง. รับตอนนี้ยังไม่ได้ยึดอายัดทรัพย์ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น แต่จะเริ่มเร็วๆนี้

ปปง.เร่งสอบทุจริตสอบท้องถิ่น แบ่งกลุ่มผู้เกี่ยวข้องราว 5,000 คนตามพฤติการณ์ ย้ำยึดพยานหลักฐานเป็นหลัก ไม่ดำเนินการตามกระแส เตรียมตรวจเส้นทางการเงิน ก่อนยึด-อายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องเร็ว ๆ นี้

'อนุทิน' การันตีคดีโกงสอบไม่มีเส้นสาย ไร้เพดานสาวถึงใครก็คนนั้น

นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นไม่มีสาย ชี้ 'ปปง. - ป.ป.ช. - ตร.' จับมือเร่งดำเนินการอยู่ ลั่นไร้เพดาน หากถึงใครก็คนนั้น

ดีอี เตือนข่าวปลอม “ปปง. - CIB เปิดเพจ “องค์กรคุ้มครองประชาชน” ให้ผู้เสียหายจากสแกมเมอร์ ส่งหลักฐาน” ระวังสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)